TISCO GROUP ฟุ้ง! ปี 59 รายได้โต 18% ตั้งเป้าปี 60 ขยายฐานลูกค้าเพิ่ม

โดย MGR Online   
12 มกราคม 2560 14:10 น. (แก้ไขล่าสุด 12 มกราคม 2560 15:24 น.)
TISCO GROUP ฟุ้ง! ปี 59 รายได้โต 18% ตั้งเป้าปี 60 ขยายฐานลูกค้าเพิ่ม
นายสุทัศน์ เรืองมานะมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้
        บอร์ดทิสโก้ เผยผลประกอบการปี 2559 เติบโตกว่า 18% ฟันกำไรทะลุ 5,000 ล้านบาท พร้อมกางแผนกลยุทธปี 2560 เจาะลูกค้าใหม่ครบทุกกลุ่มธุรกิจ
       
       นายสุทัศน์ เรืองมานะมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ กล่าวว่า กลุ่มทิสโก้ ประกาศผลประกอบการสิ้นปี 2559 มีกำไรสุทธิ 5,005.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ
       
       โดยผลการดำเนินงานของกลุ่มทิสโก้ ในปี 2559 มีกำไรสุทธิ จำนวน 5,005.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.8 เมื่อเทียบกับปี 2558 สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจากธุรกิจหลัก ประกอบกับค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญที่ลดลงจากปีก่อนหน้า รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.8 จากความสามารถในการรักษาอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อรวม และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
       
       ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจากธุรกิจหลักปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.6 จากการเติบโตของรายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ตามปริมาณการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจธนาคารพาณิชย์เติบโตตามการขยายตัวของธุรกิจนายหน้าประกันภัย อีกทั้ง กลุ่มทิสโก้ รับรู้รายได้จากธุรกิจวาณิชธนกิจ จากการเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่าย และรับประกันการจำหน่ายหลักทรัพย์ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ การตั้งสำรองหนี้สูญในปีนี้ลดลงร้อยละ 24.7 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จากคุณภาพสินทรัพย์ที่ปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้เงินให้สินเชื่อรวมของกลุ่มทิสโก้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 มีจำนวน 224,934.00 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 5.6 จากสิ้นปีก่อนหน้า โดยได้รับผลกระทบจากการอ่อนตัวของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ในภาวะการบริโภคภาคครัวเรือนที่ซบเซา และยอดขายรถยนต์ภายในประเทศที่ยังชะลอตัว
       
       อย่างไรก็ดี สินเชื่ออเนกประสงค์สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งที่ร้อยละ 13.9 ตามแผนการขยายธุรกิจของกลุ่มทิสโก้ ในส่วนของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง จากคุณภาพสินทรัพย์ที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อ และสินเชื่อธุรกิจ ตามนโยบายการควบคุมคุณภาพสินเชื่อที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ลดลงร้อยละ 25.9 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และอัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวม ณ สิ้นปี 2559 ลดลงจากร้อยละ 3.23 ในปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ร้อยละ 2.54 ขณะเดียวกัน สัดส่วนเงินสำรองหนี้สูญต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณร้อยละ 140
       
       กลุ่มทิสโก้ ยังคงสามารถควบคุมต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยังคงอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้รวมอยู่ในระดับต่ำที่ร้อยละ 39.0 นอกจากนี้ ธนาคารทิสโก้ยังคงรักษาระดับฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่งมาโดยตลอดทั้งปี โดยมีประมาณการอัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์ (BIS Ratio) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 19.8 สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำร้อยละ 9.125 ที่กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย โดยมีอัตราเงินกองทุนชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 ต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ร้อยละ 14.9 และร้อยละ 4.9 ตามลำดับ
       
       “ผลประกอบการในปี 2559 ของทิสโก้ ปรับตัวดีขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน อันเนื่องมาจากการบริหารจัดการที่ดีทำให้ทิสโก้ สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาด”
       
       สำหรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในปี 2560 กลุ่มทิสโก้ ยังคงเดินหน้าขยายฐานลูกค้าทุกกลุ่ม ทั้งกลุ่มลูกค้ารายย่อย ลูกค้าธนบดีธนกิจ และลูกค้าบรรษัท ด้วยการนำเสนอบริการด้านการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย และสร้างมูลค่าให้กับลูกค้า มุ่งขยายธุรกิจสินเชื่อครอบคลุมทั่วประเทศผ่านการขยายสาขาธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนรถภายใต้แบรนด์ “สมหวัง เงินสั่งได้” และรักษาการเป็นจุดยืน “Top Advisory House” ในด้านธุรกิจธนบดีธนกิจ และจัดการกองทุน (Wealth Management) พร้อมเสาะหาพันธมิตรทางธุรกิจ และร่วมมือระหว่างสายธุรกิจ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้า นอกจากนี้ ยังมุ่งสู่การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และตอบสนองความต้องการทางการเงินแก่ลูกค้าในยุคดิจิตอล ภายใต้การบริหารความเสี่ยง และการกับดูแลกิจการที่ดี
       
       นอกจากนี้ ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ทิสโก้ยังประสบความสำเร็จในการบรรลุข้อตกลงในการถ่ายโอนธุรกิจลูกค้ารายย่อย (Retail Banking) จากธนาคารสแตนดาร์ดชาร์ตเตอร์ด (ไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านธุรกิจลูกค้ารายย่อย โดยการควบรวมดังกล่าวจะช่วยเพิ่มขนาดฐานลูกค้าในกลุ่มธุรกิจสินเชื่อรายย่อย เพิ่มผลิตภัณฑ์ที่ครบวงจร และช่องทางการให้บริการที่ครอบคลุมตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น ซึ่งการถ่ายโอนดังกล่าว คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในปีนี้

ยังไม่มีผู้โหวต
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017