ศาสตร์พระราชา พัฒนาพลังงานทดแทน

โดย MGR Online   
27 ธันวาคม 2559 11:41 น.
ศาสตร์พระราชา พัฒนาพลังงานทดแทน
        พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงห่วงใยในเรื่องสถานการณ์น้ำมัน ซึ่งเป็นทรัพยากรของโลกที่นับวันจะค่อยๆ หมดไป และอาจเกิดภาวะน้ำมันขาดแคลนขึ้นได้ในอนาคต จึงทรงให้ความสนพระราชหฤทัยเกี่ยวกับการพัฒนาพลังงานทดแทนซึ่งจะเข้ามามีบทบาทแทนน้ำมันได้ในวันข้างหน้า
       ดังพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคลในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิตฯ วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ.2548 ว่า
       
       "...ถ้าน้ำมันเชื้อเพลิงหมดแล้ว ก็ใช้เชื้อเพลิงอย่างอื่นได้ มีแต่ต้องขยัน หาวิธีที่ทำให้เชื้อเพลิงเกิดใหม่ เชื้อเพลิงที่เรียกว่าน้ำมันนั้นมันจะหมดภายในไม่กี่ปีหรือไม่กี่สิบปีก็หมด... ถ้าไม่ได้ทำเชื้อเพลิงทดแทน เราก็เดือดร้อน...”

ศาสตร์พระราชา พัฒนาพลังงานทดแทน
       

ศาสตร์พระราชา พัฒนาพลังงานทดแทน
       

ศาสตร์พระราชา พัฒนาพลังงานทดแทน
       

ศาสตร์พระราชา พัฒนาพลังงานทดแทน
       

ศาสตร์พระราชา พัฒนาพลังงานทดแทน
        พระองค์จึงทรงริเริ่มการศึกษาวิจัยเรื่องพลังงานทดแทนรูปแบบต่างๆ ผ่านโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาอย่างเป็นรูปธรรมมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีพระราชดำริให้นำพืชผลการเกษตรมาผลิตเป็นพลังงานทดแทน เพื่อให้คนไทยสามารถพึ่งพาตัวเองได้ในด้านพลังงาน รวมทั้งรองรับปัญหาราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ ตลอดจนเป็นการนำเศษวัสดุเหลือใช้มาทำประโยชน์ให้คุ้มค่าที่สุดและสร้างระบบนิเวศให้เกิดความสมดุลและยั่งยืน
       
       ยกตัวอย่าง การทำเชื้อเพลิงแท่งจากวัสดุเหลือใช้และการผลิตแก๊สชีวภาพจากมูลโค โดยมีพระราชดำริว่า ควรนำแกลบมาใช้งานให้เป็นประโยชน์ ทั้งด้านการทำเป็นปุ๋ยสำหรับปรับปรุงสภาพดิน และทำเป็นเชื้อเพลิงโดยได้ทดลองนำวัสดุต่างๆ อาทิ แกลบบด ผักตบชวา และขี้เลื่อยจากถุงเพาะเห็ด มาอัดเป็นเชื้อเพลิงแท่งที่ให้ความร้อนได้ดี รวมทั้งผลิตแก๊สชีวภาพจากมูลโคนมในการดำเนินงานโรงโคนมสวนจิตรลดา เพื่อไม่ให้มูลโคเหล่านี้ถูกขนไปทิ้งโดยเปล่าประโยชน์ โดยนำมาเก็บใส่ถังหมักเพื่อผลิตแก๊สชีวภาพสำหรับใช้ในโรงโคนมต่อไป
       
       การวิจัยและพัฒนาโรงงานแปรรูปปาล์มน้ำมัน หรือไบโอดีเซล พระองค์ทรงค้นพบว่า ปาล์มน้ำมันเป็นพืชที่ให้ปริมาณน้ำมันสูงกว่าพืชน้ำมันชนิดใดๆ ในโลก จึงมีพระราชดำริให้ทำการวิจัยและพัฒนาโรงงานแปรรูปปาล์มน้ำมัน โดยได้พระกรุณาโปรดเกล้าฯให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ทำการวิจัยและพัฒนาโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มขนาดเล็กให้กลุ่มเกษตรกรสวนปาล์มรายย่อย และจัดสร้างโรงงานทดลองขึ้นที่สหกรณ์นิคมอ่าวลึก จังหวัดกระบี่
       
       จนกระทั่งปี 2531 ได้รับสั่งให้สร้างโรงงานแปรรูปน้ำมันปาล์มขนาดเล็กครบวงจรที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนราธิวาส ต่อมาโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดาและกองงานส่วนพระองค์ วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เริ่มการทดลองใช้น้ำมันปาล์มเป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล และจากการทดสอบพบว่าน้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์ 100 เปอร์เซ็นต์ สามารถใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลโดยไม่ต้องผสมกับน้ำมันเชื้อเพลิงอื่นๆ ซึ่งทำให้มีการเคลื่อนไหวและตื่นตัวในการศึกษาค้นคว้าทดลอง และทำวิจัยเกี่ยวกับการนำน้ำมันพืชมาใช้เป็นเชื้อเพลิงกันอย่างกว้างขวาง โดยส่วนใหญ่เป็นการนำน้ำมันพืชและน้ำมันมะพร้าวมาใช้ในเครื่องยนต์และเรียกเชื้อเพลิงที่ได้จากน้ำมันพืชนี้รวมๆ ว่า “ไบโอดีเซล”
       
       “แก๊สโซฮอล์” พลังงานทดแทนน้ำมันเบนซิน พระองค์มีพระราชดำรัสให้ศึกษาต้นทุนการผลิตเอทานอลจากอ้อย เพื่อรองรับสถานการณ์ในอนาคตที่อาจจะเกิดภาวะน้ำมันขาดแคลนหรือราคาอ้อยตกต่ำมาตั้งแต่ปี 2528 เพราะทรงเล็งเห็นว่าการนำอ้อยมาแปรรูปเป็นเอทานอลเพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทนเป็นแนวทางหนึ่งที่จะแก้ปัญหาได้ ซึ่งแม้ว่าในช่วงปี 2528-2530 น้ำมันเบนซินยังคงมีราคาถูกแต่พระองค์ยังทรงให้ศึกษาวิจัย ปรับปรุงและพัฒนาเอทานอลอย่างต่อเนื่องมาตลอด ดังนั้น เมื่อเกิดวิกฤตราคาน้ำมันขึ้นสูง จึงได้มีการนำผลการศึกษาวิจัยพลังงานทดแทนตามพระราชดำริมาต่อยอดขยายผลในเชิงพาณิชย์ได้อย่างรวดเร็วทันสถานการณ์
       
       นอกจากนี้ สำหรับพลังงานด้านอื่นๆ พระองค์ทรงศึกษาเกี่ยวกับน้ำอย่างละเอียดลึกซึ้ง ทำให้ทรงทราบถึงปริมาณน้ำที่สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ด้านต่างๆ และพระราชทานข้อสังเกต แนวทางแก้ปัญหาแก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องนำไปพัฒนาการใช้พลังงานน้ำให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น รวมถึงพระราชดำริเกี่ยวกับการสร้างเขื่อนและโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์และสร้างกระแสไฟฟ้าให้ชุมชนในละแวกใกล้เคียงในพื้นที่ชนบทห่างไกล และมีพระราชดำริเกี่ยวกับการพัฒนาพลังงานลมซึ่งส่วนใหญ่นำมาใช้ในการสูบน้ำ เช่น มีพระราชดำริให้ปลูกป่าด้วยการนำพลังงานลมมาใช้สูบน้ำขึ้นไปบนภูเขา เพื่อให้ดินมีความชุ่มชื้น สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะแก่การเจริญเติบโตของต้นไม้ โดยทรงนำไปใช้ประโยชน์ในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเป็นจำนวนมาก
       
       จะเห็นได้ว่าโครงการตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวล้วนเกิดขึ้นด้วยพระปรีชาสามารถและสายพระเนตรอันยาวไกลในเรื่องพลังงาน พระองค์จึงมีพระราชดำริให้ศึกษา ค้นคว้าและทรงริเริ่มการพัฒนาพลังงานทดแทนโดยเป็นไปตามหลักการ “พึ่งตนเอง” คือลดการนำเข้าจากต่างประเทศเพราะสามารถผลิตใช้เองได้บางส่วน กล่าวได้ว่าพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงจัดตั้งโครงการพลังงานทดแทนช่วยให้ประเทศมีพลังงานหลากหลายรูปแบบที่สามารถนำมาใช้ได้อย่างทันท่วงที รวมถึงส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติเป็นอย่างยิ่ง
       
       ที่มา : หนังสือพระมหากษัตริย์นักพัฒนา เพื่อประโยชน์สุขสู่ปวงประชา

ยังไม่มีผู้โหวต
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2016