หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก iBiz | กองทุนรวม
 

กสิกรไทยตั้งกองโรงไฟฟ้า ชูผลตอบแทนปันผล 7.5%

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
3 กันยายน 2556 16:37 น.
กสิกรไทยตั้งกองโรงไฟฟ้า ชูผลตอบแทนปันผล 7.5%
        บลจ.กสิกรไทยคลอดกองทุนรวม “โครงสร้างพื้นฐาน โรงไฟฟ้าอมตะ บี.กรีม เพาเวอร์” หรือ ABPIF ชูผลตอบแทนปีแรก 15-15.5% แบ่งเป็น 7.2-7.5% เป็นผลตอบแทนเงินปันผล และ 8% เป็นเงินลงทุนที่ทยอยจ่ายคืนแก่ผู้ถือหน่วยด้วยการลดทุน เน้นลงทุนในกิจการโรงไฟฟ้าอมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 1 และ 2 ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จังหวัดชลบุรี มูลค่าโครงการ 6,300-6,600 ล้านบาท อายุโครงการ 9 ปีเศษ เริ่มไอพีโอวันที่ 14-15 ก.ย.นี้
       
       นายจงรัก รัตนเพียร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเปิดกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน โรงไฟฟ้าอมตะ บี.กรีม เพาเวอร์ (ABPIF) ซึ่งถือว่าเป็นกองทุนแรกของเมืองไทย โดยกองทุนดังกล่าวมีมูลค่าโครงการ 6,300-6,600 ล้านบาท ซึ่งจะมีอายุโครงการประมาณ 9 ปีเศษ โดยจะเริ่มไอพีโอวันที่ 14-15 กันยายนนี้ และจะเปิดให้นักลงทุนจองซื้อในวันที่ 9-13 กันยายนนี้ โดยราคาเสนอขายเบื้องต้น 10.50-11 บาทต่อหน่วย
       
       โดยกองทุนดังกล่าวถือเป็นทางเลือกของนักลงทุนที่ดีต่อสภาวะตลาดในปัจจุบันที่มีความผันผวนสูง เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการโอกาสรับผลตอบแทนสม่ำเสมอในระยะยาว และต้องการกระจายความเสี่ยงจากการลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ เช่น หุ้น ตราสารหนี้ โดยนักลงทุนจะมีโอกาสได้รับผลตอบแทน 2 ส่วน โดยส่วนแรกจ่ายเป็นเงินปันผล และส่วนที่ 2 เป็นการทยอยจ่ายเงินลงทุนด้วยการลดทุน โดยผู้ลงทุนที่เป็นบุคคลธรรมดาจะได้รับการยกเว้นภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินปันผล 
       
       “ในช่วงที่เหลือของปีนี้บริษัทเตรียมที่จะออกกองทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานและกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) รวมมูลค่ากว่า 40,000 ล้านบาท แบ่งเป็นกองทุน REITs ของอิมแพค เมืองทองธานี ประมาณ 18,000-20,000 ล้านบาท ซึ่งกองทุนดังกล่าวเราไม่ได้เป็นผู้จัดการกองทุนแต่เป็นเพียงผู้ดูแลทรัพย์สิน กองทุนอสังหาริมทรัพย์ประมาณ 2-3 กองทุน ขนาดกองทุนละ 3,500 ล้านบาท และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน 2 กอง คือ กองทุนอินฟราสตรักเจอร์ และล่าสุดกองทุนอินฟราสตรักเจอร์ของ บริษัท อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ รวมมูลค่า 12,000-13,000 ล้านบาท” นายจงรักกล่าว
       
       ขณะที่ นายสุรเดช เกียรติธนากร ผู้บริหารกลุ่มธุรกิจวาณิชธนกิจ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คาดว่าผลตอบแทนจากการลงทุนในปีแรกจะอยู่ที่ประมาณ 15-15.5% แบ่งเป็นประมาณ 7.2-7.5% เป็นผลตอบแทนจากเงินปันผล และประมาณ 8% เป็นเงินลงทุนที่ทยอยจ่ายคืนแก่ผู้ถือหน่วยด้วยการลดทุน ซึ่งหลังจากปีแรกแล้วเชื่อว่าผลตอบแทนในปีถัดไปก็ไม่น่าจะแตกต่างจากปีแรก หรืออาจจะมีโอกาสทำได้มากกว่า เนื่องกองทุนดังกล่าวจะลงทุนสิทธิในการรับผลประโยชน์จากการประกอบกิจการโรงไฟฟ้าอมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 1 และ อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 2 ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จังหวัดชลบุรี และคาดว่าจะนำกองทุนเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้ประมาณวันที่ 27 กันยายนนี้
       
       “ปัจจุบันบริษัท อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ มีโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการแล้ว 5 โรง อยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จังหวัดชลบุรี อมตะซิตี้ระยอง 1 โรง และที่ประเทศเวียดนาม 1 โรง มีกำลังผลิตไฟฟ้า 613 เมกะวัตต์ โดยจำหน่ายไฟฟ้า กฟผ. และจำหน่ายไฟฟ้าและไอน้ำแก่ลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ กว่า 200 ราย รวมถึงบริษัทผลิตไฟฟ้าที่ประเทศเวียดนาม โดยอีก 1 โรงที่ตั้งในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยองจะสร้างแล้วเสร็จภายในปีนี้ ทำให้ภายในสิ้นปีนี้ อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ จะมีโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการ 6 โรง มีกำลังไฟฟ้ารวมทั้งสิ้น 733 เมกะวัตต์” นายสุรเดชกล่าว
       
       ด้านนางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ ผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SP) กล่าวว่า กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน โรงไฟฟ้าอมตะ บี.กรีม เพาเวอร์ถือว่าเป็นกองทุนโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้ารายแรกในไทย ซึ่งกองทุนดังกล่าวจะลงทุนสิทธิในการรับผลประโยชน์จากการประกอบกิจการโรงไฟฟ้าอมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 1 และอมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 2 ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร โดยโรงไฟฟ้าทั้งสองแห่งดังกล่าวมีสัญญาขายไฟให้แก่ กฟผ.ในระยะยาว และขายไฟให้นิคมอุตสาหกรรมจำนวนมาก ส่งผลให้รายได้ที่จะเข้ามามีความมั่นคง ทั้งนี้ ถ้าย้อนหลังไป 4 ปี โรงไฟฟ้าทั้งสองแห่งทำกำไรได้ทุกปีเฉลี่ย 550-600 ล้านบาท EBITDA อยู่ที่ 1,300 ล้านบาทต่อปี และรายได้ประมาณ 7,000-8,000 ล้านบาทต่อปี
       
       นอกจากนี้แล้วบริษัทเล็งเห็นความจำเป็นของการเพิ่มการผลิตไฟฟ้ารองรับดีมานด์ของลูกค้าภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการใช้ไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อก้าวเข้าสู่ AEC ในปี 2558 ทั้งนี้ บริษัทได้วางแผนสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มทั้งหมดเป็น 16 โรงภายในปี 2562 จากปีนี้ และจะทำให้กำลังการผลิตรวมของกลุ่มอยู่ที่ 2,000 เมกะวัตต์ จากสิ้นปีนี้ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ 733 เมกะวัตต์ โดยจะใช้เงินลงทุนทั้งสิ้นราว 70,000 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด ในหมวด
บิ๊กประกันญี่ปุ่นรุกตปท. ย้ำไทย-เพื่อนบ้านขยายตัวดี
เลือกลงทุนควบคู่กับออมเงิน(2)
KTAMจับจังหวะส่งทริกเกอร์ลุยหุ้นไทยตั้งเป้า 5% ภายใน6เดือน
ราคาน้ำมันน่าสนใจ บลจ.ทิสโก้แนะเก็บกองทุนน้ำมันเข้าพอร์ต
Diversified Portfolio Investment
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 6 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 5 คน
84 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
16 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2015