หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก iBiz | Scoop
 

The Survivors ผ่ายุทธศาสตร์ทางรอดห้างฯ เล็ก

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
1 ตุลาคม 2547 18:55 น.
1 | 2 | 3
หน้าถัดไป
        ผู้จัดการรายสัปดาห์ - เมื่อห้างฯสัญชาติไทยขนาดกลางกำลังถูกต้อนถึงขอบเหว จึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตนอยู่รอด ท่ามกลางกระแสการแข่งขันของค้าปลีกที่เชี่ยวกราก ถึงเวลาที่ พาต้า...อิมพีเรียล...เมอร์รี่คิงส์...ตั้งฮั่วเส็ง ต้องพลิกยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ หากไม่ต้องการสิ้นชื่อไปจากสารบบห้างไทย
       

       ท่ามกลางการสยายเครือข่ายของค้าปลีกข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง ห้างสรรพสินค้าไทยพันธุ์แท้กลับต้องปิดสาขาของตนลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน พาต้า อินทรา, เมอร์รี่คิงส์ สะพานควาย ปิ่นเกล้า และอื่นๆ ยังไม่นับรวมถึง เวลโก้ และคาเธ่ย์ ที่ต้องปิดตัวไปอย่างถาวรในช่วงก่อนหน้านี้ ด้วยเหตุไม่สามารถต้านทานการแข่งขันด้านสงครามราคาอย่างต่อเนื่องและรุนแรงได้ ตลอดจนการออกกฎหมายผังเมืองสำหรับธุรกิจค้าปลีกที่กำหนดให้ร้านค้าปลีกขนาดตั้งแต่ 1,000 ตารางเมตรออกไปอยู่นอกเมืองในรัศมี 10-15 กิโลเมตร
       
       "เรากำลังนำระเบียบต่างๆมาใช้โดยไม่เข้าใจเคล็ดลับยิ่งตายเข้าไปใหญ่ กฎหมายผังเมืองที่จะออกมาไม่ได้ช่วยค้าปลีกเลย และค้าปลีกขนาดกลาง และเล็กจะไม่เกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอน กลายเป็นช่วยดิสเคาน์สโตร์มากกว่า" วิโรจน์ จุนประทีปทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สรรพสินค้าตั้งฮั่วเส็ง จำกัด เคยกล่าวอย่างเหลืออดกับหนังสือพิมพ์รายวันฉบับหนึ่ง
       
       เมื่อภาครัฐไม่สามารถช่วยเหลือได้ แถมยังเข้าข้างยักษ์ค้าปลีกข้ามชาติเช่นนี้ ห้างฯขนาดกลางของไทยจึงต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน เพื่อช่วยให้ตัวเองพ้นจากการ "สิ้นชื่อ"
       
       พาต้า+เซ็นทรัล
       Alliance Strategy

       ราวกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา "พาต้า" ห้าง สรรพสินค้าขนาดเล็กของไทยที่มีอายุอานามกว่า 20 ปี ได้ปรับตัวเพื่อความอยู่รอดครั้งสำคัญ ด้วยการดึงห้างเซ็นทรัลเข้ามาร่วมเป็นพันธมิตร หลังจากมีข่าวลือสะพัดวงการว่ากลุ่มผู้บริหารเตรียมขายพาต้า ปิ่นเกล้า ที่มั่นแห่งสุดท้ายนี้ออกไป เนื่องจากไม่สามารถแข่งขันในธุรกิจ ค้าปลีกได้ เพราะพาต้าวางตำแหน่งเป็นห้างสรรพสินค้าที่จับกลุ่มผู้บริโภคระดับกลาง แต่กลุ่มที่ชุมนุมอยู่หน้าห้างส่วนใหญ่เป็นผู้บริโภคระดับกลางลงล่าง ซึ่งน่าจะเป็นกลุ่มลูกค้าของดิสเคาน์สโตร์มากกว่า
       
       แต่จะว่าไปแล้วกลุ่มคนที่มาเดิน หรือจับจ่ายใช้สอยในดิสเคาน์สโตร์ก็ไม่ใช่คนระดับกลางลงล่างเท่านั้น เพราะมีปรากฏให้เห็นอยู่เป็นประจำที่คนขับรถเก๋งราคาหลายล้านนิยมจับจ่ายในดิสเคาน์สโตร์ด้วยเช่นกัน แล้วพาต้าที่เป็นเพียงห้างเล็กๆ ภาพลักษณ์ไม่สวยหรูเมื่อเทียบกับห้างเซ็นทรัล แถมสินค้าในกลุ่มกรอเซอรี่ยังสูงกว่าเมื่อเทียบกับโลตัส และเซ็นทรัล เนื่องจากพลังในการต่อรองกับซัปพลายเออร์มีน้อย สภาพการณ์ของพาต้าจึงล่อแหลมต่อการปิดตัวลงไปยิ่งนัก ที่สำคัญหากงวดนี้ไม่ทำอะไรเลยหมายถึงชื่อ "พาต้า"อาจต้องหายไปจากวงการค้าปลีกเลยทีเดียว ทั้งๆที่เมื่อเกือบ 20 ปีที่ผ่านมาเคยครองความยิ่งใหญ่ในย่านปิ่นเกล้า
       
       อันที่จริงก่อนหน้าที่พาต้า ปิ่นเกล้าจะปรับใหญ่ ห้างแห่งนี้เคยปรับมาแล้วหนหนึ่งเมื่อให้วัตสัน สเปเชียลตี้สโตร์ในเครือเซ็นทรัลมาเช่าพื้นที่ขายสินค้าเมื่อราว 2-3 ปีก่อนหน้านั้น ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่วันนี้พันธมิตรของพาต้าจะเป็นเซ็นทรัลอีกครั้ง
       
       "ในอดีตพาต้าปิ่นเกล้าเคยกินพื้นที่การค้าไปกว่า 30-40 กม. จังหวัดใกล้เคียงก็มาซื้อของที่นี่ แต่จากการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีกทั้งเล็กและใหญ่ที่เพิ่มขึ้น และกระจายมากขึ้นโดยขาดการควบคุม ทำให้ผู้ประกอบการเดิมต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาอาณาบริเวณของตนที่แคบลงให้ดีที่สุด หรือต้องพยายามยึดหัวหาดเฉพาะทำเลของตนไว้ พร้อมการปรับตัวไปในทิศทางใหม่ๆ ที่มีอนาคตมากขึ้น และพาต้าก็ต้องเดินในเส้นทางนี้เช่นกัน" อุดม เสริมศิริมงคล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ห้างสรรพสินค้าพาต้าปิ่นเกล้า จำกัด เคยให้สัมภาษณ์ผ่านหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง
       
       การปรับครั้งนี้ถือเป็นการปรับใหญ่ในรอบ 7-8 ปี โดยจะปรับทั้งภายในและภายนอกห้างภายใต้ภาพลักษณ์ใหม่ให้ทันสมัยมากกว่าเดิม มีเป้าหมายพัฒนาให้เป็นศูนย์การค้าด้วยการเพิ่มพื้นที่พลาซ่าเข้าไป พร้อมแบ่งสัดส่วนพื้นที่ 25-30% ของจำนวนพื้นที่ขายในห้างสรรพสินค้าจากทั้งหมด 3 หมื่นตารางเมตรให้กับยักษ์ใหญ่วงการค้าปลีกสัญชาติไทย ลงสเปเชียลตี้สโตร์เพื่อสร้างความแตกต่างจากดิสเคาน์สโตร์ และสามารถดึงผู้บริโภคกลุ่มใหม่ โดยเฉพาะวัยรุ่นเข้ามาเพิ่มมากขึ้นจากปัจจุบันกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นครอบครัว และคนทำงานระดับบีและซี อย่างท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต, บีทูเอส และซูเปอร์สปอร์ต
       
       จากยุทธศาสตร์ใหม่ครั้งนี้ อุดมเชื่อว่า จะทำให้พาต้าจะมีรายได้จากพันธมิตรใหม่ประมาณ 30% จากปัจจุบันสัดส่วนแหล่งรายได้ของพาต้าประกอบด้วยแผนกดีพาร์ทเมนท์สโตร์ 65-70% แผนกซูเปอร์มาร์เก็ต 20-25% จากรายได้ค่าเช่าและรายได้อื่น 10%
       
       อย่างไรก็ตาม ปัญหาของห้างฯพาต้าอาจไม่ได้เกิดจากการเข้ามาของบรรดาดิสเคาน์สโตร์แต่เพียงอย่าง เพราะหากพิจารณาการปิดสาขาอินทราในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา พบว่าเกิดจากการที่ห้างฯไม่สามารถแบกรับภาระค่าเช่าที่ศูนย์การค้าอินทรา ที่เป็นเจ้าของพื้นที่ได้ปรับค่าเช่าเพิ่มขึ้นอีก 50% ประกอบกับในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2546 มีการระบาดของโรคไข้หวัดมรณะ หรือซาร์ส ทำให้นักท่องเที่ยวที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหายไปเป็นจำนวนมาก
       
       สำหรับสาขาอินทรา ถือว่าเป็นสาขาแรกของพาต้า เกิดจากการบุกเบิกของ วินัย เสริมศิริมงคล และครอบครัวด้วยเงินทุนเริ่มต้นเพียง 800 บาท เปิดร้านค้าเล็กๆชื่อไทยช้อปปิ้งเมื่อปี 2516 และประสบความสำเร็จกระทั่งขยายมาเป็นห้างพาต้าในปี 2518 จากนั้นในปี 2525 ได้เปิดสาขาสองที่ปิ่นเกล้าขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นห้างสรรพสินค้าแห่งแรกในย่านธนบุรี มีจุดเด่นตรงสวนสัตว์ในชั้น 6 และ 7 กระทั่งปี 2535 จึงขยายมาเปิดพาต้าสาขา 3 ที่หัวหมาก-รามคำแหง แต่เปิดได้ไม่นานนักก็ต้องปิดตัวลง
       
       กระทั่งวันนี้ 'พาต้า' นับว่ายังโชคดีที่สามารถคงชื่อไว้ได้ แม้จะต้องสูญเสียพื้นที่ไปให้กับเซ้นทรัล รีเทลก็ตาม

1 | 2 | 3
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
“อิ่มอุ่น จุนเจือ เกื้อกูล” สานสัมพันธ์ชุมชนตลาดเพชรบุรี
รายงานพิเศษ:การขายหนี้ด้อยคุณภาพกับกฎหมายและความเป็นธรรม ในระบบศาลไทย
ตีโจทย์ใหญ่ธุรกิจ วัดความพร้อมก่อนก้าวสู่เออีซี
“ชาติไทยพัฒนา”เขมือบท่องเที่ยว กินรวบงบปีละ10,000ล้านบาท
เปิดศึกชิงนายกฯ ทีวีดาวเทียม
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 2 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014