หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก iBiz | ข่าว SMEs
 

มอ.วิจัย“จอกยาง”จากธรรมชาติ ต่อยอดสู่ SMEs วงการยาง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 2 ตุลาคม 2548 09:36 น.
มอ.วิจัย“จอกยาง”จากธรรมชาติ  ต่อยอดสู่ SMEs วงการยาง
        นายสุรสิทธิ์ ประสารปราณ ภาควิชาเทคโนโลยีวัสดุภัณฑ์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) วิทยาเขตหาดใหญ่ เปิดเผยว่า ถ้วยรับน้ำยาง หรือ “จอกยาง” เป็นของที่มีความจำเป็นต่อกระบวนการเก็บเกี่ยวยางพาราเป็นอย่างมาก ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณการใช้ถ้วยรับน้ำยางเมื่อคิดตามพื้นที่เพาะปลูกทั่วประเทศประมาณ 12.6 ล้านไร่ โดยเฉลี่ยชาวสวนยางจะปลูกได้ 70 ต้น ต่อพื้นที่เพาะปลูก 1 ไร่ คาดว่ามีความต้องการใช้ถ้วยรองรับน้ำยางไม่ต่ำกว่า 850 ล้านใบ
       
       อีกทั้ง มีแนวโน้มว่าจะสูงยิ่งขึ้น เพราะมีพื้นที่การเพาะปลูกยางพาราขยายตัวสู่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนอ สืบเนื่องจากภาวการณ์ซื้อขายยางมีราคาสูงขึ้นในขณะนี้
       
       อย่างไรก็ตาม ถ้วยรับน้ำยางซึ่งผลิตจากเซรามิกและพลาสติกที่ชาวสวนยางในประเทศไทยนิยมใช้กันอยู่นั้น ค่อนข้างมีปัญหาในเรื่องน้ำหนักมาก ราคาจำหน่ายใบละประมาณ 7 บาท และมีแนวโน้มราคาสูงขึ้นอีก เพราะมีขั้นตอนการผลิตที่ใช้พลังงานมาก

มอ.วิจัย“จอกยาง”จากธรรมชาติ  ต่อยอดสู่ SMEs วงการยาง
สุรสิทธิ์ ประสารปราณ
        ขณะที่ถ้วยรับน้ำยางซึ่งผลิตจากพลาสติก แม้มีราคาถูกกว่า โดยจำหน่ายใบละ 3 บาท แต่มีน้ำหนักเบา ทำให้ปลิวตามลมในระหว่างที่แขวนไว้กับต้นยาง มีอายุการใช้งานไม่นาน อีกทั้งเมื่อถ้วยรับน้ำยางเสื่อมสภาพก็จะกลายเป็นขยะมลพิษส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในสวนยาง
       
       ดังนั้น การทำวิจัยเรื่องการพัฒนาถ้วยรับน้ำยางโดยน้ำยางธรรมชาติและดินขาว ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จึงเกิดขึ้น โดยมีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาถ้วยรับน้ำยางที่มีน้ำหนักเหมาะสม คุณภาพแข็งแรง ราคาถูก และเน้นใช้วัสดุจากท้องถิ่นมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ที่สำคัญให้ได้ถ้วยรับน้ำยางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
       
       นายสุรสิทธิ์ กล่าวว่า โครงการวิจัยนี้มุ่งเน้นการประยุกต์ใช้น้ำยางพารา ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของภาคใต้มาแปรรูป โดยมีกระบวนการผลิตเชิงเทคนิคคือ การใช้น้ำยางพาราที่ผ่านกระบวนการวัลคาไนซ์ ผสมกับกาวโพลิไวนิลแอลกอฮอล์ ที่มีต้นทุนของกาวไม่แพงนักเป็นตัวเชื่อมประสาน
       
       จากนั้นนำแป้งมันสำปะหลังมาผสมกับสารเสริมแรงคือ ดินขาว แล้วแบ่งออกเป็น 2 ส่วนเท่าๆ กัน โดยส่วนหนึ่งนำมาเติมด้วยน้ำร้อนที่มีอุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส ในปริมาณร้อยละ 80 ของน้ำหนักแป้งมันสำปะหลังผสมดินขาว ผสมให้เข้ากันแล้วเติมสารยึดเหนี่ยวจากยางพาราผสมโพลิไวนิลแอลกอฮอล์ในปริมาณร้อยละ 30 ของน้ำหนักแป้งมันสำปะหลังผสมดินขาว ทำการนวดผสมแล้วนำไปอัดขึ้นรูปด้วยความร้อนและความดันต่อไป
       
       “ผลงานวิจัยขณะนี้พบว่า ถ้วยรับน้ำยางที่ผลิตได้มีความแข็งแรงมาก แต่มีข้อเสียในเรื่องเปอร์เซ็นต์การดูดซึมน้ำสูงอยู่ ต่อมาจึงได้แก้ไขด้วยการเคลือบสารอีพ็อคซี หรือสารป้องกันการดูดซึมน้ำ เมื่อนำมาทดลองใช้บรรจุน้ำยางพาราพบว่า ไม่เพียงใช้งานได้ดีเท่านั้น แต่ยังช่วยให้น้ำยางที่กรีดได้ไม่ติดแน่นบริเวณก้นถ้วยเหมือนพลาสติก” นายสุรสิทธิ์กล่าวว่า
       
       นักวิจัยจากภาควิชาเทคโนโลยีวัสดุภัณฑ์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มอ.หาดใหญ่ กล่าวด้วยว่า สำหรับราคาของถ้วยรับน้ำยางที่ทำจากยางพารานั้น อยู่ระหว่างราคาของถ้วยพลาสติก กับราคาของถ้วยกระเบื้องเซรามิก
       
       อีกทั้งถ้วยรับน้ำยางที่ผลิตมีการขึ้นรูปจากแม่พิมพ์ ซึ่งถอดแบบจากถ้วยรับน้ำยางที่ผลิตจากเซรามิกเบอร์ 2 ที่ชาวบ้านนิยมใช้ ทำให้มีลักษณะของถ้วยรับน้ำยางเหมือนกัน แต่มีน้ำหนักเบากว่า ถือได้สะดวก ที่สำคัญเมื่อสภาพถ้วยรับน้ำยางเก่าเสื่อมสภาพก็ทุบให้แตก ถ้วยน้ำยางจะย่อยสลายไปเองตามธรรมชาติ
       
       “หากสูตรการผลิตถ้วยรับน้ำยางที่ได้จากการวิจัยจะได้รับการพัฒนาต่อยอดออกไป โดยให้มีกระบวนการผลิตที่รวดเร็ว ผลิตได้ปริมาณครั้งละมากๆ ซึ่งจะทำให้ต้นทุนต่ำแล้ว ตนเชื่อว่าสิ่งนี้น่าจะเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมยางพารา และสามารถนำประยุกต์ใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์อื่นๆ ทำให้มีการใช้น้ำยางธรรมชาติมาแปรรูปมากขึ้น ที่สำคัญยังถือเป็นการทดแทนถ้วยรับน้ำยางที่ทำจากพลาสติก ซึ่งไม่ก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย”
       
       สำหรับงายวิจัยการผลิตถ้วยรับน้ำยางพาราชิ้นนี้ มีความเป็นไปได้พอสมควรที่น่าจะมีการต่อยอดนำไปสู่การผลิตในรูปแบบของอุตสาหกรรมอย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ SMEs ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าภาคธุรกิจรายใดจะให้ความสนใจหรือไม่ เพราะหากดูปริมาณตามที่จะรองรับแล้วมีความเป็นไปได้สูงมาก หากสามารถทำให้เกษตรกรชาวสวนยางพาราทั่วประเทศหันมายอมรับนวัตกรรมชิ้นใหม่นี้

มอ.วิจัย“จอกยาง”จากธรรมชาติ  ต่อยอดสู่ SMEs วงการยาง
        นายสุรสิทธิ์กล่าวเสริมว่า นอกจากนี้ ตนยังทราบมาว่าเกษตรกรชาวสวนยางพาราทั่วประเทศยังได้ใช้นวัตกรรมใหม่ชิ้นนี้ในรูปแบบที่เกินความคาดหมายด้วย ซึ่งภายหลังที่เกษตรกรทราบก็ได้นำไปใช้เป็นกระถางเพาะชำกล้าไม้ แทนการใช้ถุงพลาสติก และนำไปปลูกต้นไม้ลงดินเลย เพราะย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ จึงได้มีการปรับรูปแบบและขนาดให้ใหญ่ขึ้น เพื่อให้เกษตรกรใช้เป็นกระถางเพาะชำแทนการใช้ถุงพลาสติก หรือเป็นกระถางปลูกต้นไม้
       
       ส่วนการปรับปรุงให้นำมาแทนถ้วยชามสำหรับรับประทานอาหารในชีวิตประจำวันนั้น นายสุรสิทธิ์กล่าวว่า ตนก็มีแนวคิดอยู่เหมือนกัน แต่ต้องคำนึงถึงสารจากน้ำยางพาราที่อาจจะปนเปื้อนออกมากับอาหารได้ จึงต้องใช้เวลาศึกษาอีกระยะหนึ่ง
       
       ด้าน ดร.วราภรณ์ ขจรไชยกูล ผู้อำนวยการโครงการวิจัยแห่งชาติด้านยางพารา สกว. กล่าวว่า ได้นำผลงานดังกล่าวไปเผยแพร่แก่นักวิชาการและเกษตรกร เพื่อให้มีการผลิตและใช้ในประเทศมากขึ้น เพื่อให้ผลงานวิจัยเกิดประโยชน์และทันสถานการณ์กับการพัฒนาการผลิตยางดิบ และผลิตภัณฑ์จากยางพาราในประเทศ พร้อมประกาศให้ผลงานวิจัยถ้วยรับน้ำยางพาราดังกล่าว เป็นผลงานวิจัยดีเด่นประจำปี 2548 แล้วด้วย
       
       นอกจากนี้ สกว.ยังสนับสนุนให้นายสุรสิทธิ์ทำการวิจัยถ้วยรับน้ำยางพาราจากน้ำยางพาราอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในด้านอายุการใช้งานของถ้วยรับน้ำยางพาราชนิดใหม่นี้

ข่าวล่าสุด ในหมวด
เลขาอาเซียนชี้ SMEs มีศักยภาพ แต่ไม่กล้าลงทุนตปท.
สสว.ร่วมกับมูลนิธิฯ ต่อยอดพระดาบส สร้างผู้ประกอบการใหม่
ร้านอาหารเจเตรียมรับทรัพย์! กสิกรไทย คาดเงินสะพัด 2,000 ล้านบาท
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ปั้น ผปก.โลจิสติกส์ แข่ง AEC
ส.อ.ท.เผยดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ ส.ค. ดิ่งสุดใน 4 เดือน
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 15 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. ทุกความคิดเห็นจะถูกส่งขึ้นระบบโดยอัตโนมัติ เพื่อการแลกเปลี่ยนโดยอิสระ
2. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
3. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
4. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014