หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก iBiz | ไอเดียเฉียบ
 

แป้งเด็กจากข้าวเจ้าไทยนวัตกรรมเพื่อการส่งออก

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
7 กุมภาพันธ์ 2550 10:00 น.
แป้งเด็กจากข้าวเจ้าไทยนวัตกรรมเพื่อการส่งออก
        ข้าวถือเป็นพืชเศรษฐกิจของคนไทย การนำข้าวมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรไทยให้สามารถขายข้าวได้ในราคาที่เพิ่มขึ้น และนวัตกรรมแป้งทาตัวทำจากแป้งข้าวเจ้า เป็นอีกทางหนึ่งช่วยให้คนไทยขายข้าวได้มากขึ้น เพราะมูลค่าตลาดแป้งทาผิวทั่วโลกมีมูลค่ามหาศาล ครั้งนี้ถือว่าความสำเร็จของคนไทยและประเทศไทย ที่สามารถคิดค้นนำแป้งข้าวเจ้าของไทย มาแปรรูปจนเกิดเป็นแป้งทาผิว ผลงานการคิดค้นของ ดร.วราทัศน์ วงศ์สุรไกร ซึ่งมีประสบการณ์จากการทำแป้งที่ใช้ในการผลิตยามาก่อน

แป้งเด็กจากข้าวเจ้าไทยนวัตกรรมเพื่อการส่งออก
        นายวราทัศน์ เล่าว่า ได้ใช้เวลาในการคิดค้นสูตรแป้งข้าวเจ้าเพื่อใช้เป็นแป้งทาผิวมาเป็นระยะเวลานานกว่า 5 ปี จุดเริ่มต้นมาจากการที่เรามีประสบการณ์จากการทำแป้งที่ใช้ในวงการผลิตยามาก่อน ทำให้รู้ว่าจริงแล้วแป้งข้าวเจ้าสามารถใช้สำหรับทาผิวได้ และยังไม่เคยมีใครนำแป้งข้าวเจ้ามาก่อน เพราะมีต้นทุนสูง แต่ประเทศไทยมีวัตถุดิบสามารถผลิตข้าวได้เอง และซื้อในประเทศราคาไม่แพงมาก และประกอบกับปัจจุบันสินค้าประเภท แป้งฝุ่น แป้งทาตัวเด็ก แป้งผัดหน้า ที่ใช้กันทั่วไป มักทำจาก ทัลคัม ซึ่งเป็นแร่หินชนิดหนึ่งที่ได้มาจากการทำเหมืองหินทาล์ค
       
       ข้อเสียของแป้งที่ทำจากทัลคัม คือเป็นสารอนินทรีย์ จึงไม่สามารถย่อยสลายได้ด้วยจุลินทรีย์ในธรรมชาติ ทำให้ถ้าใช้โดยไม่ระมัดระวังเมื่อสูดเข้าไปเป็นเวลานานจะเกิดการสะสม อาจทำให้เกิดโรคทางลมหายใจ หรือ อาจจะทำให้เกิดมะเร็งในช่องคลอดได้กรณีที่ใช้ใต้ร่มผ้าเป็นเวลานาน เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่คิดค้นแป้งข้าวเจ้าทาผิวออกจำหน่าย เจาะเข้าไปที่กลุ่มแป้งเด็ก เพราะเด็กเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีการใช้แป้งทาผิวเยอะกว่ากลุ่มอื่นๆ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างอยู่ในช่วงของการลงทุนสร้างโรงงานผลิต และอยู่ระหว่างการพิจารณาคัดเลือกบริษัทที่จะเข้ามาช่วยทำตลาด ซึ่งคาดว่าจะเริ่มวางตลาดได้อย่างเป็นทางการอีก 6 เดือนข้างหน้า

แป้งเด็กจากข้าวเจ้าไทยนวัตกรรมเพื่อการส่งออก
        สำหรับแป้งทาตัวเด็กจากแป้งข้าวเจ้าที่คิดค้นขึ้นมานี้ได้นำออกมาจำหน่ายภายใต้แบรนด์ “ไรซ์แคร์” เนื่องจากต้นทุนแป้งข้าวเจ้าสูงกว่าทัลคัมให้ราคาขายแป้งทาผิวที่ทำออกจำหน่ายราคาสูงกว่าประมาณ 3 เท่า และด้วยต้นทุนแป้งข้าวเจ้าสูงกว่าทัลคัมทำให้ไม่มีผู้ผลิตแป้งสนใจนำแป้งข้าวเจ้ามาทำแป้งทาผิว ในตลาดวัตถุดิบที่ใช้ทำแป้งทาผิว จะมีอยู่ 2 ชนิดด้วยกัน คือ ทัลคัม และแป้งข้าวโพด โดยแป้งข้าวโพดเริ่มมีการนำมาใช้กันมากในประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากพบข้อเสียของทัลคัม แต่ที่เลือกใช้แป้งข้าวเจ้าเพราะต้นทุนสูง อย่างไรก็ตามแป้งข้าวโพดก็ยังมีผู้ใช้น้อยเพราะด้วยราคาสูงกว่าทัลคัม ซึ่งในอนาคตเชื่อว่า แป้งข้าวโพดน่าจะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ดังนั้น ถ้าเราเปิดตัวแป้งทาผิวจากแป้งข้าวเจ้าก่อนก็จะลดการนำเข้าได้
       
       ทั้งนี้ ยังมีแผนที่จะส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศขณะนี้ยังไม่สามารถระบุประเทศได้เพราะต้องเข้าไปศึกษาตลาดก่อน เชื่อว่าน่าจะได้รับการยอมรับจากตลาดในต่างประเทศได้ไม่ยาก เพราะด้วยคุณสมบัติของแป้งทาผิวจากแป้งข้าวเจ้า ที่มีเนื้อแป้งที่ขาวเนียน ละเอียดอ่อน ไม่ฝุ่งกระจายเวลาทา เนื้อแป้งที่ติดทนนานและใช้จำนวนน้อยกว่าแป้งทั่วไปทำให้ประหยัดกว่า และยังเป็นสารอินทรีย์ ทำให้สามารถย่อยสลายได้โดยจุลินทรีย์ในธรรมชาติ และในต่างประเทศก็ยังไม่เคยมีใครทำออกจำหน่ายมาก่อน สาเหตุเพราะต้นทุนวัตถุดิบที่สูง แต่บ้านเราได้เปรียบเพราะมีต้นทุนข้าวเจ้าที่ราคาไม่สูงมาก ข้าวที่ใช้เป็นพันธุ์ข้าวเจ้าทั่วไป

แป้งเด็กจากข้าวเจ้าไทยนวัตกรรมเพื่อการส่งออก
        “ในขณะนี้ได้วางแผนการตลาดไว้ 2 ทาง คือ จำหน่ายภายใต้แบรนด์ของเราเอง และจำหน่ายเป็นตัววัตถุดิบให้ผู้สนใจนำปรุงแต่งกลิ่นและติดแบรนด์ของตัวเอง แต่ตอนนี้ การนำแป้งข้าวเจ้ามาแปรรูปเป็นแป้งทาผิวยังเป็นเรื่องใหม่ต้องทำประชาสัมพันธ์เพื่อให้คนรู้จักก่อน ค่อยทำตลาดจริง เพราะด้วยราคาที่สูงกว่าแป้งทั่วไปถึง 3เท่า ถ้าคนไม่รู้จักถึงคุณสมบัติที่ดีของแป้งข้าวเจ้า ก็จะไม่มีใครซื้อใช้ เริ่มแรกเจาะไปที่กลุ่มแป้งเด็ก ซึ่งมีคู่แข่งในตลาดจำนวนมาก แต่ด้วยคุณสมบัติที่ดีกว่าน่าที่จะเข้าไปแชร์ส่วนแบ่งตลาดแป้งเด็กได้ไม่ยาก โดยได้ใช้เงินกว่า 10 ล้านบาท เพื่อลงทุนสร้างโรงงานและเครื่องจักรผลิตแป้งไรซ์แคร์ในครั้งนี้ ในการตลาดเนื่องจากไม่มีประสบการณ์ด้านการทำตลาดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางมาก่อน จึงมีแผนที่จะโอนให้บริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้โดยตรงเข้ามาทำตลาดให้ และในส่วนนี้ได้โอนให้กับคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นรุ่นลูกให้เขาเข้ามาบริหารแทน เพราะน่าจะเข้าใจกลุ่มลูกค้าและพัฒนาสินค้าออกไปตรงกลุ่มเป้าหมายได้มากกว่า”
       
       ดร.วราทัศน์ ปัจจุบันทำโรงเส้นหมี่ซอเฮง จำกัด บริษัทสวนอุตสาหกรรมเขาย้อย จำกัด บริษัทเอราวัณ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด บริษัท นานา มาร์เก็ตติ้ง จำกัด และบริษัท ฮันซ่า อินเตอร์เทรด จำกัด ส่วนแป้งเด็กจากแป้งข้าวเจ้านี้ อยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท เนอเชอร์แคร์ จำกัด ซึ่งในส่วนของการพัฒนาแป้งเด็กจากแป้งข้าวเจ้านี้ คุณวราทัศน์ ได้รับคัดเลือกจาก สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ให้เป็น 1 ใน 10 ของสุดยอดนวัตกรรมปี 2549 และยังได้รับรางวัลชนะเลิศนวัตกรรมแห่งชาติด้านเศรษฐกิจ ประจำปี 2548 จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
       


        สนใจโทร. 0-2881-4040

ข่าวล่าสุด ในหมวด
“Café Aboong” ไอศกรีมปลาอ้าปาก ฮิตจากเกาหลีถึงไทย
'มังคุดเมืองจันท์' แปลงร่างสู่น้ำพริกเผา เติมคุณค่าสุขภาพ เพิ่มรายได้เกษตรกร
ELIGARF ฉีกรูปแบบเป่าแก้ว สู่เครื่องประดับสไตล์ลูกปัดแพนโดรา
ฝึก “มวยไทย” ริมเจ้าพระยา เต็มอิ่มวัฒนธรรม บรรยากาศสุดเริ่ด (ชมคลิป)
‘31Thanwa’ กระเป๋าหรูแบรนด์ไทย สร้างเซอร์ไพรส์ทุกสิ้นเดือน
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 18 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 15 คน
84 %
ไม่เห็นด้วย 3 คน
16 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2015