หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก iBiz | สัมภาษณ์
 

“พีระพงศ์ จรูญเอก” ปั้น 'ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้' 5 ปีสู่ยอดขาย 2 พันล้าน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
6 กันยายน 2557 09:34 น.
“พีระพงศ์ จรูญเอก” ปั้น 'ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้' 5 ปีสู่ยอดขาย 2 พันล้าน
“พีระพงศ์ จรูญเอก” กรรมการบริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด
        “พีระพงศ์ จรูญเอก” กรรมการบริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ถือเป็นหนึ่งในต้นแบบการบริหารของคน GEN Y ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทห้องชุดหรือคอนโดมิเนียม แต่ความน่าสนใจของเถ้าแก่คนนี้ไม่ได้มีเพียงแค่นั้น เพราะถ้าลองศึกษาประวัติของเขาแล้ว จะพบว่า ยังมีอีกหลายแง่มุมที่น่าสนใจ เริ่มตั้งแต่การเริ่มต้นชีวิตลูกจ้างในวัย 21 ก็ได้รับความไว้วางใจจากเจ้านายให้เป็น Project Manager คุมโครงการมูลค่า 300 ล้านบาทแล้ว
       
       ถัดมาในวัย 26 ปีก็คิดการใหญ่ด้วยการสร้างอพาร์ทเมนต์ของตัวเองใช้เงินลงทุนกว่า 40 ล้านบาท ให้เช่า กระทั่งในวัย 33 ปี ก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็น CEO ดูแลธุรกิจมูลค่ากว่าหมื่นล้าน ซึ่งถือว่าเป็นความสำเร็จสูงสุดในการเป็นนักบริหารมืออาชีพของเขา
       
       ขณะที่ปัจจุบันในวัย 38 ปี เขากลายเป็นเจ้าของบริษัทพัฒนาคอนโดมิเนียมที่มีมูลค่ายอดขายในปีที่ผ่านมาสูงถึง 2,000 ล้านบาท
       
       ส่วนในปีนี้ (2557) ก็คาดว่ายอดขายของบริษัทจะแตะที่ 3,000 ล้านบาท พร้อมทั้งตั้งเป้าที่จะนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯในช่วงปลายปีนี้ หรือประมาณต้นปี 2558 อีกด้วย ดังนั้น จะเห็นได้ว่าเรื่องราวของเถ้าแก่คนนี้มีความน่าสนใจไม่น้อยทีเดียว
       
       “ครอบครัวผมเชื้อสายคนจีน เมื่อก่อนคุณพ่อทำธุรกิจเกี่ยวกับการขนส่ง มีรถบรรทุก บรรทุกพืชผลเกษตรกัน อย่างหน้ามะม่วง เขาคัดมะม่วงกัน เราก็ไปช่วยด้วย หรือคัดพวกมันสำปะหลัง ก็ไปช่วย บางทีไปกับรถบรรทุกบ้าง ขนพวกของเกษตรจากจังหวัดหนึ่งไปอีกจังหวัดหนึ่งและก็ขนของกลับมา เราก็ไปนั่งรถบรรทุกไปด้วย สนุกดี
       หรือบางทีเราก็ทำงานพิเศษ ตอนปิดเทอมมีเวลาว่างเราก็ขายของเอง เช่น บางทีขายน้ำปั่น ขายขนมปังปิ้ง ขายลูกชิ้น อย่างเวลาไปโรงเรียนเราชอบตัดสติ๊กเกอร์เอารูปการ์ตูนมาแปะ ก็เอาไปขายเพื่อนบ้าง ได้เงินมาก็นำไปฝากธนาคารไว้”
       
       พีระพงศ์ ย้อนเล่าชีวิตในวัยเด็กที่ชี้ให้เห็นว่า เขามีหัวการค้าตั้งแต่เด็กๆ พร้อมทั้งเล่าต่ออีกว่า “ผมเรียนจบทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตอนอายุ 20 ปีกว่าๆ ผมเรียนจบ 3 ปีครึ่ง คือผมอาจจะเป็นพวกไฮเปอร์นิดหนึ่ง ไม่อยากจบช้า ก็เรียนจบเร็ว พอจบปุ๊บก็ได้ทำงานใหญ่เลย
       
       ปกติเวลาจบวิศวกรรม เราก็ต้องไปไต่เต้า อาจจะไปเป็นวิศวกรภาคสนาม เป็นวิศวกรออฟฟิศ เป็นวิศวกรโครงการ เป็นผู้จัดการโครงการ มันจะใช้เวลาประมาณ 7 - 8 ปี ถึงจะได้เป็นเบอร์ 1 ในหนึ่งไซต์งานนั้นๆ แต่ผมโชคดีตรงที่ว่าเราไปสมัครงานที่แรกเป็นที่ที่เคยไปฝึกงานมา ตอนที่เรียนปี 3 ปี 4 เจ้านายเขาเคยเห็นฝีมือในการทำงานของเรา เขาก็ไว้ใจ ก็เลยให้ทำโปรเจกต์แรก 300 ล้านบาท ให้เป็นผู้จัดการโครงการเลย”

“พีระพงศ์ จรูญเอก” ปั้น 'ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้' 5 ปีสู่ยอดขาย 2 พันล้าน
        อายุเพียงแค่ 21 ปี แต่พีระพงศ์กลับได้รับมอบหมายให้เป็น Project Manager คุมโครงการขนาดใหญ่ และต้องคุมคนงานอีกหลายร้อยชีวิต ก็ถือเป็นเรื่องที่ท้าทายไม่น้อยสำหรับเด็กจบใหม่ที่ยังมีชั่วโมงบินในการทำงานไม่มากนัก
       
       “โปรเจกต์แรกที่ทำเป็นการสร้างอาคารขนาดใหญ่มูลค่า 300 - 400 ล้านบาท ในมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งกว่าจะจบโปรเจกต์นั้นมันก็ใช้เวลาเกือบ 2 ปี
       
       ตอนทำก็เจอปัญหาเยอะเหมือนกัน เพราะคนที่เราต้องดูแลมันมีหลายระดับ ตั้งแต่วิศวกร โฟร์แมน ช่างเทคนิค อะไรต่างๆ รวมไปถึงคนงานก่อสร้าง ซึ่งทั้งไซต์มันมีคนทำงานประมาณ 200 - 300 คน ก็เจอลองวิชา เจอดูถูกทุกวัน”
       
       “ถามว่าตอนนั้นผมรับมืออย่างไร จริงๆเรามีความเป็นผู้นำตั้งแต่ตอนเรียนหนังสือแล้วล่ะ เราไม่ค่อยกลัว ไม่ค่อยกังวล เพราะสมัยเรียนเราคบเพื่อนหลากหลายรูปแบบ มีทั้งคนที่เรียนดี คนที่เฮี้ยวๆก็มี ฉะนั้นเราไม่ค่อยกลัวหรอก จะแมนมา เฮี้ยวมา เราก็เฉยๆ เพราะเรารู้วิธีที่จะคุยกับเขา ทำยังไงให้เขาเป็นพวกอะไรอย่างนี้ ก็เลยรับมือได้
       อย่างตอนเรียนเราทำกิจกรรมตลอด ไปออกค่าย ทำฝาย เคยทำงานมาทุกอย่างแล้ว ก็มีประสบการณ์ชีวิตพอสมควร ฉะนั้นเราจะรู้ว่าคนงานเวลาเหนื่อยเขาเป็นยังไง เราเข้าใจและเห็นอกเห็นใจเขา คนที่ไม่เคยทำมันไม่รู้หรอกว่าเหนื่อยยังไง จะเอาแต่ผลงานว่า วันนี้คุณต้องทำได้เท่านี้นะ แต่หลักการของผมต้องซื้อใจกันก่อน”
       
       “การปกครองไซต์งานก่อสร้างมันจะต้องมีหลักของรัฐศาสตร์ ต้องรู้ว่าเขาเหนื่อย เขาหิว เขาต้องการอะไร ซึ่งมันไม่ง่ายเลยนะ คนมันคนละแบบใช่ไหม คนที่เป็นคนงานก่อสร้างเนี่ยปกครองยากสุดแล้ว มันจะไม่เหมือนคนโรงงาน คนโรงงานเขาจะมีการศึกษาขึ้นมาหน่อย และจะมีโปรเซส มีกติกาที่เขาจะต้องเรียนรู้และปฏิบัติตาม
       
       ส่วนคนงานก่อสร้างจะยากกว่า แต่โชคดีที่เราได้เรียนรู้จากตอนที่อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยมาแล้ว เราก็เลยไม่เหมือนเด็กจบใหม่ เพราะว่าเราเคยผ่านการทำงานมาแล้ว”
       
       แม้จะเป็นเด็กจบใหม่ แต่พีระพงศ์ก็พิสูจน์ฝีมือให้ทุกคนเห็น ด้วยการทำให้โครงการแรกที่รับผิดชอบกลายเป็นโครงการที่สามารถทำกำไรได้มากที่สุดของบริษัท จนได้รับความไว้วางใจให้ดูแลอีกหลายโครงการ
       
       “กลายเป็นว่าโครงการนั้นมีกำไรเยอะที่สุดในบริษัท ก็ดังเลย ก็ได้รับมอบหมายงานที่สำคัญของบริษัทมาตลอด ผมทำงานอยู่ที่นั่นประมาณ 4 - 5 ปี จากบริษัทที่ไม่ได้ใหญ่นัก รับงานปีหนึ่งประมาณ 300 - 500 ล้านบาท เราก็ช่วยกันพัฒนา จนเขาโตขึ้นมารับงานปีหนึ่ง 3,000 ล้านบาท
       
       ในช่วงที่บริษัทโต ตอนนั้นสถานการณ์มันก็ไม่ปกตินะ เป็นช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 พอดี ประมูลงานก็ต้องกดราคากัน เพื่อให้ได้งาน ต้องลดราคามากกว่าปกติ 10 - 30% เพื่อจะได้ชนะคู่แข่ง แล้วจะต้องทำให้มีกำไรด้วย คือมันเจอปัญหาหนักๆมาตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว

“พีระพงศ์ จรูญเอก” ปั้น 'ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้' 5 ปีสู่ยอดขาย 2 พันล้าน
        แต่หลังจากนั้นเศรษฐกิจมันก็ค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆ บริษัทก็โตขึ้นมาเรื่อยๆ งานจากเคยยากมากๆ เพราะต้นทุนมันบีบรัด มันก็ผ่อนคลาย กลายเป็นว่าเราสามารถรับงานใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งได้ไปบริหารโครงการขนาดพันล้านภายในระยะเวลา 3 - 4 ปี ในขณะที่เพื่อนรุ่นเดียวกันทำงาน 3 - 5 ปีแล้ว เขายังเป็นวิศวกรสนามอยู่เลย”
       
       พีระพงศ์ทำงานอยู่ในสายงานก่อสร้างประมาณ 5 ปี ก็ตัดสินใจไปเรียนต่อปริญญาโททางด้านวิศวกรรมศาสตร์ที่ประเทศออสเตรเลีย จากนั้นก็กลับมาเป็นผู้บริหารโครงการอีกประมาณ 2 ปี ก่อนจะชิมลางธุรกิจแรกของตัวเองด้วยการสร้างอพาร์ตเมนท์ให้เช่า
       
       “ผมทำอพาร์ตเมนท์ของตัวเองตั้งแต่อายุ 26 ปี มูลค่าการลงทุนประมาณ 40 ล้านบาท เงินก็ไม่ค่อยมีหรอก เราก็ไม่อยากไปพึ่งเงินที่บ้าน เพราะตอนนั้นยังเด็ก ที่บ้านเขาก็ไม่เห็นด้วย แต่เราบอกว่าเราทำได้ ก็อาศัยไปยืมเงินญาติๆมา เราบอกเขาไปว่า ถ้าเอาเงินไปฝากธนาคารจะได้ดอกเบี้ย 2 - 3% ใช่ไหม มาฝากกับเราไหม เราให้ 6 - 7% เลยนะ ก็ได้เงินมาก้อนหนึ่ง
       
       ที่เหลือก็ไปกู้ธนาคาร ตอนนั้นกู้ 20 ล้านบาท ที่จริงธนาคารไม่ค่อยเชื่อหรอกว่า เราจะทำได้ แต่คงเห็นว่า เราเป็นวิศวกรคงสร้างเสร็จแหละ ก็ให้กู้มา 20 ล้านบาท”
       
       อพาร์ตเมนท์ของพีระพงศ์ตั้งอยู่หลังโครงการนอร์ธปาร์ค ใกล้กับมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต แต่แทนที่จะจับกลุ่มนักศึกษาราคาห้องละ 3,000 - 4,000 บาท เหมือนกับอพาร์ตเมนท์ในละแวกนั้น เขากลับคิดต่าง ด้วยการหันมาจับกลุ่มคนต่างชาติ แล้วตั้งราคาห้องละ 6,000 - 10,000 บาทแทน
       
       “ผมให้พนักงานที่ทำงานในนอร์ธปาร์คเช่า ตั้งราคา 6,000 - 10,000 บาทเลย จับกลุ่มคนต่างชาติ เพราะแถวนั้นมีออฟฟิศของโค้ก ซอฟต์แวร์ปาร์คตรงแจ้งวัฒนะ ก็พอจะมีคนต่างชาติ แล้วเราจบต่างประเทศมา ก็พอสื่อสาร เทคแคร์ลูกค้าต่างชาติได้ โดยใช้เวลาช่วงวันหยุดทำ เพราะวันธรรมดายังทำงานบริษัทอยู่
       
       ผมทำอพาร์ตเมนท์ให้เช่าอยู่ 5 ปี ในระหว่างนี้ผมก็เปลี่ยนไปทำเรียลเอสเตทกับอีกบริษัทหนึ่ง คือผมสร้างอพาร์ตเมนท์ตอนอายุ 26 ปี พออายุ 28 ปี ผมก็เริ่มเดินจากก่อสร้างไปหาธุรกิจบ้านจัดสรร ไปสมัครในตำแหน่ง COO (Chief Operating Officer) ก็คุยกันอยู่ 6 เดือนกว่าเขาจะซื้อไอเดียผม รับผมเข้าทำงาน”
       
       ต้องบอกว่าการที่พีระพงศ์ตัดสินใจเปลี่ยนสายงานในครั้งนั้น นับเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้เขาเติบโตแบบก้าวกระโดดในฐานะนักบริหารมืออาชีพ เพราะอายุแค่ 30 ต้นๆ ก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็น CEO ดูแลธุรกิจมูลค่าหมื่นล้านบาทแล้ว
       
       “ตอนนั้นอายุ 28 ปี เราเป็น Project Director ของก่อสร้าง ก็เหมือนระดับผู้อำนวยการ ก้าวต่อไปก็จะได้เป็นเหมือนรองกรรมการผู้จัดการ ถ้าได้ไปเป็น COO ก็ถือว่าพอใจแล้ว แต่ก็โชคดีได้รับโอกาสที่ดีอีกครั้ง เขาบอกไม่ต้องเป็น COO หรอก ไปเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารเลยละกัน เราก็ได้เป็น CEO ที่เด็กที่สุดในกลุ่มบริษัทนั้น ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทที่มียอดขายปีหนึ่งหลายหมื่นล้าน มี CEO อยู่แล้ว 10 กว่าคน อายุส่วนใหญ่ 40 - 50 ปี แต่เราอายุ 28 ปี

“พีระพงศ์ จรูญเอก” ปั้น 'ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้' 5 ปีสู่ยอดขาย 2 พันล้าน
        ตอนแรกก็เป็น CEO บริษัทขนาดเล็กในเครือก่อน ดูแลบ้านจัดสรรอยู่ประมาณ 3 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 1,000 ล้านบาท ก็ไม่ได้เยอะมาก ไต่เต้ามาเรื่อยๆ จนถึงขนาดที่ต้องดูแลทั้งกลุ่มของอสังหาฯ ตอนนั้นอายุ 33 ปี เราก็กลายเป็น Group CEO ดูแล CEO อีกประมาณ 10 กว่าคน ส่วนมูลค่าธุรกิจที่เราดูแลก็เป็นหมื่นล้านแล้ว” นี่คือจุดสูงสุดในฐานะนักบริหารมืออาชีพของพีระพงศ์
       
       แน่นอนว่าเมื่อประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานตั้งแต่อายุยังน้อย ก้าวต่อไปของผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรงคนนี้ ก็คือ การมองหาความท้าทายใหม่ๆ ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจทิ้งเงินเดือนหลายแสนออกมาทำธุรกิจของตัวเองอย่างจริงๆจังๆ ด้วยการตั้งบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ พัฒนาคอนโดมิเนียมขายในปี 2552
       
       “ผมถือว่าตัวเองประสบความสำเร็จสูงสุดของการเป็นนักบริหารมืออาชีพแล้ว เราก็ต้องการความท้าทายใหม่ๆ ประกอบกับเรามีกิจการเล็กๆเป็นของตัวเองอยู่แล้ว คือ อพาร์ตเมนท์ให้เช่า จนวันหนึ่งก็รู้สึกว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องหาอะไรทำเป็นของตัวเอง วันที่พร้อมเต็มที่ก็เลยออกมาตั้งบริษัททำคอนโดมิเนียม
       
       ถามว่าตอนนั้นทำไมไม่ทำอพาร์ตเมนท์เพิ่ม เพราะเราเห็นแล้วว่ามันเป็นธุรกิจที่อยู่ในช่วงขาลง เพราะคนที่เช่าอยู่ เขาก็เปลี่ยนเอาเงินเช่าไปผ่อนคอนโดมิเนียมแทน เราเห็นเทรนด์ตรงนี้ เราก็ไม่ทำเพิ่ม รอเวลาขายออก ตอนนั้นมาเปิดคอนโดมิเนียมตึกแรกได้สัก 5 - 6 เดือน ก็ขายอพาร์ตเมนท์ทิ้ง ได้เงินมาก้อนหนึ่ง ก็ไปซื้อที่อีกแปลงหนึ่ง โชคดีว่าโครงการแรกที่ทำตรงแบริ่ง สุขุมวิท 109 มูลค่าโครงการ 200 ล้านบาท เราขายหมดภายในระยะเวลา 4 - 5 เดือนแรก ก็เลยได้ทำโครงการที่สองต่อเลย”

“พีระพงศ์ จรูญเอก” ปั้น 'ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้' 5 ปีสู่ยอดขาย 2 พันล้าน
        เหตุผลที่ทำให้บริษัทน้องใหม่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ประสบความสำเร็จตั้งแต่ทำโครงการแรก ก็น่าจะเกิดจากการที่พีระพงศ์คิดต่างในการเลือกทำเลที่ตั้ง เพราะแทนที่จะเลือกทำเลย่านใจกลางกรุง ซึ่งมีการแข่งขันและต้องใช้เงินลงทุนสูง
       
       แต่เขากลับเลือกทำเลสุขุมวิทตอนปลาย ซึ่งถึงแม้จะไม่ใช่ทำเลทอง แต่ก็เป็นทำเลที่มีศักยภาพ เพราะมีแหล่งชุมชนขนาดใหญ่ที่มีกำลังซื้อ โดยเน้นเลือกจับตลาดคนรุ่นใหม่
       
       “คอนโดมิเนียมที่เราทำ เราตั้งราคาขายล้านต้นๆ เรามีดีมานด์ที่เป็นเด็กจบใหม่ทุกปี คือตอนนี้รายได้มันตอบโจทย์ เพราะคนที่จบปริญญาตรีใหม่ เขาผลักดันให้มีเงินเดือน 15,000 บาท ซึ่งเงินเดือน 15,000 บาทเนี่ย ถ้าซื้อคอนโดมิเนียมห้องละ 1 ล้านกว่า แบงก์เขาปล่อยแล้ว
       
       ฉะนั้นแสดงว่าตลาดมันใหญ่มาก และมีดีมานด์มาเติมตลอดทุกปี มันก็เลยน่าสนใจ เราไม่ได้ทำบ้านหลังละ 3 - 4 ล้านบาท ขายให้กับคนที่มีอายุงานเยอะๆ คนที่จะซื้อบ้านพวกนี้อาจจะมีอายุงาน 5 - 10 ปี ซึ่งไม่รู้ว่าเขาจะซื้อตอนไหน อาจจะต้องรอปีที่ 5 ปีที่ 7 หรือปีที่ 10 แต่ในขณะที่การซื้อคอนโดมิเนียมตัดสินใจง่ายมาก ตอนนี้ซื้อคอนโดมิเนียมเหมือนซื้อของทั่วๆไปเลย เอาบัตรเครดิตไปจอง 5,000 บาท 10,000 บาท แล้วผ่อนดาวน์ไป ก็ซื้อได้แล้ว
       
       เดี๋ยวนี้คอนโดมิเนียมมันเป็นสินค้า bsic need ของคนรุ่นใหม่ เขาเรียกว่า 4C ประกอบด้วย Credit Card, City Car, Condominium และ Community Mall นี่คือปัจจัย 4 ของเด็กรุ่นใหม่”
       
       นอกจากจะเน้นตลาดคนรุ่นใหม่แล้ว คนต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย ก็เป็นลูกค้าอีกกลุ่มที่พีระพงศ์มองว่าน่าสนใจไม่แพ้กัน
       
       กลยุทธ์ที่เขานำมาใช้รองรับตลาดกลุ่มนี้ ก็คือ การเลือกรับพนักงานที่มีความรู้ทางด้านภาษาเข้ามาทำงาน พร้อมทั้งการจัดให้มี Be Loft School ที่เป็นเหมือนศูนย์ฝึกอบรมพนักงานเพื่อพัฒนาและเพิ่มศักยภาพด้านต่างๆ โดยเฉพาะการจัดอบรมภาษาต่างประเทศ เช่น ภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่น จีน เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าต่างชาติ
       
       “เราเปิดตัวเป็นรายเล็กของตลาด โอเค วันนี้อาจจะขึ้นมาถึงระดับกลางแล้ว ยอดขายปีที่ผ่านมาของเรา 2,000 ล้านบาท เราก็ต้องสร้างช่องทางการตลาดใหม่ๆ โดยเราจะเน้นพนักงานรุ่นใหม่ที่มีลักษณะเด่นในเรื่องบริการและภาษา พนักงานของเราจะพูดภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างน้อย เรามีพนักงานที่พูดภาษาจีนได้ ญี่ปุ่นได้ เราสามารถเซอร์วิสคนกลุ่มนี้ได้
       
       วันนี้คุณเข้าเซลล์ออฟฟิศของบริษัทใหญ่ เขาไม่ได้เน้นตรงนี้ ในขณะที่เราเพิ่งเกิด เรารู้เทรนด์ใหม่ของโลกใบนี้ เราเน้นตั้งแต่เริ่มต้น เราก็พยายามสร้างเมล็ดพันธุ์ใหม่ของเราเรื่อยๆ”
       
       การสร้างเมล็ดพันธุ์ใหม่ที่พีระพงศ์ว่านี้ นั่นหมายถึง กลยุทธ์ในการเลือกใช้คนรุ่นใหม่ หรือคน GEN Y ที่มีไลฟ์สไตล์คล้ายกัน มาช่วยคิด ช่วยทำ และช่วยบริหารโครงการ

“พีระพงศ์ จรูญเอก” ปั้น 'ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้' 5 ปีสู่ยอดขาย 2 พันล้าน
        ถึงวันนี้พีระพงศ์ได้สร้างคอนโดมิเนียมขายไปแล้ว 10 โครงการ โดยในปีนี้เขาตั้งเป้าไว้ว่ายอดขายจะอยู่ที่ 2,000 - 3,000 ล้านบาท
       
       ขณะที่อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญ ก็คือ การนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯในช่วงปลายปีนี้ หรือต้นปี 2558
       
       “ตอนนี้เราจ้างบริษัทที่ปรึกษาเรียบร้อยแล้ว ก็ไม่ได้กะเกณฑ์อะไรมาก แต่เราสนุกที่จะทำ พอเราทำแล้วมันขยายได้ก็ขยาย ขยายไปเรื่อยๆ ถามว่าความเสี่ยงมีไหม มีเต็มไปหมดเลย แต่เราก็ต้องรู้วิธีปิดจุดเสี่ยงของเราไปเรื่อยๆ แล้วถามว่าเราคิดใหญ่ไปไหม เร็วไปหรือเปล่าที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯไม่ใหญ่และไม่เร็วไปหรอก มันเป็นไปได้ เรามีสิ่งหนึ่งที่หลายๆคนไม่มี คือ ความมุ่งมั่น ไม่ค่อยจะยอมแพ้อะไรง่ายๆ สมมติบอกว่าระบบแค่นี้ดีอยู่แล้ว แต่เราจะบอกว่ามันน่าจะทำได้อีกนะ ทำไมต้องคิดว่าองค์กรต้องแค่นี้ละ วันนี้เราอาจจะเป็นหนู แต่เราจะเทียบราชสีห์ตลอดเวลา แล้วมีฝันว่าเดี๋ยวมันจะทันแล้วนะ ไม่รู้แหละ ใครจะเป็น Top 5 Top 10 เดี๋ยวเราจะไปให้ทัน ไปแซง เพราะเราดูออกว่าเขาเก่งยังไง เขาเดินยังไง แล้วเราทำง่ายกว่าเขาอีก เพราะเราอยู่ในยุคที่คาปาซิตี้ ข้อมูลข่าวสารที่มันพร้อมมากกว่า อย่างคุณอนันต์ อัศวโภคิน เขามีวันนี้ได้ต้องใช้เวลากว่า 30 ปี เขาเริ่มตอนอายุใกล้กับเราประมาณ 27 - 28 ปีนี่แหละ วันนี้เรามีเคสตั้งเยอะแยะ ก็เชื่อว่าเราน่าจะโตแบบรัดกุมได้”
       
       พีระพงศ์จะสามารถทำให้ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ก้าวมายืนอยู่แถวหน้าในวงการอสังหาริมทรัพย์อย่างที่ฝันไว้ได้หรือไม่นั้น คงต้องติดตามกันต่อไป
       
       แต่หากย้อนดูความสำเร็จในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าไม่ธรรมดาทีเดียว

“พีระพงศ์ จรูญเอก” ปั้น 'ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้' 5 ปีสู่ยอดขาย 2 พันล้าน
"วันนี้เราอาจจะเป็นหนู แต่เราจะเทียบราชสีห์ตลอดเวลา แล้วมีฝันว่าเดี๋ยวมันจะทันแล้วนะ"
        @@@ ข้อมูลโดยนิตยสาร SMEs Plus @@@
       
       * * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SME ผู้จัดการออนไลน์" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมายคลิกที่นี่เลย!! * * *
       
       

ข่าวล่าสุด ในหมวด
"CLC" จับผลิตภัณฑ์กาบกล้วยยกเครื่องใหม่ ใส่ไอเดียสร้างสรรค์ ช่วย 3 จว.แดนใต้
ลูกชาวนาจากสุรินทร์ สู่เถ้าแก่ใหม่วัย 22 กับนวัตกรรม “ข้าวหุ่นเพรียว”
ปฏิบัติการ GEN3ปลุกชีพ "ผงหอมศรีจันทร์" แบรนด์ใกล้ตายสู่ยอดขาย 300 ล.
“พีระพงศ์ จรูญเอก” ปั้น 'ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้' 5 ปีสู่ยอดขาย 2 พันล้าน
ล้วงคำตอบอาชีพเลี้ยงวัวนม โอกาสทองบนความท้าทาย
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
ยังไม่มีผู้โหวต
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
บ. นี้ เวลานัดจ่ายเงิน ชอบมีปัญหานะ
โครงการขายฝันหรือป่าว
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คุณกำลังมองหาเงินกู้ของแท้มาก? ในอัตราที่เหมาะสม? ภายใน 2-3 วันทำการ คุณได้รับการปฏิเสธอย่างต่อเนื่อง? โดยธนาคารและสถาบันการเงินอื่น ๆ ของคุณ? ข่าวดีก็คือนี้! เรามีเงินให้สินเชื่อจากช่วงของ฿ 50, 000 บาทเพื่อ฿ 30,000,000 บาทสูงสุดที่ดอกเบี้ย 2% ต่อปี สินเชื่อเพื่อพัฒนาขอบธุรกิจ / การขยายธุรกิจที่มีการแข่งขัน เราจะได้รับการรับรองที่เชื่อถือได้และเชื่อถือได้อย่างมีประสิทธิภาพรวดเร็วและแบบไดนามิก และผู้ร่วมทุนทำงานอสังหาริมทรัพย์และทุกรูปแบบของธุรกิจทางการเงิน, ตอบกลับอีเมลนี้:info.beaconloansfirm@gmail.com บริษัท เงินกู้

เราให้เงินกู้ยืมระยะยาวจากหนึ่งเดือนถึงห้าสิบปี

เรานำเสนอต่อไปนี้ประเภทของเงินให้สินเชื่อและอื่น ๆ อีกมากมาย;

* สินเชื่อบุคคล (สินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน)

* สินเชื่อธุรกิจ (สินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน)

* รวมสินเชื่อ * สินเชื่อรวม

* การปรับปรุงหน้าแรก

กรุณาถ้าคุณมีความสุขและสนใจในข้อเสนอทางการเงินของเราไม่ลังเลที่จะติดต่อเราถ้าคุณจำเป็นต้องใช้บริการของเราในขณะที่คุณจะต้องให้ข้อมูลต่อไปนี้เพื่อเริ่มต้นกระบวนการของการกู้ยืมเงินของคุณตาม กรุณาถ้าคุณมีความสนใจในการกู้เงินเร่งด่วนในวันนี้ E-mail เรามีที่อยู่อีเมลต่อไปนี้: info.beaconloansfirm@gmail.com

ขออวยพรให้คุณที่ดีที่สุด
การจัดการสัญญาณของ
ไวโอเล็ต klein
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ปัจจุบันอายุ 38 ปี จริงอ่ะ

แต่ดูเหมือนเกิน 45 นะค่ะ
ดาว ไม่เชื่อคุณ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2015