หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก iBiz | การค้า-อุตสาหกรรม-คมนาคม
 

ล้มสัญญา “ทวาย” พม่าเสนอตั้ง บ.ร่วมทุนใหม่ ถือสัญญาแทน “อิตาเลียนไทย”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 4 มกราคม 2556 11:07 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ล้มสัญญา “ทวาย” พม่าเสนอตั้ง บ.ร่วมทุนใหม่ ถือสัญญาแทน “อิตาเลียนไทย”

พม่ารื้อสัญญาทวาย เสนอตั้งบริษัทร่วมทุนใหม่ ถือสัญญาแทน “อิตาเลียนไทย” เพราะทำงานช้า-มีปัญหาระดมทุน
       
       นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า รัฐบาลพม่าต้องการปรับเปลี่ยน Framework Agree ment โครงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม และท่าเรือน้ำลึก โดยเปลี่ยนคู่สัญญาจากบริษัท อิตาเลียน-ไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD เป็นบริษัทโฮลดิงคอมปานีใหม่
       
       “เวลานี้พม่าเขาอยากให้เขียน Framework หรือข้อตกลงใหม่ ที่เดิมเขาทำกับบริษัท อิตาเลียน-ไทยฯ เขาอยากแก้ตรงนั้นเพื่อหาตัวผู้ลงทุนใหม่ ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนที่ตั้งขึ้นมาใหม่ หรือโฮลดิงคอมปานี เพราะเขาเห็นว่าอิตาเลียนไทยฯ ทำงานช้า เนื่องจากไม่สามารถระดมทุนได้ เขาก็อยากแก้ไขสัญญาตรงนี้ และเป็นที่สิทธิรัฐบาลพม่าทำได้”
       
       ก่อนหน้านี้ บริษัท อิตาเลียน-ไทยฯ ได้ร่วมลงนาม Framework Agreement กับ Myanma Port Authority, Ministry of Transport ของเมียนมาร์ เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2553 เพื่อดำเนินการพัฒนาโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย นิคมอุตสาหกรรม และเส้นทางคมนาคมเชื่อมระหว่างประเทศไทยกับสหภาพพม่า
       
       นายอาคมระบุว่า การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนใหม่ถือสัญญาแทนบริษัท อิตาเลียน-ไทยฯ นั้น ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป และยังไม่มีการกำหนดสัดส่วนการถือหุ้นว่าบริษัท อิตาเลียน-ไทยฯ จะถือหุ้นกี่เปอร์เซ็นต์
       
       อย่างไรก็ดี รัฐบาลไทยยืนยันว่าจะไม่เข้าไปถือหุ้นในบริษัทนี้ แต่ให้เป็นการลงทุนของรัฐวิสาหกิจไทยและเอกชน ขณะที่รัฐบาลมีหน้าที่สร้างกลไกที่ทำให้โครงการนี้เกิดขึ้น
       
       นายอาคมกล่าวว่า เพื่อให้โครงการทวายเป็นไปได้ และจูงใจให้นักลงทุนเข้ามาสร้างโรงงานในนิคมและใช้ท่าเรือ รัฐบาลพม่าต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ท่าเรือน้ำลึก และมอเตอร์เวย์ที่เชื่อมระหว่างชายแดนไทยไปยังนิคมอุตสาหกรรมทวาย หากให้เอกชนลงทุนและเก็บค่าบริการเอง ทำให้ต้นทุนค่าขนส่งสูงมาก เอกชนก็จะไม่มาใช้บริการ
       
       นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการสาขาโครงสร้างพื้นฐาน และการก่อสร้างโครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกและเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ระบุว่า การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานระยะเริ่มต้นของทวาย คาดว่าต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 2.7 แสนล้านบาท เป็นการลงทุนในเขตประเทศพม่า 1.9 แสนล้านบาท พม่าจะลงทุนประมาณ 9.6 หมื่นล้านบาท ส่วนอิตาเลียน-ไทยฯ ลงทุน 1 แสนล้านบาท ซึ่งแน่นอนว่าต้องหานักลงทุนมาช่วย
       
       ส่วนรูปแบบการลงทุนกำหนดไว้ 2 รูปแบบที่เป็นไปได้ คือ 1. ตั้งโฮลดิงถือหุ้นในบริษัทย่อยด้านถนน ท่าเรือ นิคมอุตสาหกรรม ฯลฯ มีข้อดีเพราะจะนำรายได้จากบริษัทย่อยที่มีกำไรมาสนับสนุนบริษัทที่ไม่มีกำไร และ 2. ตั้งบริษัทแยกดำเนินการในแต่ละธุรกิจ ซึ่งจะต้องแล้วเสร็จโดยเร็ว

ข่าวล่าสุด ในหมวด
“ฉัตรชัย” สั่งทูตพาณิชย์ทำแผนดันส่งออกให้ชัด ส่วนเป้าปีหน้ายังไม่เคาะ เผยตลาดมีทั้งโตและร่วง
อั้นไว้พรุ่งนี้ เบนซินและโซฮอล์ลด 50 สต./ลิตร เว้น E20-E8 ดีเซลคงเดิม
บริจาคโลหิตถวายพ่อของแผ่นดินที่เดอะไนน์ พระราม 9
กรมเจ้าท่าเตรียมบังคับผู้โดยสารเรือท่องเที่ยวสวมเสื้อชูชีพทุกคน
“บราเดอร์” เปิดตัวเครื่องพิมพ์เลเซอร์ ลุ้นโชค “ดูคาติ”
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 22 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 7 คน
32 %
ไม่เห็นด้วย 15 คน
68 %
ความคิดเห็นที่ 21 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นักธุรกิจหน้าโง่คนไหนคิดว่าการลงทุนในพม่าเป็นเรื่องง่ายๆรับรองต้องหงายท้องกลับมาแน่ๆ ที่ผมกล้าพูดเพราะเคยอยู่ที่นั่นมาแล้วห้าปีได้คุยกับนักธุรกิจทั้งไทย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น มาเลย์ อินโดรวมทั้งพวกฝรั่งทุกคนต่างพากันส่ายหัวเพราะมันไม่ง่ายเลย บางครั้งที่เราคิดว่าคนกลุ่มนี้ถืออำนาจสูงสุดในพม่าก็วิ่งเข้าหาแต่กลับปรากฎว่าคนระดับบนกลับสั่งคนระดับล่างไม่ได้ คนติดต่อวิ่งไปวิ่งมาเสียให้ทั้งบนทั้งล่างเรื่องก็ยังทำไม่ได้โยนกันไปโยนกันมา ยิ่งพวกผู้นำพม่าแล้วคนพม่ายังพูดเองเลยว่าพวกผู้นำของเขานุ่งโสร่งเวลาตกลงทำสัญญาอะไรกันไปพอลุกชึ้นก็ผลัดด้านโสร่งใหม่ก็สามารถเปลี่ยนจากหน้าเป็นหลัง หลังเป็นหน้าแล้ว เพราะโสร่งมันไม่มีด้านหน้าด้านหลังสามารถใส่ได้รอบตัวผู้นำพม่าเลยกลมกลิ้งกันไปเลย
จะรอดู
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 20 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
บ.อิตาเลียน การบริหารงานเเละโดยเฉพาะการเงิน สุดห่วยโคตรๆๆๆๆ
ในวงการผู้รับเหมา รู้กันดี ส่ายหน้ากันทุกคน เป็นมหาชนเเค่ชื่อ เเต่บริหารเเบบครอบครัว
ผู้บริหารมีเเต่คนเเก่จะเข้าโลง บริหารเเบบเก่าๆเต่าล้านปี ก็เลยรั่วไหลกันชิ..หาย
ผู้จัดการโครงการเเทบทุกคน มีผู้รับเหมาส่วนตัวกันหมด เอิ้กๆๆ ..ล่ำซำกันทุกคน เช็คดูได้
ต้นทุนโครงการต่างๆเลยสูงมาก ไม่สามารถเเข่งขันได้ให้มีกำไร สงสารผู้ถือหุ้นที่สุด
อดีตคนใน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 12 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นึกว่ากินหมู พอพม่าเปิดประเทศท่าทีมันเปลี่ยนทันที เพราะมีตัวเลือกเยอะกว่า 555 ไอ้เหลี่ยมปวดกระโหลกอีกแล้ว
สมนน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไทยย้ายพื้นที่ก่อสร้างเข้ามาเขตไทยได้แล้ว
ดีกว่า
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 +23 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ระบอบทักษิณ นอกจากต้องการจับเสื่อมือเปล่า (ถือหุ้นในสัดส่วนเกินจริง) แล้ว
ยังต้องการ "ค่า Royalty" จากโครงการลงทุนขนาดใหญ่ อีกต่างหาก
งานนี้ อาจมีข้าราชการไทยบางคนแกล้งโง่
แต่.... ธนาคารพาณิชย์ไทย (ยกเว้นะนาคารกรุงไทย) และ JICA ไม่ยอมโง่

ส่วนผู้บริหาร EGAT, Ratchbuti Power, และวิสาหกิจไทย
รวมถึงข้าราชการกระทรวง คค. โง่แล้วรวย
ไม่เชื่อไปถาม รมว คค ดู
ผู้เสียภาษี
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คนที่มีส่วนได้เสียจริงไม่น่าใช่บริษัทอินตาเลียนไทยน่าจะเป็นนายทักษิณมากกว่าเพราะดูจากรายละเอียดเรือ่งของนิคมอุตสาหกรรม โรงกลั่นนำมัน การขนส่งน้ำมันดครงการนี้เริ่มต้นโดยกระทรวงอุตสาหกรรมกองเศรษฐกิจเป็นผู้ดำเนินการในปี46-49
pre-cha@hot mail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
"คลิกรูปเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น"

แนะนำคนหารูปประกอบข่าวน่าหารูปใหญ่ๆได้ที่นี้
http://daweidevelopment.com/index.php/th/about-ddc/introduction
ขยันหน่อย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +15 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เรื่องนี้มาสาเหตุมาจาก

1. ฝั่งพม่า น่าจะมีการเปลี่ยนผู้มีอำนาจ เป็นปกติของประเทศนี้ที่คนใหม่จะหาเรื่องยกเลิกสัญญา เพื่อจะได้รับเงินเข้ากระเป๋า เรื่องแบบนี้ ITD ไม่น่ามีปัญหาเพราะเก่งเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว

2. การที่มีคนฝั่งไทยและเป็นของราชการเอาข่าวนี้มาพูด ก็แสดงว่ามีใครบางคนในฝั่งไทยอยากเข้าไปมีส่วนร่วมรับประโยชน์กับเขาด้วย เมื่อคนพูดคือ สศช ก็บอกได้เลยว่าเป็นคนของรัฐบาลหรือพรรครัฐบาลนั่นแหละครับ ฉะนั้นที่ คห 1 บอก ไอ้เหลี่ยมไม่เอา ไม่ใช่ครับ ไอ้เหลี่ยมมันจะเอาต่างหาก เลยเอาเรื่องนี้มาขยายต่อ หรือไม่แน่อาจร่วมมือกับคนที่เข้ามารับอำนาจฝั่งพม่า

เหตุการณ์แบบนี้เกิดประจำในสมัยเหลี่ยมครองเมือง และสมัยเหลี่ยม ITD ไม่ค่อยรุ่งเพราะไอ้เหลี่ยมมีพวกของตัวเองอยู่แล้ว

รอดูต่อไปสิครับ
ปปป
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สุดท้ายจะมีบริษัทไอ้กันและยุโรปเข้าไปเสียบตามสูตร
หม่อง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +57 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ท่าเรือน้ำลึกทวายเป็นผลประโยชน์์ของประเทศพม่าเกือบ 100% ไทยได้ประโยชน์น้อยมาก แบบนี้จริงแล้วรัฐบาลไทยจะไปเสรืือกอะไรหละแมัแต่ให้รัฐวิสาหกิจไทยไปลงทุนนก็ไม่ควรเสรือก ต้องให้เป็นเรื่องอกชนไปซึ่งหากจะสนับสนุนเอกชนก็ต้องไม่ใช้งบประมาณ สรุปเรื่องนี้รัฐบาลอีนางยกจังไรไร้สมองทำผิดปกติไปเสรือกเรื่องไม่ควรเสรือก แต่อย่างว่ามันชอบสอด สอดใส่มั้้ง
..
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +9 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผลประโยชน์ไม่ลงตัวกับ อ้ายสาดเหลี่ยม มันเลยไม่เอา
อิตาเลียลไทย
เหวงๆ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014