หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก iBiz | ข่าวอสังหาริมทรัพย์
ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าว

ศูนย์วิจัยฯชี้ดัชนีราวัสดุก่อสร้างพุ่ง7.4% แนะผู้ประกอบการปรับตัวบริหารต้นทุน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 กรกฎาคม 2549 17:22 น.
       ศูนย์วิจัยกสิกรไทยออกโรงเตือนผู้ประกอบการอสังหาฯเร่งปรับตัวบริหารต้นทุน การเงิน รับภาวะต้นทุนการก่อสร้างเพิ่ม ในขณะที่ไม่สามารถขึ้นราคาได้เท่ากับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลกำไรหด แถมการขายชะลอตัว ล่าสุดดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเพิ่ม 7.4% จากที่ในเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วเพิ่มเพียง 3.2% พบไตรมาสแรกตัวเลขการก่อสร้างของภาคเอกชนขยายตัวเพียง 2.8% ต่ำสุดในรอบ 6 ปี
       
       ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้รายงานผลวิจัยว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2549 ราคาวัสดุก่อสร้างมีทิศทางปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ผลิตเผชิญกับแรงกดดันจากภาวะต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งในด้านวัตถุดิบโลหะ (เช่น ทองแดง อลูมิเนียม) รวมไปถึงค่าขนส่งและต้นทุนพลังงาน โดยตัวเลขล่าสุด ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างในเดือนมิถุนายน 2549 เพิ่มในอัตราที่เร่งขึ้นมาที่ร้อยละ 7.4 จากที่ในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.2
       
       หากพิจารณาถึงแรงกดดันในด้านต้นทุนปัจจัยการผลิต ในส่วนของราคาวัตถุดิบโลหะ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2549 ราคาทองแดงในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นโดยเฉลี่ยประมาณร้อยละ 76 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ราคาอลูมิเนียมเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 33 ส่วนราคาสินแร่เหล็ก ขณะที่ราคาผลิตภัณฑ์เหล็กได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมามีราคาเฉลี่ยสูงขึ้นร้อยละ 15 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในส่วนของต้นทุนพลังงาน ที่ผ่านมาราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 52 โดยมีราคาอยู่ที่ 27.54 บาทต่อลิตรในปัจจุบัน จาก 24.69 บาทต่อลิตร ณ สิ้นปี 2548
       
       จากการวิเคราะห์ถึงผลกระทบจากต้นทุนปัจจัยการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นต่อต้นทุนโดยรวมของการก่อสร้าง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าต้นทุนในการก่อสร้างโดยเฉลี่ยในปี 2549 อาจเพิ่มขึ้นในอัตราที่เร่งกว่าในปีก่อนหน้า โดยอาจเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 5 สูงขึ้นจากร้อยละ 4 ในปี 2548 สาเหตุที่สำคัญที่สุดมาจากราคาวัสดุก่อสร้าง ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างโดยเฉลี่ยอาจปรับเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 4.4 ในปี 2549 เร่งตัวขึ้นจากที่ราคาค่อนข้างทรงตัวในปี 2548 หรือไม่มีอัตราการขยายตัว และด้วยสัดส่วนของต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่มีความสำคัญมากกว่าครึ่งของมูลค่าผลผลิตรวมในการก่อสร้าง จึงมีผลกระทบต่อต้นทุนในการก่อสร้างมากที่สุด กล่าวคือ มีผลต่ออัตราการเพิ่มขึ้นของมูลค่ารวมของการก่อสร้างประมาณร้อยละ 2.5
       
       ขณะที่ปัจจัยกระทบรองลงมาคือต้นทุนพลังงานและขนส่ง ซึ่งได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันดีเซลที่คาดว่าอาจปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 ในปี 2549 อัตราเพิ่มที่สูงมากนี้จะกระทบต่อต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าขนส่ง ทำให้มีผลต่ออัตราการเพิ่มของมูลค่ารวมของการก่อสร้างร้อยละ 2 สำหรับต้นทุนปัจจัยการผลิตอื่นๆ และค่าจ้างแรงงานก็คาดว่าจะเพิ่มในอัตราที่ไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา ส่งผลต่อมูลค่ารวมของการก่อสร้างอีกไม่ต่ำกว่าร้อยละ 0.5
       
       นอกจากนี้ ต้นทุนในการก่อสร้างยังได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวกับการก่อสร้าง อาทิ ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่ และประกาศของสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่กำหนดให้อาคารพักอาศัยรวมความสูงไม่เกิน 23 เมตร ตั้งแต่ 2 อาคารขึ้นไปที่ตั้งอยู่บนพื้นที่เดียวกัน และมีพื้นที่อาคารรวมกันตั้งแต่ 10,000 ตร.ม. ขึ้นไป ต้องดำเนินการภายใต้ข้อบังคับเสมือนเป็นอาคารขนาดใหญ่พิเศษ ซึ่งข้อบังคับดังกล่าวมีผลทำให้โครงการก่อสร้างอาคารในหลายกรณีอาจมีต้นทุนที่สูงขึ้น
       
       สำหรับผลที่จะตามมาในช่วงปีนี้ จะเป็นแรงกดดันสู่ภาคธุรกิจอสังหาฯ โดยราคาอสังหาฯในโครงการใหม่จะมีแนวโน้มสูงขึ้น และหากราคาอสังหาฯ โดยเฉพาะที่อยู่อาศัย ปรับตัวสูงขึ้น จะเป็นผลลบต่อความสามารถในการซื้อของผู้บริโภค ส่งผลให้ตลาดชะลอตัวต่อเนื่อง
       
       ทั้งนี้ ในไตรมาสแรกปี 2549 การลงทุนในภาคอสังหาฯ เมื่อพิจารณาจากตัวเลขการก่อสร้างของภาคเอกชนขยายตัวเพียงร้อยละ 2.8 ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่ต่ำที่สุดในรอบ 6 ปี จากที่ไตรมาส 4 ปี 48 ขยายตัวร้อยละ 6.6 โดยสาเหตุสำคัญมาจากการลงทุนพัฒนาที่อยู่อาศัยในไตรมาสแรกปี 2549 ขยายตัวเพียงร้อยละ 3.1 ซึ่งในไตรมาสสี่ปี 2548 ขยายตัวร้อยละ 10.8
       
       อย่างไรก็ดี ภายใต้ภาวะตลาดที่ชะลอตัวอยู่ในขณะนี้ ผู้ประกอบการไม่สามารถผลักภาระต้นทุนด้วยการปรับราคาสินค้าในสัดส่วนเดียวกันกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ ซึ่งผู้ประกอบการต้องดูดซับผลกระทบจากต้นทุนเอาไว้เองด้วยส่วนหนึ่ง ปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของภาคธุรกิจอสังหาฯ ให้ลดลงกว่าในช่วงปีที่ผ่านมา
       
       ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ประกอบการเองก็ได้มีการปรับตัวต่อสถานการณ์ที่ต้องแบกภาระต้นทุนที่สูงขึ้นแต่ไม่สามารถปรับราคาขายได้ โดยวิธีการหลายรูปแบบ เช่น การเปิดขายโครงการที่มีขนาดยูนิตเล็กลงเพื่อให้สอดคล้องกับราคาที่ผู้บริโภคสามารถซื้อได้ การบริหารต้นทุนค่าก่อสร้าง การใช้วัสดุก่อสร้างสำเร็จรูปหรือเทคโนโลยีการก่อสร้างสมัยใหม่เข้ามาช่วยลดต้นทุน การปรับลดสาธารณูปโภคที่เดิมเคยเสนอให้แก่ลูกค้าในระดับที่สูงกว่ามาตรฐาน โดยไม่ลดความพึงพอใจของลูกค้า เป็นต้น ในสภาวะที่ธุรกิจเผชิญแรงกดดันทั้งในด้านอุปสงค์และต้นทุนเช่นนี้ ผู้ประกอบการที่มีความแข็งแกร่งในด้านเงินทุนและระบบการบริหาร และสามารถปรับตัวในการเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพในตลาด ในราคาที่แข่งขันได้ ย่อมมีความได้เปรียบกว่า
       
       นอกจากโครงการอสังหาริมทรัพย์ของภาคเอกชนแล้ว โครงการลงทุนของภาครัฐ อย่างโครงการเมกะโปรเจ็กต์ที่มีชะลอการลงทุนออกไป ก็คงจะต้องเผชิญกับต้นทุนค่าก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม ซึ่งอาจส่งผลให้โครงการก่อสร้างภาครัฐที่เดิมมีแผนการลงทุนในปีนี้แต่ต้องชะลอออกไปเป็นปีข้างหน้า อาจต้องมีงบประมาณในการลงทุนสูงขึ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 5

ข่าวล่าสุด ในหมวด
MJD ฟุ้งขาย อีควิน๊อกซ์ หนุ่นรายได้ปี 57 ทะลุ 7,000 ล้านบาท
ดิ เอ็มเพอเร่อร์ เฮ้าส์ เปิดตัวบ้านหรู Pride of Emperor ราคา 58.5 ล้านบาท
SIRI มั่นใจรายได้ 3.4 หมื่นล้านบาท ฟุ้งยอด backlog 5.3 หมื่นล้านบาท
แสนสิริฯ หวังงบโครงสร้างพื้นฐาน 2.4 ล้านล้านบาท ฟื้นเศรษฐกิจ-เพิ่มกำลังซื้อ-อสังหาฯ เติบโต
“ซีคอนโฮม” โชว์ระบบก่อสร้าง “บ้านสำเร็จรูปทั้งหลัง” ระบุแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลน ทุ่นเวลาก่อสร้าง
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
ยังไม่มีผู้โหวต
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014