หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก iBiz | กองทุนรวม
กองทุนรวม คอลัมน์

มีเงินไม่พอใช้ หรือใช้เงินไม่พอ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 ตุลาคม 2550 11:33 น.
       กลุ้มใจจริง ๆ ว่าคนเราทุกวันนี้ทำไมถึงได้เป็นหนี้ที่ไม่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตกันมากกันเหลือเกิน ได้ดูรายการทีวีไปเมื่อเร็วๆ นี้ ทำให้รู้ว่า มีกลุ่มคนที่มีหนี้จำนวนมากและประสบความลำบากและอับอายมากเมื่อถูกทวงหนี้ คนเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ยึดติดกับบริโภคนิยม โดยเฉพาะการใช้สินค้ามียี่ห้อราคาแพงที่สำคัญเกินรายได้ที่มีอยู่ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือประกอบในการนำเสนอตนเองต่อผู้อื่นให้เห็นว่า “มี” แต่เมื่อหันหลังกลับมาดูดีๆ จึงพบว่าภายใต้เปลือกเหล่านั้น มีการดำรงชีวิตอย่างลำบากแสนเข็ญเหลือเกิน แต่ก็ต้องอดทนปิดปากเงียบไม่กล้าบอกใครว่าไม่มีกิน หลายคนได้ประจักษ์แล้วและกลับตัวตั้งหลักใหม่ได้ทัน แต่หลายคนก็ยังไม่สามารถผ่านพ้นวัฏจักรมาได้ยังคงวนเวียนอยู่ในวังวนการกู้ยืม กู้ของใหม่-เอาไปใช้ของเก่า ซ้ำแล้วซ้ำอีก และที่สาหัสนั่นคือหลายคนถึงกับต้องสังเวยด้วยชีวิตเพื่อให้หลุดพ้นไป นั่นเป็นเพราะไม่มีความทุกข์ใดจะหนักหนาเท่ากับการผ่อนหนี้ที่ก่อขึ้นมาจากความโลภและไม่ประมาณตนนั่นเอง
       
       ดังนั้นสิ่งจำเป็นต้องรู้ให้ได้นั่นคือ “เรามีเงินไม่พอใช้ หรือเราใช้เงินไม่พอ”* กันแน่ เพราะทั้งสองเรื่องนี้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง การมีเงินไม่พอใช้หมายถึงการมีเงินใช้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตให้ชีวิตอยู่ได้ขึ้นพื้นฐาน แต่การใช้เงินไม่พอหมายถึงการมีเท่าไหร่ก็ไม่เคยเพียงพอต่อการนำมาใช้จ่ายตามความทะยานอยากหรือกิเลสของตัวเรานั่นเอง ทางที่ดีที่สุดที่จะได้รู้ได้นั่นคือ เราควรหยุดนิ่งๆ และคิดให้รอบคอบ อาจจะเริ่มต้นด้วยการลงมือจดทุกอย่างที่เป็นรายได้และรายจ่ายของเราทุกรายการในทุกวัน ลองทำดูสักระยะหนึ่ง แล้วรายการที่ปรากฎทุกอย่างนั้นจะเป็นตัวบอกเราได้เองว่ามีเงินมีเงินไม่พอใช้หรือใช้เงินไม่พอกันแน่ ซึ่งแนวทางการจดบัญชีรายรับ รายจ่ายนั้น ส่วนราชการและเอกชนในปัจจุบันเองก็รณรงค์ให้ทุกคนได้เรียนรู้และลงมือทำให้ได้ จดง่ายๆ ก็ได้ เพียงแค่ขอให้ลงมือจดเท่านั้นเอง ตัวอย่างบุคคลที่ประสบความสำเร็จในการจดบันทึกบัญชีมีให้เห็น ตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล หรือระดับประเทศ ดังนั้น ใครที่ยังไม่ได้ลงมือทำ หรือยังไม่เคยคิดทำ แนะนำเลยว่าควรทำอย่างยิ่งแล้วเราก็จะได้เห็นผลจริงๆ
       
       หลังจากได้คำตอบแล้วว่าเราใช้เงินอย่างไร ขั้นตอนต่อไปคือต้องเริ่มต้นเปลี่ยนแนวคิดของเราใหม่ รับความคิดใหม่ในเรื่องของเงินทองว่าไม่ใช่เรื่องของคนอื่นหรือเป็นเรื่องเคราะห์กรรมแต่อย่างใด แต่ทั้งหมดเป็นเรื่องของเราและการกระทำของเราเองทั้งสิ้น “หากเราเปลี่ยนความคิด ชีวิตเราก็เปลี่ยนได้เช่นกัน” ดังนั้นจึงควรเปลี่ยนความคิดใหม่ กำหนดเป้าหมายของชีวิตให้ชัดเจน คิดแผน และลงมือปฏิบัติให้บรรลุเป้าหมายที่เราต้องการให้ได้ เพียงแค่หลักง่าย ๆ เท่านี้ ก็จะทำให้เราเริ่มต้นใหม่ได้แล้วโดยจะไม่มีคำว่าสายไปหากลงมือทำ
       
       หลายคนพร่ำบ่นว่าเรื่องเงินทอง เป็นเรื่องน่าปวดหัว ยากที่จะคิดคำนวน และยากเหลือเกินที่จะทำความเข้าใจ เลยเอาแต่ใช้เงินอย่างเดียว แต่คนฉลาดนั้นมักจะมีแนวคิดที่มุ่งตรงไปสู่เป้าหมายสำคัญนั่นคือการเป็นอิสระ (Freedom) ไม่ว่าจะเป็นอิสระทางการเงิน หรือทางการงานก็ตาม คนฉลาดเหล่านั้นจะเริ่มหาข้อมูล หาความรู้ความเข้าใจ อาจเข้าร่วมสัมมนาหรืออบรมในเรื่องที่ตนเองสนใจ ที่หลายหน่วยงานในปัจจุบันนี้จัดให้ความรู้อย่างไม่ต้องเสียเงินเข้าฟัง หรือแม้แต่ e-learning ในหลักสูตรต่างๆ ที่เปิดกว้างอยู่มากมายเพื่อให้ตนเองได้รู้เรื่อง เข้าใจและลงมือบริหารจัดการเงินทองของตนเองอย่างมีรูปแบบ หรือแม้แต่การนำเงินไปลงทุนในเครื่องมือการลงทุนต่างๆ ที่มีหน่วยงานมืออาชีพชำนาญการรับจ้างเราในการบริหารเงินให้งอกเงยได้ตามกรอบที่เราต้องการและกำหนดได้เช่นกัน เพื่อท้ายที่สุดนั่นคืออิสระที่จะใช้ชีวิตอย่างที่เราต้องการได้นั่นเอง
       
       คุณจะเชื่อหรือไม่ก็ตามว่า เงินสามารถเติบโตได้ตามที่เรามุ่งมาดปรารถนาอย่างจริงจังเท่านั้น เพราะยิ่งหากเรามีความปรารถนาที่จะบรรลุเป้าหมายที่เราวางไว้มากเท่าไหร่ เราจะยิ่งมีวินัยและระมัดระวังในการใช้จ่ายในระหว่างทางมากขึ้นเท่านั้นนั่นเอง

ข่าวล่าสุด ในหมวด
อาชีพค้าขายก็วางแผนการเงินได้
ONE's View : ลงทุนอย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพ ตามสไตล์วอร์เรน บัฟเฟตต์
Money Tips : ทำไมกองทุน LTF ของ บลจ.บัวหลวง จึงมีนโยบาย “ไม่จ่ายเงินปันผล"
ONE's View : แนะลงทุนตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาด้วย Dollar Cost Average
Money Tips : ทำไมบริษัทญี่ปุ่นยังคงเชื่อมั่นในประเทศไทย
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 12 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 11 คน
92 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
8 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014