หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก iBiz | ข่าวการเงิน-การคลัง
 

“กิตติรัตน์” สวนกลับ “หม่อมเต่า” สู้ค่าเงินปี 40 ยังไม่เข็ดอีกหรือ ยันลด ดบ. ไม่ต้องไปสู้กับอะไรทั้งนั้น

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 เมษายน 2556 07:20 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“กิตติรัตน์” สวนกลับ “หม่อมเต่า” สู้ค่าเงินปี 40 ยังไม่เข็ดอีกหรือ ยันลด ดบ. ไม่ต้องไปสู้กับอะไรทั้งนั้น
กิตติรัตน์ ณ ระนอง

“กิตติรัตน์” ค้านแนวคิด “หม่อมเต่า” ยันไม่เห็นด้วยที่จะนำเงินบาทไปซื้อดอลลาร์สหรัฐเพื่อสู้กับเงินทุนไหลเข้า ถามกลับเมื่อปี 40 สู้ค่าเงินจนถังแตก ศก. เสียหายยังไม่เข็ดอีกหรือ พร้อมย้ำแนวทางที่เหมาะสม คือ ต้องลดดอกเบี้ย เพราะไม่ต้องไปสู้กับอะไรทั้งนั้น ฝากเหน็บย้ำพอไม่ทำอันนี้ก็ไปหาวิธีอื่นจะยุ่งกันไปใหญ่
       
       นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณี ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล อดีตประธานกรรมการ และอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เสนอให้รัฐบาลดูแลค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่อง ด้วยการให้ซื้อขายเงินตราต่างประเทศเพิ่มเป็นทุนสำรอง โดยระบุว่า เรื่องนี้ตนเองไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับแนวคิดที่ให้ไปซื้อเงินดอลลาร์มาสู้กับเงินไหลเข้าจำนวนมาก เพราะจะประคับประคองได้ยาก ที่สำคัญในอดีตก็มีบทเรียนมาแล้วกับการต่อสู้กับค่าเงินบาทจนหมดหน้าตัก ซึ่งสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจมาแล้ว
       
       “ยังไม่เข็ดอีกหรือกับการนำเงินบาทไปซื้อดอลลาร์ เรื่องนี้มีบทเรียนในอดีตมาแล้ว เอาเงินสำรองไปสู้กับเงินที่ไหลเข้ามาเป็นจำนวนมากเป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้อง หากเกิดปัญหาจะประคับประคองได้ยาก แต่สิ่งที่กระทรวงการคลังได้เคยเสนอไป ไม่ต้องไปสู้กับอะไรทั้งนั้น แค่ปรับระดับดอกเบี้ยนโยบายให้เหมาะสม พอไม่ทำอันนี้ก็ไปหาวิธีอื่น จะยุ่งกันไปใหญ่”
       
       นายกิตติรัตน์ กล่าวด้วยว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจเลย มีการติดตามต่อเนื่องอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด โดยแนวทางที่เหมาะสมเคยพูดไปแล้วหลายครั้ง คือ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโนบายทางการเงินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ทั้งนี้ ในส่วนของรัฐบาลก็มีการกำหนดให้หน่วยงานทั้งราชการ และรัฐวิสาหกิจที่มีความจำเป็นต้องกู้เงินเพื่อลงทุนหันมากู้เงินภายในประเทศเพื่อช่วยลดความผันผวนของค่าเงินบาทลง เช่น ในวันนี้การที่ ครม.อนุมัติให้มีการจัดซื้อหัวรถจักรของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ก็มีการกำหนดให้ชัดเจนถึงแหล่งเงินกู้ว่าจะต้องเป็นการกู้ภายในประเทศ นอกจากนี้ กระทรวงการคลังก็ได้มีการชำระหนี้คืนเงินกู้ในต่างประเทศบางส่วนได้ก่อนกำหนด ซึ่งก็ดำเนินการไปบ้างแล้วตามความเหมาะสม ตามแผนงานการบริหารหนี้สาธารณะของรัฐบาลประจำปี 2556
       
       นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมเน้นส่งเสริมการลงทุนด้านเครื่องจักรนำเข้าจากต่างประเทศมาใช้ทดแทนเครื่องจักรเก่าที่เสื่อมสภาพ และชำรุดด้วยการใช้เงินบาทไปซื้อสินค้าดังกล่าว และมีการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ซึ่งถือเป็นการใช้ประโยชน์จากสถานการณ์เงินบาทแข็งค่า และเป็นการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตของเอกชน

ข่าวล่าสุด ในหมวด
เชื่ออัตรา ดบ. ครึ่งปีหลังมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น ชี้แบงก์ต้องระดมเงินฝากเพื่อปล่อยกู้ลงทุนโครงการพื้นฐาน
ธปท.คาดสินเชื่อรวมครึ่งปีหลังดีขึ้น ยอดตัวเลขเอ็นพีแอลยังไม่น่าห่วง
เผยยอดเก็บรายได้รัฐ 9 เดือน ปีงบฯ 57 อยู่ที่ 1.55 ล้านล้านบาท
“คลัง” เล็งปรับเป้าจีดีพีใหม่ ลุ้นแตะ 3% เผยปัจจัยหนุนรอบด้าน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเริ่มเห็นผลชัดเจน
สคร. กำหนดแผนลงทุนรัฐวิสาหกิจ เร่งผลักดันเบิกจ่ายงบฯ ปี 57 เพื่อปั๊มเม็ดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจ
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 30 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 21 คน
70 %
ไม่เห็นด้วย 9 คน
30 %
ความคิดเห็นที่ 61 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตอนนี้คนในรัฐบาลเป็นพวกทำธุรกิจส่งออกกันทั้งน้านตแ่พวกผมซิเป็นผู้นำเข้าผมก็อยากจ่ายแบบถูกๆๆบ้างอยากใช้ค่าน้ำมันถูกๆๆบ้างไม่มีใครคิดเรื่องนี้บ้างเหรอ เอาแบบ25 บาทต่อ$ ก็ดีครับ
pingoil
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 60 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ความฉิบหายของประเทศอยู่ในมือคนไม่กี่คน
United
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 59 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เป็นคนที่มีบุคคลิกปาก ไม่ค่อยดีน่ะครับ
ทำการใหญ่จึงไม่มีคนช่วยเหลือเกื้อกูล เพราะปากไม่ดี ปากโอหัง ทั้งที่อายุประสบการณ์ก็ไม่ได้มาก อะไรนักหนา

วันนี้ ไม่ใช่นายหรือเด็กชาย กิตติรัตน์ ณ ระนอง ธรรมดาๆ น่ะครับ ทำงานในพระนาม ในพระปรมาภิไทย ของใคร สำนึกรู้เสียบ้าง....อย่าเอาแต่เป็นหมาเด็ก ปากเสีย เห่าๆ กัดๆ ไปทั่ว ไม่สร้างคุณ ไม่สร้างประโยชน์ได้เต็มที่ ความเชื่อถือก็คำแนนต่ำ แล้วยังไม่สังวรณ์ ยังจะเอาความโอหังบังตา ตัวเอง จะทำการใหญ่ของแผ่นดินเสียล่ะไม่ว่า!
choayoxx1@gmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 57 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทั้งรมว.คลังกับผู้ว่าแบงค์ชาติถ้าพวกท่านมัวแต่ทะเลาะกัน มองปัญหากันไปคนละทางสองทางประเทศนี้ต้องพังอีกรอบแน่นอน ทางที่ดีท่านควรจัดทีมมาถกกันโดยมีกูรูด้านการเงินการคลังมาร่วมกันถกข้อดีข้อเสียผ่านทางทีวีถ่ายทอดให้ประชาชนร่วมดูร่วมรับฟังกันไปด้วยแต่ไม่ได้ให้มาทะเลาะกันออกทีวี แค่ให้แต่ละฝ่ายนำเสนอวิธีของฝ่ายตนเองแล้วก็บอกถึงข้อดีแล้วอีกฝ่ายก็ออกมาบอกถึงข้อเสียแต่ในการถกกันไม่ได้ต้องการผลแพ้ชนะ หลังการถกันถึงข้อดีข้อเสียแล้วถ้าพวกท่านยังสรุปกันไม่ได้ว่าวิธีไหนดีที่สุดเหมาะสมที่สุดเสียหายน้อยที่สุด ถ้ายังไม่รู้ก็ควรจะลาออกกันไปให้หมดแล้วให้คนอื่นมาแก้ปัญหาแทน
อย่ามัวแต่โทษกัน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 56 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมต้องการเสนอว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยโดยผู่ว่าประสาร ต้องออกมาให้สาระแก่สาธารณชนว่า ในยามที่เงินบาทแข็งตัวมากๆและยาวนานเช่นนี้ แบ้งค์ชาติมองดูผลกระทบที่เกิดแก่ระบบการเงินเศรษฐกิจเช่นใด และมีความคิดหรือไม่ที่จะแก้ไขผลกระทบที่ภาคส่งออกต้องแบกรับที่จะกระทบต่อตลาดส่งออกและความสามารถในการแข็งขันของประเทศของเรา หรือหากแม้แบ้งค์ชาติคิดว่าการแข็งตัวของค่าเงินบาทเกิดผลดีมากกว่าเสียก็ควรออกมาแจงแนวคิดให้แก่สาธารณชนได้ทราบ อยู่นิ่งๆแบบนี้ไม่เกิดประโยชน์เลย อย่าทำแต่ตั้งรับ

นี่แนะนำอย่างมิตรนะครับ
เพชร
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 54 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
การลดดอกเบี้ยเท่ากับเป็นการอัดฉีดด้านการเงิน ตอนนี้รัฐเองก็อีดเรื่องการคลังอยู่แล้ว

การอัดฉีดทั้งการเงิน, การคลังในเวลาเดียวกัน เทียบได้กับการขับรถลงเขาแล้วเหยียบคันเร่ง มันจะเอาไม่อยู่ ไม่มีใครทำกัน

ส่วนตัวนะชอบเพราะลงทุนไว้ แต่มันไม่ดีต่อประเทศ
kik
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 50 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ลดดอกเบี้ยนโยบายปุ๊บ คนแห่ผ่อนบ้าน คอนโด เข้าทางทันที อิอิ
ใบสั่งมาจากนอกประเทศ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 49 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไอ้บ้านี่ความจำมันเสื่อมหรือ ถึงได้โทษหม่อมเต่า เรื่องลดค่าเงิน ผู้ว่าแบงก์ชาติตอนนั้นไม่ใช่ท่านสักหน่อย ไอ้ผู้ว่าคนนั้ตอนนี้ดูแก่งั่ก ผมแช่งมันทุกครั้งที่เจอ ลืมชื่อไปแล้วด้วย แต่จำหน้าได้ไม่ลืม มันซูเอี๋ยกับไอ้ทนง ลำไย ลดค่าเงินบาท แสบมาก
คนไทย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 48 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไอ้บ้าเอ้ย โกหกสีขาวคราวที่แล้วธุรกิจแทบพังไปหลายแถบ
ยังไม่เข็ดอีกเหรอ หากมาโกหกสีขาวว่า กู้ 2.2 ล้านๆจ่ายหมด
ยังมีหน้ามารับรอง รถไฟอิปูขนผักว่าไม่ขาดทุน
ปากหมา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 47 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จะเอาพ่อค้า หรือเอาประชาชน
ถ้าเอาพ่อค้าก็ลดค่าเงินบาท
ถ้าเอาประชาชนก็ไม่ต้องลด
คนจน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 46 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมว่าคุณกิตติรัตน์พูดไว้มีเหตุผล เพราะเราไปซื้อ dollars เท่าไหร่มันก็ ไม่ได้รับประกันว่าจะช่วยพยุงค่าเงินบาทได้ สู้มาลดดอกเบี้ย ให้คนเอาเงินออกมาใช้ ช่วยเสริมสภาพคล่องเศรษฐกินในประเทศดีกว่า แล้วจะไปซื้อดอลล่าห์ตุนไว้ ผมว่ามีแต่จะแย่ เพราะตอนนี้มันเข้าสู่ยุคโลกตะวันออก ค่าเงินดอลล่าห์ได้รับการยอมรับน้อยลงเรื่อยๆ แล้วไม่รู้อเมริกาจะพิมพ์เงินเล่นออกมาอีกเมื่อไหร่ เหมือนยืมจมูกคนอื่นหายใจ
เห็นด้วย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 45 +25 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จริงๆถ้ามองทางเศรษฐศาสตร์ ผมว่าทั้งสองฝ่ายก็มีเหตุผลทั้งคู่ เพียงแต่เลือกมองคนละจุด ฝ่ายหนึ่งมาจากธนาคารแห่งประเทศไทย ก็คำนึงถึงเร่ื่องเสถียรภาพของระบบการเงิน อีกฝ่ายหนึ่งเป็นรัฐบาล ก็คิดถึงเรื่องการค้าการลงทุน ข้อเสนอก็ต้องต่างกันมากเป็นธรรมดา

ในกรณีของหม่อมเต่า ท่านอาจจะพูดถูกในแง่ว่าถ้าหากคิดจะตรึงค่าเงินบาทไม่ให้แข็ง ก็อาจจะต้องใช้วิธีการซื้อเงินดอลล่าร์ แต่ปัญหาก็คือ วิธีนี้ต้องใช้จ่ายเงินทุนสำรองเป็นจำนวนมาก ซึ่งไม่คุ้มความเสี่ยงถ้าจะตรึงด้วยวิธีนี้ ในกรณีของคุณกิตติรัตน์ ก็คิดว่าการทำให้ค่าเงินอ่อนลงไม่ได้แก้ปัญหาอะไร เพราะถึงแม้จะเป็นการช่วยพวกที่ทำธุรกิจส่งออก แต่พวกธุรกิจนำเข้ากับลูกหนี้ต่างประเทศก็จะเดือดร้อนอยู่ดี เพราะฉะนั้น ทางแก้ที่ไม่กระทบใครเลยคือไม่ต้องไปยุ่งกับค่าเงิน แต่หันไปลดต้นทุนให้กับผู้ส่งออก ด้วยการลดอัตราดอกเบี้ย ถ้าต้นทุนถูกลง ถึงค่าเงินบาทจะแข็ง สินค้าแพงขึ้นในสายตาต่างประเทศบ้าง แต่ก็ยังรักษาระดับกำไรได้อยู่

ส่วนที่บางความเห็นบอกว่า ซื้อเงินดอลล่าร์ทุกวันนี้ดี เพราะเงินดอลล่าร์ถูก อันนี้ต้องบอกว่าเป็นวิธีคิดของผู้ทำกำไรในตลาดเงิน แต่ไม่ได้เป็นวิธีคิดของธนาคารแห่งประเทศไทยนะครับ เพราะธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ได้มีหน้าที่ลงทุน ที่เขาเสนอให้ซื้อเงินดอลล่าร์ก็เพราะต้องการตรึงค่าเงินจริงๆ แต่สมมติว่าคิดจะซื้อเงินดอลล่าร์เอาไว้เก็งกำไรจริงๆ รัฐบาลก็ไม่น่าทำเพราะเสี่ยงมาก เพราะถ้าค่าเงินของสหรัฐมันไม่ได้ตกต่ำชั่วคราวแต่มันตกต่ำเป็นเวลานานๆ ก็ไม่น่าจะเป็นวิธีการลงทุนที่คุ้มค่านักเพราะเงินดอลล่าร์ไม่ใช่ทองนะครับ
เถียงกันได้
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 40 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผู้ที่ละเอียดรอบคอบคงไม่ตอบมาแบบนี้หรอกครับ เพราะทุกวิธีมีความเสี่ยงทั้งนั้น ที่ตอบมาแบบนี้คงเพราะตกอยู่ในห้วงอารมณ์และต้องการตอบโต้ จึงทำให้เกิดเป็นคำตอบที่มีมุมมอง แคบมาก...ครับ
เตาะแตะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 39 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
หากแน่ใจในนโยบายที่คิดว่าตัวเองถูก
เอาคอเป็นประกันได้มั๊ย
อย่า !! เอาเงินประชาชนเป็นตัวประกันแทน
เพราะหากล้มประชาชนนักธุรกิจเขาเสียหาย
รัฐบาลแค่ลาออก...ไม่คุ้มกัน...
กล้าเปล่า?
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 38 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ท่านที่เคารพ ! เห็นด้วยน้ะ เรื่องการต่อสู้ค่าเงินน่ะ ! แต่ค้านเรื่อง ไม่เห็นด้วยเรื่อง การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น ! เนื่องจากมันจะได้ผลเพียงแค่เชิงจิตวิทยา ระยะสั้นๆ เท่านั้น ทั้งนี้เปรียบเทียบทั้งจากอัตราดอกเบี้ยในตลาดและประเทศคู่ค้าคู่แข่งขันกับปริมาณ เงินที่ใหลเข้าสู่ในตลาดอาเซียนซึ่งทุกฝ่ายเห็นประเทศไทยเป็นแหล่งทั้งที่พักเงินชั่วคราวระยะกลางและแหล่งให้ผลตอบแทนการลงทุนที่ดีในกลุ่มประเทศอาเซียน 10 ประเทศด้วยกัน ดังนั้น ท่านน่าจะเปิดหมวก เปิดใจให้กว้างลองจับเข่าคุยกับท่าน ผู้ว่า ธปท. หารือถึง การเลือกสรรเครื่องมือและมาตรการทั้งระยะสั้นและระยะกลางเพื่อนำมาเร่งรัดใช้ระหว่างนี้เพื่อบรรเทา ทุเลาปัญหาที่มันจะรุนแรง แผ่ขยายวงมากขึ้น หากจะใช้ดอกเบี้ยเป็นเครื่องมือจริงๆ ก็เอากันให้แน่ว่า จะประสานด้วยการออกหรือนำเครื่องมือและมาตรการตัวอื่นๆ มาประกอบการใช้งานร่วมกันทั้งเชิงเทคนิคและจิตวิทยา ด้านการป้องปรามและสกัดการเก็งกำไรระยะสั้นของเหล่า โจรร้าย speculators ทั้งหลาย เช่น ประกาสบังคับใช้มาตรการทางด้านการเรียกเก็บภาษี ในอัตรา ไม่น้อยกว่าหรือ 2เท่าของอัตราดอกเบี้ย นโยบาย คิดคำนวณจากส่วนต่างหรือกำไรที่นักลงทุนได้รับจากการนำเม็ดเงินเข้ามาลงทุนโดยมีระยะเวลาการลงทุนน้อยกว่า 6 เดือน และเรียกเก็บภาษีในอัตรา 3 เท่าของอัตราดอกเบี้ยนโยบายสำหรับการลงทุนที่มีระยะเวลาน้อยกว่า 3 เดือนของตลาดตราสารทุกชนิด ควบคู่ไปกับมาตรการการเรียกเก็บเพิ่มค่าธรรมเนียมอากร การทำธุรกรรม การโอน การเคลื่อนย้ายเม็ดเงินลงทุนจากแหล่งหนึ่งไปยังอีกแหล่งหนึ่งที่มีระยะเวลาการลงทุนน้อยกว่า 60 วัน ตามอัตราที่กระวงการคลังกำหนด ! ฯลฯ อื่นๆ เป็นต้น
น.
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 37 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ปรับลดดอกเบี้ยก็คงช่วยอะไรได้ไม่มาก ซื้อดอลล์ ณ. สถานการณ์อย่างนี้ก็ไม่เหมาะ ตราบใดที่ไอ้กันยังพิมพ์แบงค์กงเต๊กออกมาเป็นว่าเล่น อย่างหนึ่งคือต้องพยายามทำให้เศรษฐกิจเราอยู่ได้ด้วยตัวเองอย่างมั่นคง พึ่งการส่งออกให้น้อยลง
ตี๋
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 36 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
White LIEs อีกป่ะ !!! ตาแปะคนนี้ เก่งจริงเหรอ?? น่าจะSuper BOSSY มากกว่า เคยคุยกร่างในงานสัมมนาว่า ในทางเศรษฐกิจทุกคนต้องทำตามผมทุกอย่าง ตอนอยู่ที่ศศืนทร์ก็วางอำนาจน่าดูเลยละ

ปร๊กษากันด้วยเหตุด้วยผลเพื่อประเทศชาติจะดีกว่าไหม จะลดดอกเบี้ย 1% คงจะใช้ดอกเบี้ยต่ำๆตอนที่กู้ประชาชนโดยออกพันธบัตรรํฐบาลเงิน 2 ล้านล้านมั้ง ??

ตอนปี40 รมตคลังคือ ทนง พิทยะ (ลำไย คือนามสกุลเดิม) คนทีประกาศลดค่าเงินบาท คนที่ได้ประโยชน์เต็มๆๆเป็นใครก็คงรู้กันอยู่แล้ว
BOSSY
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 35 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อย่าเอาเรื่องคนละเรื่องมาเปรียบเทียบกันโดยอ้างเรื่องค่าเงินบาท เพื่อหลอกลวงประชาชนที่ไม่มีความเข้าใจเพื่อผลทางการเมือง
เงื่อนไข และ สภาวะเศรษฐกิจและการเงินของประเทศไทยวันนี้ต่างจากปี 40 ไม่ว่าจะเป็นหนี้สาธารณะของไทย เศรษฐกิจในประเทศ และเศรษฐกิจโลก ปี 40 ทั้ง ยุโรป และอเมริกา ไม่ได้อยู่ในสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำเหมืิอนปัจจุบัน จีนเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วยังไม่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก โครงสร้างการส่งออกของไทยก็ไม่เหมือนปัจจุบัน
ความพยายามของรัฐบาลนี้ ต่างหากที่บ่อนทำลายเศรษฐกิจให้อ่อนแอและสุดท้ายเงินบาทก็อ่อนค่าเหมือนกัน การสร้างหนี้สาธารณะและภาระผูกพันเพิ่มอีก 5 ล้านล้าน การรับจำนำข้าว นโยบายประชานิยม ฯลฯ ล้วนเป็นการผลาญเงินงบประมาณประเทศแบบสูญเปล่าไม่สร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ แต่ละปีโครงการพวกนี้สร้างภาระเพิ่มเติมให้กับประเทศ 4-5 แสนล้านบาทและผู้เสียภาษีจะต้องจ่ายภาษีมากขึ้นกว่าเดิมในที่สุด การลดออกเบี้ยสกัดเงินไหลเข้าได้ระดับหนึ่ง แต่กระตุ้นการใช้จ่ายและทำลายเงินออม ทำให้เงินเฟ้อพุ่ง และเศรษฐกิจก็จะอ่อนแอ
เมื่อเศรษฐกิจอ่อนแอลง เงินบาทก็อ่อนค่าลงเองในที่สุด และหากประเทศถดถอยพวกนักการเมืองชั่วกับนักเก็งกำไรต่างชาติก็จะรวมหัวกันมาซื้อของถูกไว้ขายแพงเหมือนที่มันเคยทำกัน เรื่องถามตระกูลชินน่าจะรู้ดีที่สุด
จับตาดูพวกมันให้ดี
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 34 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อย่าสู้กับ ค่าเงิน เรา ลดดอกเบี้ย
ลดผลตอบเเทน ของฝรั่ง

เขากู้ มา 1% กว่า ๆ มาฝากไว้ที่ พันธบัตร บ้าน เรา 4%กว่าๆ

ความเสี่ยงก็ไม่มี กำไรเห็นๆ เราต้องลดผลตอบเเทน เขาให้ต่ำ

ลงมา เพื่อที่ เขาจะไม่ได้ไม่ต้องเอาเงินเข้ามา มากกว่านี้อีก
namm แฟนเชลซี+อินเตอร์
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 33 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จะลดดอก เพิ่มดอก จะอุ้มค่าเงิน หรือไม่อุ้ม จะทำอะไรก็ได้ครับ ถ้าไม่ต้องรับผิดชอบ ถ้าแค่ออกมาขอโทษแล้วหายกัน

เด็กข้างบ้านต่อยกัน มันยังโดนพ่อแม่ตี

รัฐมนตรีประเทศไทย ทำชาติล่มจม แต่ยังลอยนวลอยู่หรือหลบหนีไปได้ ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร แล้วมันจะไปกลัวอะไรกับการตัดสินใจที่ผิด....หือ ?
ก็แค่ชาติล่มจม...แล้วไง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 32 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เป็นรมต.คลังที่ปากพร่อยที่สุดเท่าที่เคยมีมา
บริหารกันแบบนี้เหรอ ด่ากันออกสื่อ แทนที่ทำอะไรแบบมืออาชีพหน่อย
พูดโกหกจนคนไม่เชื่อ เด็กเลี้ยงแกะที่กระทรวงการคลัง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 31 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไอ้เชี่ยนี่ โง่ บวก บ้า ไปที่ไหนหัวหน้าตายหมด
ไอ้งั่ง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 28 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ปี40 ไอแม้วพ่อมรึง ร่วมถล่มค่าเงินบาทด้วยพ่อมรึงหนะผิด เป็นความพลาด ของกค.ตอนนั้น
ไอควาย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 27 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ลดดอกเบี้ยสิ real estate รวยระเบิด
นักลงทุนนักเก็งกำไรกำลังรอ
ฟองสบู่มาแล้ว
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 26 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แบ๊งค์20บาทรุ่นออกมาใหม่ไม่มี สัญญลักษณ์ "ภปร" เมื่อเทียบกับรุ่นเก่า เรื่องนี้ นาย ประสารไตรวรกุล ผู้ว่าการแบ๊งค์ชาติ และ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง จะไม่รู้เรื่องหรือแกล้งโง่ในสิ่งที่ตนเองเซ็นต์ชื่อรับรองอยู่บนธนบัตรอันนี้ผมไม่ทราบ แต่คนระดับนั้นคงจะไม่โง่มั้งไม่งั้นมานั่งต่ำแหน่งสูงๆนี้ไม่ได้ หลักฐานนี้แสดงถึงขบวนการล้มเจ้ามมีอยู่จริง ค่อยๆแซะทีละนิด ที่แสบก็คือ พรรค ปชป ตั้งนายประสาร มาคุมแบ๊งค์ชาติ น่าจะจงรักภักดี เพราะ ปชป ก็ใสเสื้อเหลือง(กางกางในแดง เพราะบางเรื่องแอบจับมือกันทางการเมืองและผลประโยชน์ร่วมกัน)แสดงถึงความจงรักภักดีแต่ซ่อนมือ ถือมีดปลายแหลมอยู่ด้านหลังพร้อมที่จะแทงอยู่ตลาดเวลา ถ้าเป็นพรรคเผาไท ที่ตั้งนายกิตติรัตน์ มาคุมกระทรวงการคลังก็จะไม่สงสัยอะไรเพราะพวกนี้เป็นโจรเปิดหน้าชกกันซึ่งๆหน้าแต่ พวกพรรคแมงสาปเป็นพวกอีแอบซ่อนปิดบังแอบอิงเอาเจ้ามาบังหน้าเพื่อหาอำนาจและผลประโยชน์
หากสังคมไม่ว่าอะไรนิ่งเฉยต่อไปมันก็จะทำกับแบ๊งค์100 บาทและสังคมยังนิ่งเฉยก็จะทำกับแบ๊งค์ 500 และแบ๊ง 1000 ตามลำดับ เพื่อลดพระยศ พระเกียรต์ ลดพระราชอำนาจ

สำหรับผมขอเรียกร้องให้ฝ่ายออกบัตรตรวจสอบกฏระเบียบในการพิมพ์ธนบัตรว่าต้องมีองค์ประกอบในธนบัตรให้ครบถ้วนหรือไม่อย่างไร

สิ่งที่ผมทำได้ คือเรียกร้องให้ประชาชนที่รักในหลวงอย่าใช้ธนบัตรที่ไม่มีรูปในเหลวงหรือ พระนามย่อ ของในหลวงด้ววยการปฏิเสธการทอนเงินแบ๊งค์20ที่ไม่มีพระนามย่อ รวมทั้งแบ๊งค์50บาทด้วย "บอกเขาว่าเรารักในหลวงขอเปลี่ยนธนบัตรหน่อยครับ/ค่ะ" เพื่อแสดงความจงรักภักดีและแสดงความไม่เห็นด้วยที่พวกโจรริยำพวกนี้ทำกับในหลวงแสนดีที่มีแต่ให้ทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติมาตลอดชีวิตห่วงใยราษฏรมีทศพิศราชธรรมมาตลอดการครองแผ่นดินโดยธรรม แต่ไม่รู้ว่าในหลวงไปทำอะไรให้เจ็บแค้นจึงมารักแกท่านได้ลงคอ

ถ้าไม่รู้บุณคุณท่านก็ต้องคืนอำนาจการปกครองให้ท่านกลับไปซิ เพราะว่าคณะราษฏร์ไปปล้นอำนาจมาจากท่านในปี2475 เพราะก่อนหน้านี้ประเทศเจริญก้าวหน้ามีเศรษฐกิจมั่นคง สังคมมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันก็เพราะกษัตริย์ จะมาว่าประชาธิปไตย์ที่ซื้อเสียงโกงเลือกตั้งมาดีกว่่าอย่างไร
แมงกุ๊ดจี่
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 25 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
หยุดประชานิยม แล้วมาเพิ่มดอกเบี้ย ลดค่าบาทแข็ง ได้สนิทกว่า
ท่านหยุดแล้วยัง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 24 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คนจะรู้จักออมบ้างก็จะลดดอกเบี้ย ควรจะส่งเสริมการออม ควบคู่กับการรู้จักลงทุน ผมว่าท่านลดภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก จาก 15% เหลือ 5% ดีกว่า มันอยู่ในอำนาจท่าน เพื่อสังคมโดยรวมจริงๆ หรือลดดอกเงินกู้ เพิ่มดอกเบี้ยเงินฝาก น่าจะเพื่อประชาชนกว่านะท่าน จะได้ช่วยส่งออกลดดอกเบี้ยเงินกู้ เพิ่มผลประโยชน์เงินฝาก ถ้าไม่อยากให้เงินไหลเข้าประเทศมากกลัวบาทแข็ง ก็ใช้วิธีดูแลเงินไหลเข้า ง่ายๆคิดไม่ได้ ผมประชาชนคนนึงก็อยากปลดท่าน ด้วยความเคารพ ใครอยากปลดท่าน ช่วยกันกด like หน่อยครับ
เสนอคลังอีกครั้ง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 23 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คนละครึ่งดีไหม
หม่อมเต่าก็พูดถูก เพราะทำอย่างหม่อมเต่าว่าเหมือนปี 40 ก็จริง แต่รอบนี้ข้อมูลต่าง ๆ เรามีในมือพร้อม ไม่เหมือนตอนปี 40 ที่ไร้เดียงสามากๆ
ส่วนรมต.กิตติรัตน์ ก็ต้องระวัง เพราะปี 40 มันหลอนมาตลอด ขืนเอาเงินไปกันวันจะเจ๊งทั้งประเทศ
สุดท้ายคนที่น่า ช่วนได้มากที่สุดคือ ท่านชูชาติ ผู้ว่าฯแบงค์ชาติ ควรลดอัตราดอกเบี้ยลงบ้าง 2.75 ลดมาอยู่ที่ 2.50 หรือ 2.00 ก็ได้ เพราะขณะนี้ประเทศรอบข้างเราอัตราดอกเบี้ยก็อยู่ประมาณ 2.00
แล้วเราจะคงไว้ทำไม หรือ มีใครได้ใครเสีย
คนบ้านนอก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 21 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ซื้อดอลล่าร์ไว้ก็ถูกแล้ว เดี๋ยวพอบาทอ่อนตัวก็ได้กำไรทั่วหน้า
เหนื่อยใจ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 18 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผทว่าถ้าจะซื้อดอลล่าอเมริกา ซื่อดอลล่า ออสเตเลียดีกว่าไหม
ผ่านไป
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 17 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รากหญาตายแล้วต่อไปอยากให้ชนชั้นกลางตายตามใช่ไหมเงินเก็บพอมีสักล้านสองล้านพอจะมีกินมีใช่แบบพอเพียงก็ต้องเอาทุนเดิมออกมาใช่ให้หมดใช่หรือเปล่าพวกมรึงจึงพอใจสุดท้ายก็เป็นทาสพวกมรึงจึงจะดี ไอ้นรกมาเกิด คนมีเงินฝากเล็กน้อยจะให้เขาไปลงทุนอะไรก็ไปเป็นเหยื่อแบงค์อีกไม่สงสารพวกวัยชราเลยหรือไอ้ซนเกือก
คิดให้ตายเป็นพวกๆ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 16 +6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ลดดอกนี่ยิ่งแล้วใหญ่ แค่นี้ก็ Bubble พอล่ะ พอลดดอกก็เหมือนปั่นทั้งหุ้นและอสังหา กว่าจะรู้ว่ามันมี Bubble เนี่ยมันยากและใช้เวลานะครับไอ้โต้ง

เมิงกลัวไอ้ 2 ล้านล้านที่กำลังจะกู้มาเนี่ยดอกเยอะใช่มั้ยเลยจะสั่งให้ลดดอก ความคิดกากเดนมาก การที่ลดดอกลงมามากๆมันส่งเสริมการใช้เงินอย่างสุรุ่ยสุร่าย ตัวอย่างมีให้เห็นเยอะแล้ว ทั้ง Iceland, Ireland, Greece

และกว่าจะฟองสบู่แตกเนี่ย เมิงจะได้ไปรมต.รึเปล่าก็ไม่รู้ แต่เครดิตเมิงก็เอาไปหมดล่ะ ปล่อยเรื่องค่าเงินให้เป็นไปตามกลไกตลาดดีที่สุด ภาคเอกชนก็ต้องรู้จักหาประโยชน์จากบาทแข็งด้วย ไม่ใช่โอดโอยตลอดเวลา
MMM
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 13 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กิตติรัตน์พูดถูกแล้วละคะ ตอนนั้นเศรษฐกิจไทยพังออกมารับผิดชอบกันบ้างไหมละคะ หายหน้าไปไหนหมดละคะตอนนั้นอะคะ

ถ้าคนไม่เก่งบริหาร ก็จะนำภัยมาสู่ประเทศคะ
พร
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สนับสนุนนโยบายปรับลดดอกเบี้ยครับ คนจนจะได้รับประโยชน์ด้วย ถ้าปรับลดลงสัก 50 % สมัยหน้าผมจะเลือก พท.
นิยม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
วันนี้ที่บริษัทส่งของไปขายต่างประเทศ กำไรบวกไว้แค่10% เพราะต้องไปสู้กับของที่ผลิดในจีน จากที่จะมีกำไรนิดหน่อย ค่าเงินแข็งทำให้ขาดทุนไปแล้ว จะแลกได้30 ไปจ่ายหนี้ วันนี้ 28
วินัย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อ้าวตอนนั้นก็รัฐบาลเชาวลิต ที่มีกุนซือคือทักษิณไม่ใช่หรือ ที่ไปลดค่าเงินจนคนอื่นเจ๋งหมด ทักษิณก็รวยจากงานนี้ไม่ใช่หรือ
คนไทย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ปี 40 ที่เกิดวิกฤติก็เพราะแบงค์ชาติ
ไม่ทำอะไรเลย ปล่อยให้เอกชนกู้เงินจากต่างประเทศ
กู้ต่างประเทศต้นทุนถูกกว่าครื่งหนึ่ง แล้วบริษัทไหนไม่กู้ก็ค้าขายแข่งกับคนอื่นไม่ได้
ไม่มีมาตราการอะไรออกมาสกัดกั้นหรือเพิ่มต้นทุนการกู้เงิน
ทุกอย่างปล่อยไปตามกลไกลเสรีที่ฝรั่งมันมาหลอกเรา
สุดท้ายแล้วเป็นยังไง
ทำไมเมืองไทยถึงบ้าฝรั่งกันนัก เห็นฝรั่งดีไปหมด มันมาปล้นบ้านตัวเองยังจะชื่นชมมันอีก เป็นชาติเดียวในเอเขียที่บ้าฝรั่ง ชาติอื่นเค้ารู้ว่า ไม่มีนักบุญหรอกมีแต่ซาตาน
nat
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คุณกิตติรัตน์ไม่รู้เลยหรือว่าแบ๊งค์พาณิชย์เขากลัวการลดดอกเบี้ยที่สุด และผู้ว่าก็มาจากแบ๊งค์พาณิชย์จึงเข้าใจกันดี
รักชาติ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คนละด้านกับปี ๔๐ เลย
เหมือนสู้น้ำ?
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กิตติรัตน์ออก ผมว่า ประเทศน่าจะเจริญกว่านี้นะ ไม่ต้องลดดอกเบี้ยด้วยซ้ำ
f
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +53 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มี รมต คลัง โง่แบบนี้แล้วก็กลุ้ม ลงดอกเบี้ยมันช่วยได้จริงหรือ ต่างประเทศในภูมิภาคเดียวกันดอกเบี้ยสูงกว่าไทย ทำไมเงินยังไหลเข้าน้อยกว่าล่ะ เห็นอย่างเดียวที่ รมต คลัง คือ การเมืองแอบแฝง ลดดอกเบี้ยก็เพื่อไปช่วยพวกผ่อนรถคนแรกที่กำลังจะตายกันถ้วนหน้า ลดดอกเบี้ยเงินเฟ้อก็พุ่งขึ้น ของมันยังแพงไม่พอหรือ

ซื้อ ดอลล่าร์ ก็เป็นทางออกที่ดี รมต พูดแบบโง่ คือ วันนีีเราไม่ได้ซื้อดอลลาร์เพื่อไปสุ้อะไร Hedge fund นี่ ซื้อวันนี้ก็ถึอเป็นการลงทุนที่ฉลาดแบบหนึ่ง เป็นผมก็ทำ ผมก็ซื้อดอลลาร์เหมือนกัน เพราะ ดอลลาร์ตอนนี้ถูกมาก ต่อไปดอลลาร์มันกำลังจะเป็นขาขึ้นตามเศรษฐกิจสหรัฐที่เริ่มฟื้นตัวชัดเจน และคนจะเริ่มผละจากทอง ออกมาซื้ออย่างอื่นแทน ถือเป็นการลงทุนที่มีอนาคต คนอย่าง รมต คลัง มองภาพไม่ออกหรือ
ผ่านมา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014