หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก iBiz | การค้า-อุตสาหกรรม-คมนาคม
 

เกาะติด10ข่าวเด่นปี’56อุตสาหกรรม-พลังงาน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 31 ธันวาคม 2555 10:23 น.
       - “BOI”ปรับกฏส่งเสริมการลงทุนใหม่
       
       นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติโดยเฉพาะญี่ปุ่นที่ได้ขึ้นชื่อครองแชมป์การยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ)สูงสุดต่อเนื่องมานานหลายปีเริ่มนั่งก้นไม่ติดที่เดินสายสอบถามกระทรวงอุตสาหกรรมช่วงก่อนสิ้นปีเป็นระลอก ด้วยเหตุที่ปี 2556 “บีโอไอ”จะทำการปรับนโยบายส่งเสริมการลงทุนใหม่โดยจะยกเลิกเป็นเขตที่ปัจจุบันแบ่งเป็นเขต 1-2และ 3 แต่จะเน้นให้เป็นรายอุตสาหกรรมที่เป็นเป้าหมายแทน
       
       ทั้งนี้บีโอไอจะเปิดประชาพิจารณ์กฏ ระเบียบใหม่ดังกล่าวในวันที่ 14 ม.ค. 56 เพื่อที่จะรับฟังความเห็นจากนักลงทุนทั้งไทยและเทศก่อนหลังจากนั้นจึงจะนำความเห็นจากส่วนต่างๆ มาประกอบเพื่อที่จะเสนอให้รัฐบาลเห็นชอบและประกาศใช้ต่อไป คาดกันว่ากิจการจะเหลือส่งเสริมต่ำกว่า 100กิจการจากปัจจุบัน 243 กิจการ โดยกิจการเป้าหมายเช่น อุตฯความคิดสร้างสรรค อุตฯสีเขียวพลังงานทดแทน ท่องเที่ยวสุขภาพ ลอจิสติกส์ ฯลฯ
       
       พร้อมกันนี้ยังจะมีการพิจารณาแนวทางการส่งเสริมกิจการไทยไปลงทุนยังต่างประเทศ ซึ่งทั้งหมดก็เพื่อรองรับการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC) ปี 2558 ……ถ้าระเบียบใหม่เดินหน้าได้จริงงานนี้เปลี่ยนโฉมโครงสร้างเศรษฐกิจไทยแน่
       
       - 6นิคมฯวัดใจรัฐจ่ายเงิน2ใน3สร้างเขื่อนถาวร
       
       หลังจากต้องเผชิญวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ปลายปี 2554 ตลอดปี 2555 ผู้พัฒนานิคมและเขตประกอบการ 6 แห่งที่ประสบภาวะน้ำท่วมได้แก่ 1.สวนอุตสาหกรรมโรจนะ 2. นิคมฯบ้านหว้า (ไฮเทค) 3. สวนอุตสาหกรรมบางกะดี 4. นิคมฯ บางปะอิน 5. เขตส่งเสริมอุตฯนวนคร และ 6.นิคมฯ สหรัตนนคร ต่างก็ตั้งหน้าตั้งตาลุยก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำถาวรเพื่อให้ทันกับฤดูฝนของปีที่แล้วซึ่งหากน้ำท่วมซ้ำรอยอีกครั้งวิกฤตเชื่อมั่นของไทยหมดลงทันที ซึ่งที่สุดแต่ละรายก็ทำสำเร็จเว้นสหรัตนนครที่การก่อสร้างล่าช้าเพราะติดปัญหาแผนฟื้นฟูกิจการ
       
       ทั้งนี้ การก่อสร้าง ครม.ยิ่งลักษณ์ได้เห็นชอบหลักการสนับสนุนเงินให้เปล่า 2 ใน 3 ของค่าก่อสร้างหรือ 3.2 พันล้านบาทตั้งแต่มิ.ย. 55 และที่เหลือยังให้สนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำผ่านธนาคารออมสิน โดย เงินดังกล่าวจะส่งต่อมายังกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่ออนุมัติจ่ายเอกชนต่อไป แต่เวลาล่วงผ่านมาจนถึงสิ้นปีก็ไม่มีความคืบหน้าใดๆ ทำให้เอกชนอึดอัดใจถึงขั้นมาหารือนายประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรมส่งท้ายปีเก่า
       
       กระทรวงอุตสาหกรรมยืนยันว่าจะหารือกันในวันที่ 11 ม.ค. 56 เพื่อดูระเบียบการเบิกจ่ายให้ชัดเจนอีกครั้งเพื่อไม่ให้มีปัญหา… เอกชนทั้งหมดก็คงจะต้องเฝ้าติดตามใกล้ชิด ว่ากันว่างานนี้ไม่คืบหน้าอีกละก็มีหวังเรื่องนี้ถึง”ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรแน่”
       
       - ประเด็นร้อนส.อ.ท.ขอบอกยังไม่จบ!
       
       ความแตกร้าวของภาคธุรกิจในสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) ช่วงปี 2555 ที่ผ่านมานับเป็นภาพลักษณ์ที่ฉุดความน่าเชื่อถือของส.อ.ท.ลงไปให้ตกต่ำ เมื่อสภาฯแตกออกเป็น 2 ฝ่ายระหว่างกลุ่มหนุนนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล และกลุ่มที่คัดค้านและแยกตัวออกมาหนุนนายสันติ วิลาสศักดานนท์ จนที่สุดนายสันติต้องล่าถอยออกไปเพื่อเปิดทางให้เกิดการประนีประนอมหลังใบสั่งจากบิ๊กสหพัฒน์
       
       เมื่อส.อ.ท.ไม่ต่างจากเขมร 2 ฝ่ายที่มีการปกครองแยกออกเป็น 2 ขั้วซึ่งฝ่ายที่ต้องการปลดนายพยุงศักดิ์ระบุว่าเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อม(เอสเอ็มอี) ที่ไม่พอใจกับการดำเนินงานของนายพยุงศักดิ์ที่ไม่ดูแลเอสเอ็มอีจากผลกระทบการขึ้นค่าแรง 300บาทต่อวัน ขณะที่นายพยุงศักดิ์ มุ่งประเด็นไปที่ปัญหาการทุจริตงบประมาณเยียวยาน้ำท่วมของอีกกลุ่มที่ตนเข้าไปตรวจสอบจึงทำให้เกิดความขัดแย้ง จะด้วยเหตุผลใดก็ตามปี 2556 นี้ส.อ.ท.คงหนีไม่พ้นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในองค์กรที่ไม่อาจรวม 2 ฝ่ายไว้ด้วยกันได้
       
       กระทรวงอุตสาหกรรมในฐานะกำกับดูแลพ.ร.บ.ส.อ.ท.ก็กำลังมีแนวคิดที่จะปรับกฏระเบียบส.อ.ท.ใหม่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ปลด แต่งตั้งให้ชัดเพื่อไม่ให้ตีความเช่นปัจจุบันจนสร้างปัญหา …..งานนี้ต้องจับตาว่ากระทรวงอุตฯจะกล้าหรือไม่
       
       - ธุรกิจแห่ซบเพื่อนบ้านหนีค่าแรงขยับ
       
       นโยบายการยกระดับค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาทต่อวันทั่วประเทศมีผล 1 ม.ค. 56 ประกอบกับไทยกำลังก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC ปี 2558 นั้นทำให้ประเทศในภูมิภาคนี้เป็นที่หมายตาในการเข้ามาลงทุนมากขึ้นโดยเฉพาะพม่า แต่ด้วยศักยภาพความพร้อมด้านระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ดีของไทยทำให้นักลงทุนจำนวนมากมองไทยในการเป็นฐานการผลิตเพื่อทำตลาดในอาเซียนแทน
       
       ปัจจัยค่าแรงที่เพิ่มขึ้นและประกอบกับภาวะการขาดแคลนแรงงานของไทยมีสูงขึ้นต่อเนื่องส่งผลให้หลายอุตสาหกรรมที่ต้องเน้นใช้แรงงานเป็นหลักเริ่มขยายการลงทุนไปยังประเทศเพื่อนบ้านแทนบ้างแล้วโดยเฉพาะอุตสาหกรรมสิ่งทอ รองเท้า และคาดว่าจะมีเพิ่มขึ้นในปี 2556 หากรัฐบาลประกาศนโยบายส่งเสริมกิจการไทยไปลงทุนต่างประเทศชัดเจนขึ้น
       
       ปี 2556 นี้เราคงจะได้เห็นธุรกิจจำนวนมากทยอยไปลงทุนยังเพื่อนบ้านเพื่อพึ่งพิงแรงงานราคาถูก รวมไปถึงการแสวงหาตลาดและโอกาสใหม่ๆ แต่สิ่งที่ต้องเข้าใจเอสเอ็มอีไทยจำนวนไม่น้อยไม่ได้มีศักยภาพเพียงพอที่จะย้ายไปไหนหากรับภาระต้นทุนไม่ได้…ปิดกิจการคือคำตอบ
       
       - ”เฮียเพ้ง”มุ่งหน้าปรับราคาLPG-NGV
       
       ”พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล” รมว.พลังงานประกาศชัดเจนในการเดินหน้าปรับโครงสร้างราคาพลังงานเพื่อรองรับการเข้าสู่ AEC ปี 2558 โดยเฉพาะราคาก๊าซหุงต้ม(LPG) และก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์หรือ NGV ซึ่งแต่ละส่วน”เฮียเพ้ง”มีเงื่อนไขคือ แอลพีจีครัวเรือนจะต้องมีมาตรการดูแลผลกระทบให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจเคาะราคา ขณะที่ NGV
       มอบบมจ.ปตท.ให้ไปทำแผนที่ผุดปั๊มให้ทั่วทุกจังหวัดไม่งั้นก็ไม่ขึ้นให้
       
       ปัจจุบันLPGภาคครัวเรือนอยู่ที่ 18.13 บาทต่อกิโลกรัม(กก.) ภาคขนส่งอยู่ที่ 21.38 บาทต่อกก.โดยLPGครัวเรือนและขนส่งมีเป้าหมายที่จะปรับไปอยู่ที่ 24.82 เท่ากันในปี 2556และเป็นการทยอยขึ้นเดือนละ 50 สต./กก.และภาคอุตสาหกรรมราคาจะไม่เกิน 30.13 บาทต่อกก.โดยขึ้นลงตามราคาโลก
       
       ราคาLPG และ NGV จะเดินหน้าปรับขึ้นราคาได้ตามเป้าหมายรัฐบาลหรือไม่ในปี 2556 คงต้องเกาะติดใกล้ชิดเพราะฝ่ายต่อต้านก็เริ่มส่งสัญญาณก่อหวอดตั้งแต่ปลายปีแล้ว
       
       - เปิดประมูลไอพีพีคึกเงินสะพัดแสนล.
       
       คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานหรือ เรกูเลเตอร์ได้ออกประกาศเชิญชวนการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้า เอกชนรายใหญ่ (IPP) โดยกำหนดให้เปิดลงทะเบียนและซื้อเอกสารตั้งแต่ 20 ธ.ค. 55 ถึง 21 มกราคม 2556 นั้น ปรากฏว่า วันแรกของการเปิดขายเอกสาร มีบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ ทั้งจากในประเทศ และต่างประเทศ รวมถึงบริษัทผู้รับเหมาพัฒนาโรงไฟฟ้า (EPC) สนใจมาลงทะเบียนซื้อเอกสารแล้ว 13 ราย
       
       ทั้งนี้คาดว่าในระยะเวลา 1 เดือนจะมีสนใจมาลงทะเบียนกว่า 60 ราย โดยการรับซื้อไฟจาก IPP มีทั้งสิ้น 5,400 เม กะวัตต์หรือคิดเป็น 6 โรงไฟฟ้าใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงทั้งหมดซึ่งทั้งหมดเป็นไปตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า(พีดีพี)ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 3 วันที่ 29 เม.ย. 56 จะเปิดให้ยื่นข้อเสนอด้านเทคนิคและราคา และประกาศผู้ได้รับคัดเลือกได้เดือน มิ.ย. 56 ว่ากัน ว่างานนี้เงินลงทุนสะพัดนับแสนล้านบาท…แต่ชาวบ้านทำใจงานนี้ค่าไฟเพิ่มเพราะทิศทางราคาก๊าซฯยังสูง
       
       - ลุ้นรัฐเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่
       
       การเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 จะสามารถเกิดขึ้นได้หรือไม่ในปี 2556 คงจะต้องรอวัดฝีมือกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติที่ล่าสุดรมว.พลังงาน(พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล) มอบนโยบายให้ไปทำความเข้าใจกับประชาชนหรือทำนองเปิดประชาพิจารณ์ให้เกิดการยอมรับกันเสียก่อนหลังจากที่ผ่านมาต้องเลื่อนออกไปเพราะถูกคัดค้านโดยเฉพาะพื้นที่ใกล้แหล่งชุมชน
       
       ทั้งนี้กรมเชื้อเพลิงได้ชี้ให้เห็นว่าก๊าซฯในอ่าวไทยก็ทะยอยหมดลงใน 10 ปีข้างหน้าและสัมปทานที่ไทยมีอยู่กว่าจะลงมือสำรวจเพื่อผลิตเชิงพาณิชย์ก็ใช้เวลาถึง 10 ปี ขณะที่การนำเข้าราคาแพงและความมั่นคงยังต่ำหากเป็นไปได้มีเองก็น่าจะดีกว่า ถ้าไทยไม่มีแหล่งผลิตเองไว้ใช้ในประเทศบ้างอะไรบ้าง…งานนี้ปตท.รับเละ ผุดคลังแอลเอ็นจีนำเข้าจากต่างประเทศเพิ่มเตรียมใช้ของแพงกันได้เลย
       
       - ค่าน้ำมัน- ค่าไฟหนี้ที่รอวันสะสาง
       
       ตลอดปี 2555 รัฐบาลได้ทำนโยบายประชานิยมด้วยการตรึงดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตรไว้โดยใช้กลไกเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงบริหาร ควบคู่ไปกับการลดภาษีสรรพสามิตดีเซลลงไปถึงลิตรละ 5 บาท ส่งผลให้ปี 2556 นี้มีโอกาสที่คลังจะทยอยเรียกคืนเงินสรรพสามิตในช่วงน้ำมันโลกลดราคาโดยคาดว่าจะใช้กลไกกองทุนฯเรียกเก็บเงินดีเซล
       
       สำหรับค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติหรือ Ft ก็ไม่ต่างกันคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานหรือ เรกูเลเตอร์เริ่มส่งสัญญาณแล้วว่าเอฟทีงวดม.ค.-เม.ย. 56 หากพิจารณาเม็ดเงินที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) แบกรับภาระไว้ 7,000 ล้านบาท ผสมกับราคาก๊าซธรรมชาติที่ยังอยู่ระดับสูง 300 บาทต่อล้านบีทียูค่าเอฟทีคงหนีไม่พ้นปรับขึ้น 10 สตางค์ต่อหน่วย
       ดังนั้นภาพรวมปี 2556 ทั้งราคาน้ำมันและค่าไฟฟ้าคนไทยต้องเตรียมทำใจใช้ของแพงอีกปี เพราะหนี้เก่าที่ค้างไว้รอวันสะสางเรียกกลับคืน เพราะของฟรีไม่มีในโลก
       
       - ไทยศูนย์กลางพลังงานภูมิภาค
       
       “รัฐบาลปู” ได้วางยุทธศาสตร์พลังงานของประเทศด้วยการกำหนดให้ไทยเป็นศูนย์กลางพลังงานภูมิภาคในการรองรับการเข้าสู่ AEC โดยเฉพาะการเชื่อมโยงระบบสายส่ง ท่อก๊าซฯเข้ากับเพื่อนบ้าน รวมถึงการยกระดับพลังงานทดแทนขึ้นเป็นฮับในภูมิภาคนี้โดยเฉพาะเอทานอลที่ไทยมีการผลิตเรียกว่าเกินกว่าความต้องการและยังเป็นการยกระดับพืชเกษตรของไทยทั้งอ้อยและมันสำปะหลัง
       
       ไม่เพียงเท่านั้นรัฐกำลังโหมการผลิตก๊าซชีวภาพจากพืชพลังงานครบวงจร(หญ้าเนเปียร์) ที่จะเป็นการส่งเสริมเกษตรปลูกญ้าเนเปียร์โดยรูปแบบจะเป็นการลงทุนระหว่างเอกชนกับชุมชนอย่างละ 50% หรือเอกชนลงทุนทั้งหมดแต่ต้องรับซื้อหญ้าจากเกษตรกรในราคา 300 บาทต่อตัน และค่าไฟที่รับซื้อที่ 4.50 บาทต่อหน่วย
       
       ขณะเดียวกันยังมี บิ๊กโปรเจกต์การสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์เป็น 90 วันที่กระทรวงพลังงานกำลังศึกษารูปแบบโดยคาดว่าจะต้องลงทุนนับแสนล้านบาท ฯลฯ…. ต้องรอวัดฝีมือรัฐบาลต่อไป
       
       - ฝากความหวังธรรมชาติปี’56 ไทยไร้ภัยพิบัติ
       
       การพัฒนาเศรษฐกิจของไทยภาพรวมปี 2556 ยังต้องเชผิญกับปัจจัยเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวมากนัก ซึ่งดูเหมือนว่าภาคการส่งออกจะยังคงชะลอตัว แต่มีปัจจัยหนึ่งที่ไม่ว่าใครก็คงจะไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะมาเมื่อไรนั่นคือภัยธรรมชาติ ทั้งน้ำท่วม ภัยแล้ง แผ่นดินไหว สารพัดที่เริ่มมีความรุนแรงขึ้น
       
       ปัจจัยดังกล่าวทำให้ภาคธุรกิจนำมาเป็นปัจจัยเสี่ยงและเตรียมแผนรับมือมากขึ้นจากอดีตที่แทบจะไม่มีผลต่อการจัดทำแผนดำเนินงานแต่อย่างใด
       ภัยธรรมชาติทำลายชีวิตและทรัพย์สินส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจหากชาติใดต้องเผชิญก็ถือเป็นฝันร้ายซึ่งไทยเองเพิ่งเจอมาเมื่อปลายปี 2554 แต่เหนือสิ่งอื่นใดการบริหารจัดการก็มีส่วนสำคัญที่จะลดผลกระทบให้น้อยลง
       
       หวังว่าบทเรียนที่ไทยเผชิญน้ำท่วมใหญ่และแม้ว่าเราจะผ่านพ้นไม่เกิดวิกฤตซ้ำในรอบ 2 ซึ่งบางคนมองตรงข้ามว่าเผลอๆ เราอาจเผชิญภัยแล้งแทนก็เป็นไปได้ในปี 2556 ….แต่ธรรมชาติยากที่จะคาดเดา เราคนไทยควรตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาท และขอให้ผ่านพ้นไปได้ตลอดไป

ข่าวล่าสุด ในหมวด
“พาณิชย์”เข้าห้าง ตรวจขนาดสินค้า สบู่ แชมพู ผงซักฟอก หลังผู้บริโภคร้องเรียนเจอลดไซส์
ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทยแต่งตั้งพาร์ตเนอร์ใหม่ เจาะกลุ่มอุตสาหกรรม
ธพ.เตือนประชาชนอย่านำถัง LPG ครัวเรือนไปเติมปั๊มแก๊ส ขู่กฎหมายแรง
สมาคมข้าวถุงไทยแจกรางวัลในเทศกาล “ข้าวถุงรวมใน ประหยัดทั่วไทย”
เสวนาจัดการทรัพยากรน้ำ
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
ยังไม่มีผู้โหวต
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014