หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก iBiz | ข่าวการเงิน-การคลัง
 

ตอกฝาโลง “พาณิชย์” ตายคาบัญชีจำนำข้าว “ธีระชัย” เผย “บุญทรง” แถลง...ฟังแล้วลมจับ!

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
8 มิถุนายน 2556 23:40 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ตอกฝาโลง “พาณิชย์” ตายคาบัญชีจำนำข้าว “ธีระชัย” เผย “บุญทรง” แถลง...ฟังแล้วลมจับ!

“ธีระชัย” อดีต รมว.คลัง ลมแทบจับหลังฟัง “บุญทรง-ณัฐวุฒิ” แถลงจำนำข้าว ยอมรับรู้สึกผิดหวัง 2 บิ๊กอ้างไม่สามารถคำนวณกำไรขาดทุนได้ เพราะต้องขายข้าวให้หมดก่อน คงต้องรอไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน ชี้ “พาณิชย์” มีบทบาทกำกับนักบัญชี แต่กลับทำผิดหลักเสียเอง พร้อมถามย้อนให้เอกชนรอปิดบัญชีก่อนเสียภาษีบ้างได้หรือไม่ พร้อมสอนมวย 6 ข้อ ปิดบัญชีจำนำข้าว
       
       นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง แสดงความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์สังคมออนไลน์ เฟซบุ๊ก เกี่ยวกับการแถลงชี้แจงผลการดำเนินงานในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล เมื่อวานนี้ (7 มิ.ย.) ที่กระทรวงพาณิชย์ โดยยอมรับว่า ผิดหวังกับการชี้แจงในครั้งนี้ โดยเฉพาะที่ระบุว่า ยังไม่สามารถคำนวณกำไรขาดทุนได้ เพราะต้องรอให้ขายข้าวหมดก่อนจึงยังขอไม่ปิดบัญชี ซึ่งถือว่ากระทรวงพาณิชย์ที่กำกับดูแลนักบัญชีทั่วประเทศผิดหลักการบัญชีเสียเอง
       
       นอกจากนี้ นายธีระชัย ยังแนะนำแนวทางการคำนวณบัญชีจำนำข้าวออกเป็น 6 ข้อ และขอให้เร่งปิดบัญชี เพื่อชี้แจงให้ประชาชนผู้เสียภาษีได้รับทราบความเสียหาย พร้อมระบุนับตัวเลขกลมๆ ขาดทุน 2 แสนล้านบาท ภาระจะตกกับผู้เสียภาษีทั้ง 5 ล้านคนอยู่ที่คนละ 4 หมื่นบาทที่ต้องแบกรับไว้
       
       “เมื่อวานนี้ รัฐมนตรีพาณิชย์แถลงว่า ยังไม่สามารถคำนวนกำไรขาดทุนจำนำข้าวได้ เพราะต้องรอให้ขายข้าวจนหมดเสียก่อน เฮ้อ!!! ฟังแล้วลมจับ สงสัยจะต้องรอไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลานเสียแล้ว
       
       กระทรวงพาณิชย์ มีหน้าที่กำกับดูแลนักบัญชีทั่วประเทศ แต่กลับไม่ปฏิบัติตามหลักการบัญชีเสียเอง เป็นที่น่าละอายมากนะครับ
       
       ถ้าบริษัทธุรกิจเอกชนขอใช้หลักการนี้บ้าง จะได้หรือไม่ กรณีบริษัทซื้อสินค้ามาล็อตใหญ่ ขายไปเพียงบางส่วน ที่เหลือยังค้างอยู่ในสต๊อก จะขออ้างว่า เนื่องจากยังมีสินค้าที่ขายไม่หมดก็เลยขอยังไม่ปิดบัญชีประจำปี
       
       ธุรกิจเอกชนจะขอทำเหมือนกระทรวงพาณิชย์ ได้หรือไม่ครับ
       
       ข้าราชการกระทรวงการคลัง ควรจะชี้แนะ หรือประท้วงพฤติกรรมของข้าราชการกระทรวงพาณิชย์นะครับ เพราะหากบริษัทเอกชนต่างหันใช้หลักการเดียวกันนี้ บริษัทจะไม่มีการปิดบัญชีกำไรขาดทุน แล้วกระทรวงการคลังจะเก็บภาษีประจำปีกันอย่างไรเล่าครับ
       
       ผมก็บังเอิญเคยเรียนวิชาสอบบัญชีที่ประเทศอังกฤษ จึงขออธิบายหลักวิธีทางบัญชีไว้ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจนะครับ
       
       ก.ทุกองค์กรต้องมีการปิดบัญชีเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ อาจจะเป็นทุกเดือน หรือทุกสามเดือน ทุกหกเดือน หรือทุกสิบสองเดือนก็ได้ แต่โดยทั่วไปต้องไม่เกินรอบสิบสองเดือน
       
       ต่อไปนี้ สมมติต้องการปิดบัญชี ณ วันที่ 31 มกราคม 2556 (เพื่อให้ตรงกับของคณะกรรมการปิดบัญชี) ก็ให้หาข้อมูลสามบรรทัดตามนี้
       
       ข.จนถึงวันที่ดังกล่าว รัฐบาลใช้เงินไปในการรับจำนำสะสมเป็นจำนวนเท่าใด ก็ตั้งไว้เป็นบรรทัดแรก
       
       ค.จนถึงวันที่ดังกล่าว รัฐบาลขายข้าวไปทั้งสิ้นได้เงินเท่าใดก็ใส่เป็นบรรทัดที่สอง
       
       ง.ณ วันที่ดังกล่าว มีการตรวจนับสต๊อกโดยบุคคลที่เชื่อถือได้หรือยัง เขาพบว่ามีข้าวอยู่จริงๆ เท่าใด ให้ใช้เฉพาะตัวเลขที่นับสต๊อกเหลืออยู่จริงๆ
       
       จ.สต๊อกข้าวที่มีอยู่ ณ วันที่ดังกล่าว มีคุณสมบัติ และสภาพเฉลี่ยอย่างไร ให้ตีตามราคาตลาดในวันนั้น โดยลดทอนราคาตลาดลงตามสภาพเฉลี่ย เป็นบรรทัดที่สาม
       
       ช.กำไรขาดทุน ก็คือคำนวณโดยเอาบรรทัดแรก ลบด้วย บรรทัดที่สอง และบรรทัดที่สาม เท่านั้นเอง
       
       ท่านผู้อ่านจะเห็นได้นะครับ ว่าถ้าจะตั้งใจทำกันจริงๆ แล้ว จะไม่ยากเย็นอะไรเลย
       
       วันนี้มีผู้สื่อข่าวถามผมว่า กรณีนี้จะเป็นต้นเหตุให้รัฐบาลพังหรือไม่ ผมตอบว่าไม่ทราบ เพราะไม่ชำนาญด้านการเมือง
       
       แต่ผมอยากจะตอบในที่นี้ ถึงแม้ผมไม่ทราบว่ารัฐบาลจะพังหรือไม่ แต่ที่ผมทราบแน่ๆ ก็คือ ในฐานะประชาชนผู้เสียภาษีพวกเราพังกันหมดแล้วครับ
       
       ถ้าใช้ตัวเลขขาดทุนแบบกลมๆ 2 แสนล้าน เฉลี่ยต่อคนสำหรับคนไทยทั้ง 67 ล้านคน ก็เป็นเงินคนละเกือบ 3 พันบาทแล้วครับ นี่นับหัวเฉลี่ยลูกเด็กเล็กแดงไปด้วยทุกๆ คน
       
       แต่ผมคิดว่าคนที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในแต่ละปี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกจ้างกินเงินเดือนนั้น คงมีไม่ถึง 5 ล้านคน ถ้าใช้ตัวเลข 5 ล้านคนที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นตัวหาร ภาระจะตกคนละ 4 หมื่นบาททีเดียวครับ
       
       ถ้าขาดทุนบานออกไปเป็น 3 แสนล้าน ภาระก็จะเพิ่มเป็นคนละ 6 หมื่นบาท
       
       รัฐมนตรีคลัง กับรัฐมนตรีพาณิชย์ ร่วมกันสร้างภาระให้แก่ประชาชนมากขนาดนี้ ก็ควรจะปิดบัญชีให้เขาดูกันหน่อยสิครับ ประชาชนเขาจะได้รู้สึกว่ามันคุ้มค่ากับเลือดที่ไหลออกไปกันหน่อย”
       
       

ข่าวล่าสุด ในหมวด
CIMBT มั่นใจ SME โต 7-8%-รุกภาคใต้-กดหนี้เน่าไม่เกิน 2%
คาดอีก 20 ปี รูปแบบการให้บริการทางการเงินจะเปลี่ยนแปลงแบบพลิกผัน
เตรียมชง 3 แพกเกจกระตุ้น ศก.เข้าที่ประชุม ครม. คลังเผยบางมาตรการอาจเปลี่ยนแปลงได้
ธปท.มั่นใจมาตรการกระตุ้น ศก.ระยะสั้น ย้ำสถานะ ศก.ไทยยังมั่นคง
“สุพจน์” ไขก๊อกพ้น “เอสเอ็มอีแบงก์” จับตา “คลัง” ยกเครื่องแบงก์รัฐ คาดโละประธานยันเอ็มดี
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 191 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 188 คน
99 %
ไม่เห็นด้วย 3 คน
1 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2015