หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก iBiz | ข่าวอสังหาริมทรัพย์
 

“ทรัพย์สินฯ” หนุนภาษีที่ดินย้ำไม่ปล่อยรกร้าง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 กันยายน 2557 17:42 น.
“ทรัพย์สินฯ” หนุนภาษีที่ดินย้ำไม่ปล่อยรกร้าง
        สำนักงานทรัพย์สินฯ หนุนแนวทางรัฐบาลออกกฎหมายจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง มั่นใจไม่กระทบการดำเนินงาน ชี้ที่ดินในการดูแล 41,000 ไร่ ทุกแปลงมีการใช้ประโยชน์ ไม่ปล่อยให้รกร้างว่างเปล่า เผยนโยบายพัฒนาอสังหาฯ ใหม่ เลิกให้เอกชนเข้ามาประมูล หันมาพัฒนาที่ดินเองโดยมีบริษัท สยามสินธรฯ เป็นผู้ดำเนินการหลัก
       
       ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสํานักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ กล่าวถึงการผลักดันให้มีการออกกฎหมายจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของกระทรวงการคลัง ว่ากรณีดังกล่าว สำนักงานทรัพย์สินฯ ได้แสดงความเห็นต่อกระทรวงการคลังไปตั้งแต่ในช่วงรัฐบาลชุดก่อนว่า โดยเห็นด้วยว่าควรจะมีการจัดเก็บภาษีดังกล่าว ทั้งนี้ แม้ว่าสำนักงานทรัพย์สินฯ จะมีที่ดินที่อยู่ในความดูแลกว่า 41,000 ไร่ทั่วประเทศ แต่ที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินฯ เกือบทั้งหมด ได้มีการพัฒนาและใช้ประโยชน์อย่างสมบูรณ์ ไม่มีที่ดินแปลงใดถูกปล่อยให้รกร้างว่างเปล่า ดังนั้น การจัดเก็บภาษีที่ดินไม่น่าจะมีผลกระทบใดๆ กับการดำเนินงานของสำนักงานทรัพย์สินฯ
       
       ทั้งนี้ สำนักงานทรัพย์สินฯ ได้มีแนวนโยบายใหม่ในการบริหารจัดการที่ดิน และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ภายใต้การดูแลว่า จากนี้ไปที่ดินในส่วนที่มีการปล่อยเช่าแก่ประชาชนนั้น จะเน้นพัฒนาโครงการแนวสูง แต่จะให้ความสำคัญในการปรับปรุงและพัฒนาเป็นโครงการแนวราบ
       
       สำหรับที่ดินที่มีศักยภาพสูงนั้นจะถูกแยกออกมาเพื่อรองรับการพัฒนาโครงการในเชิงพาณิชย์ ซึ่งจากนี้ไปจะทำการพัฒนาโดยบริษัท สยามสินธร จำกัด มีสำนักงานทรัพย์สินฯ ถือหุ้น 100% รับหน้าที่ในการพัฒนาทั้งหมด จากเดิมที่เปิดให้บริษัทเอกชนเสนอแผนและประมูลที่ดินไปพัฒนา
       
       “การที่ให้บริษัทลูกเป็นผู้พัฒนานั้น เพื่อให้โครงการต่างๆ เป็นไปตามเป้าหมาย และนโยบายของสำนักงานทรัพย์สินฯ ซึ่งจะไม่มุ่งเน้นที่การแสวงหากำไร โดยจะต้องไม่กระทบกับผู้เช่าเดิม รวมถึงต้องเป็นประโยชน์ต่อสังคมสูงสุดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่หากให้เอกชนเข้ามาเป็นผู้พัฒนาจะทำให้ผิดเป้าหมาย เพราะเอกชนจะมุ่งเน้นการพัฒนาเพื่อให้ได้ผลประโยชน์ตอบแทนทาธุรกิจสูงสุด”
       
       โดยโครงการแรกที่จะพัฒนาโดยบริษัท สยามสินธร คือ โครงการหลังสวน วิลเลจ ซึ่งมีพื้นที่การพัฒนา 52 ไร่ แบ่งการพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัย 30 ไร่ และแบ่งเป็นการพัฒนาพื้นที่ทั่วไป ร้านค้า ถนน ทางเดิน 15 ไร่ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ค้าเดิมสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ได้ ส่วนที่เหลืออีก 7 ไร่ จะพัฒนาเป็นโรงแรม 5 ดาวน์ โดยโครงการที่อยู่อาศัยจะเป็นแบบสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี
       
       ปัจจุบัน ที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินฯ มีอยู่ทั่วประเทศจำนวน 41,000 ไร่ แบ่งออกเป็นที่ดินศักยภาพสูงเพื่อพัฒนาเชิงพาณิชย์ 7% ที่เหลืออีก 93% ของที่ดินทั้งหมด ถูกปล่อยเช่าให้แก่หน่วยงานราชการรัฐวิสาหกิจ และผู้เช่ารายย่อย แบ่งเป็น 40% ให้หน่วยงานราชการและหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และสถาบันต่างๆ เช่า อีก 40% เป็นการเปล่าเช่าแก่รายย่อยหรือประชาชนทั่วไป ส่วนที่เหลือเป็นสถานที่แสดงศิลป์และพิพิธภัณฑ์
       
       ด้านนายยศ เอื้อชูเกียรติ ประธานกรรมการบริษัท สยามสินธร จำกัด กล่าวว่า สยามสินธรมุ่งมั่นพัฒนาโครงการ “หลังสวน วิลเลจ” ตามแนวทางใหม่ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของสำนักงานทรัพย์สินฯ คือ ให้ความสำคัญในการดูแลผู้เช่าเดิมอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม การแบ่งปันประโยชน์ที่เหมาะสมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย รวมทั้งผู้ค้าหาบเร่-แผงลอยในพื้นที่ โครงการนี้พัฒนาขึ้นโดยไม่คำนึงเรื่องประโยชน์เชิงพาณิชย์เป็นที่ตั้ง เน้นให้ความสำคัญกับทัศนียภาพของเมือง คำนึงถึงการแก้ปัญหาการจราจร ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย รวมทั้งได้จัดสรรพื้นที่เพื่อส่งเสริมศิลปะ วัฒนธรรม และประเพณีอันดีงาม ซึ่งการดำเนินการที่ผ่านมาได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากทุกฝ่ายในการร่วมพัฒนาโครงการที่เอื้อประโยชน์ต่อสังคมและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
       
       นายจิรายุ กล่าวอีกว่า สำนักงานทรัพย์สินฯ ได้มีการพัฒนาพื้นที่อื่นๆ เช่น ตลาดเฉลิมลาภ ย่านประตูน้ำ ซึ่งเป็นพื้นที่ชุมชนเสื่อมโทรม และมีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมค่อนข้างมาก ซึ่งทางสำนักงานทรัพย์สินฯ ได้ดำเนินการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นพื้นที่ชุมชนที่น่าอยู่ขึ้น และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการปรับปรุงอาคารพาณิชย์ที่ทรุดโทรมให้ดีขึ้น แม้ว่าการปรับปรุงจะค่อนข้างลำบากเนื่องจากพื้นที่มีขนาดเล็ก ซึ่งสำนักงานทรัพย์สินยังมีการติดตามดูแลผลกระทบของผู้เช่าเดิมอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้เช่าเดิมสามารถใช้ชีวิตได้โดยไม่ได้รับผลกระทบมาก
       
       ส่วนการปรับปรุงพื้นที่ของสำนักงานทรัพย์สินฯ บริเวณถนนราชดำเนินกลาง มีความคืบหน้าไม่มากนัก เนื่องจากปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ทำให้การพัฒนาเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยจะไม่ทำเป็นโครงการใหญ่ ซึ่งปัจจุบันได้มีอาคารนิทรรศรัตนโกสินทร์ที่ได้รับการปรับปรุงแล้ว และมีการเริ่มทำโครงการอุทยานเฉลิมพระเกียรติ บริเวณสนามหลวง ทั้งนี้ การปรับปรุงพื้นที่บริเวณถนนราชดำเนินกลางมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการให้ความรู้แก่เยาวชนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทย โดยไม่แสวงหารายได้
       
       นายชลาลักษณ์ บุนนาค ประธานเจ้าหน้าที่ บริษัท สยามสินธร จำกัด เปิดเผยว่า “หลังสวน วิลเลจ” เป็นโครงการต้นแบบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์กว่า 50 ไร่ บริเวณถนนหลังสวนที่คำนึงถึงคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้พักอาศัย พัฒนาอย่างเหมาะสมกับศักยภาพของที่ดิน มีมาตรฐานการออกแบบและการก่อสร้างสูงสุด รวมทั้งมาตรฐานประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่เป็นปอดธรรมชาติใจกลางเมือง และที่สำคัญคือการพัฒนาพื้นที่โดยคำนึงถึงชุมชนและสังคมรอบข้าง สามารถใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกันอย่างเกื้อกูล อาทิ การจัดเตรียมสถานที่และสาธารณูปโภคให้ผู้ค้ารายย่อยเดิมสามารถกลับมาค้าขายในบริเวณที่จัดไว้ การจัดพื้นที่ตลอดแนวขนานกับถนนหลังสวนเป็นวอล์กกิง สตรีต รวมทั้งหอศิลป์ พิพิธภัณฑ์ ร้านค้า ร้านอาหาร เพื่อให้คนกรุงเทพฯ ใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ พบปะสังสรรค์ หรือออกกำลังกายอย่างเพลิดเพลิน

ข่าวล่าสุด ในหมวด
เอพี-มิตซูบิชิ เอสเตท เปิดตัว Aspire สาทร-ท่าพระ ติด BTS ตลาดพลู
ส.อสังหาฯ ขู่เก็บภาษีมรดกกดดันคนรวยขนเงินฝาก ตปท.
THBA ลุยจัด 2 งานใหญ่หวังดันตลาดรับสร้างบ้าน
โกลเด้นแลนด์ ท้าชนคอนโดฯ เปิดตัวทาวน์โฮมใกล้รถไฟฟ้าสถานีบางพลูเพียง 700 เมตร
“ทรัพย์สินฯ” หนุนภาษีที่ดินย้ำไม่ปล่อยรกร้าง
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 6 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 5 คน
84 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
16 %
ความคิดเห็นที่ 5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ที่ดินในประเทศไทยถูกกว้านซื้อไปแล้วโดยคนมีฐานะจำนวนกระจุกหนึ่ง เพื่อสร้างความมั่งคั่ง เนื่องจากไม่มีค่าใช้จ่าย แค่ซื้อเก็บไว้ รอขายหรือสร้างกำไร เฉยเมยไม่ละอายทีเอาเปรียบคนส่วนใหญ่
ขณะที่ทุกวันนี้แม้แต่คนชั้นกลางจำนวนมาก ไม่สามารถหาซื้อทีดินได้ เพราะราคาเกินเอื้อม ราคาบ้านและทีดินถูกกำหนดโดยผู้เป็นเจ้าของกระจุกนั้นนั่นแหละ คนรายได้น้อยซี่งคือส่วนใหญ่ของประเทศ นียิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าจะต้องจ่ายเงินผ่อนกันกี่ปี
ภาษีที่ดินสำหรับที่่ดินผืนใหญ่และไม่มีสิ่งปลูกสร้าง จัดเก็บทั้งบุคคลและนิติบุคคล ผืนใหญ่มากจะต้องเสียมาก น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นสร้างสมดุลในเรื่องนี้
ปฏิรูปเรืองนี้ให้จริงจังเถอะ คสช
รักเมืองไทยก่อน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เก็บภาษีที่ดิรอัตราสูงที่ที่ไม่ทำประโยชน์หนะมันไม่ถูกต้องถ้าเป็นที่ดินผินเล็กๆที่คนชั้นกลางซื้อที่เก็บไว้ให้ลูกหลาน เพราะคนเหล่านี่ไม่มีปัญญาจ้างคนมาดูแลที่ปลูกต้นไม้หรอก นายทุนเท่านั้นที่มีที่แล้วสามารถทำประโยชน์ได้จะเกก็บทืีรกร้างแพงอย่างไรมันก็ไม่เดือดร้อนเพราะจ้างคนมาปลูกกต้นไม้ไว้ มันต้องเก็บจากจำนวนที่ดินที่มีทั้งหมดไม่ว่าจะทำอะไรหรือไม่ มีเป็นร้อยไร่ขึ้นนไปก็เป็นนายทุนนแล้วอย่าอ้างเป็นเกษตรกรยากจนเลย มันต้องเก็บอัตราก้าวหน้าตามที่ดินนที่มีทั้งหมด ปล่อยให้ใครหรือนิติบุคคลใดก็ตามถือที่ดินเป็น1,000เป็น10,000เป็น100,000ไร่ได้อย่างไร มีเป็น100,000ไร่จะเก็บมากกว่าคนมี10-20ไร่ไม่เท่าไหรหรือเท่ากันได้อย่างไรไม่ว่าจะทำประโยชน์หรือไม่ก็ตามก็ตาม นี่มันนายทุนนี่มันเห็นแก่ตัวนี่มันเอาเปรียบสังคม นี่มันเกินความจำเป็น นี่มันเก่งแย่งคนทำกินคนยากจนตัวจริงต้องเก็บมากๆหลายๆเท่าเพื่อให้คายที่ออกมา นี่หละความถูกต้องในเรื่องภาษีที่ดิน
....
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ที่ดินแปลงหนึ่งที่ให้เช่าที่ศาลายาทำมอลล์ ตอนนี้มีปัญหามาก ปล่อยน้ำเสียลงคลอง เสียงดังรบกวนชาวบ้านบริเวณริมฝั่งคลอง ก่อสร้างต่อเติมไม่เป็นไปตามแบบที่ขออนุญาต อ้างชื่อทรัพย์สินเป็นเจ้าของโครงการบีบชาวบ้าน ช่วยมาดูแลบ้างนะครับ
ชาวศาลายา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผู้ลงทุนไม่สามารถและไม่สมควรอ้างชื่อผู้ให้เช่าที่มาข่มคนอื่น เมื่อทำผิดกฏหมาย
หากกลัวเขาก็แสดงว่าเป็นปัญหาอวิชชาของตนเอง เอง...จะไปโทษใครไม่ได้
ทุกคนต้องอยู่ต้กฏหมายทั้งนั้น แม้สำนักงานทรัพย์สินก็ตาม
การร้องเรียนต่อทรัพย์สินโดยตรง สามารถทำได้ แต่เขาจะทำไรได้แค่ไหน ในเมื่อให้เช่าไปแล้ว และมันเป็นความรับผิดชอบของผู้เช่าที่
ต้องร้องเรียนเขตเป็นอันดับแรก....เพราะเขตต้องปฏิบัติตามกฏหมาย
ร้องเรียนแล้ว ต้องตั้งกลุ่มขึ้นมาติดตามผล
หากเขตไม่สามารถชี้แจงได้ว่า ทำไรไปบ้าง ได้ผลอย่างไร ต้องรับผิดตาม ม .157
คอขาดสถานเดียว
ทำตามขั้นตอนเสียก่อน
 
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากให้ทรัพย์สินฯและจุฬา เป็นผู้ที่ดึงราคาไม่ให้สูงเกินไป แทนที่จะราคาแพง
ขอเสนอครับ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พูดเป็นเล่นไปได้

ที่ดินในเขตตัวเมือง ถ้าให้เช่าราคาถูก คนที่ได้เช่าไป ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ประโยชน์เอง ก็ปล่อยให้เช่าราคาแพงอีกทอด ดูสยามสแควร์เป็นตัวอย่าง

ที่ควรทำคือ ทำอย่างไร คนเช่าต้องใช้ประโยชน์เอง
เข้าใจ
 
ความคิดเห็นที่ 1 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ที่ดินของทรัพย์สินฯ ควรนำมาใช้ประโยชน์ทางสาธารณะให้มากกว่าใช้เป็นประโยชน์ทางการค้าเช่น....ที่ดินแปลงไหนมีมากกว่า 3 ไร่ ในเมืองชั้นใน แปลงให้เป็นสวนหย่อม อาคารไหนอายุเกินกว่า 30 ปี แล้วไม่ทำประโยชน์ต่อแปลงให้เป็นห้องสมุดสาธารณะ......ผลประโยชน์ภายในมันมหาศาล พวกมันคงไม่ปล่อยให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะ......นี่แหล่ะอีกตัวปัญหาที่ต้องกำจัด
บ่จน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เขาก็ทำสวนสาธาณะหลายที่อยู่นะ ก่อนเขียนดูก่อนดีกว่านะ มีแค่เจ็ดเปอร์เซนต์ที่เขาาทำการค้า เทียบกะทั้งหมด
dfad
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ข้อเสนอน่าสนใจ แต่ควรลดบริโภครังแตนซะหน่อยนะ
เวลาเสนอไรดีๆแต่ด่าเขาไปด้วยเนี่ย
ขนาดคนวงนอกเขายังไม่ค่อยอยากฟังเลยน้อง
เอางั้นนะ
 
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014