หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก iBiz | กองทุนรวม
กองทุนรวม คอลัมน์

กองทุนที่ลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (FIF) ประเภทตราสารหนี้

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 29 พฤษภาคม 2551 08:58 น.
        คอลัมน์ คุยกับผู้จัดการกองทุน
       พรทิพา หนึ่งน้ำใจ
       ผู้จัดการกองทุนตราสารหนี้
       บลจ. อยุธยา จำกัด

       
       โดยกฎการลงทุนและการจัดตั้งกองทุนของ กลต. กองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศเกิน 80% จะต้องจดทะเบียนกองทุนในรูป FIF (Foreign Investment Fund) ครั้งนี้จะขอกล่าวถึง กองทุน FIF ที่ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นประเภท ECP รวมถึงกระบวนการ pricing ผ่านตลาด Swap ในรายละเอียดต่อไปนี้
       
       ตราสารหนี้ ECP หรือ Euro Commercial Paper คือตราสารที่ออกในรูปของตั๋วสัญญาใช้เงินและไม่มีหลักประกัน โดยเสนอขายทั้งในแบบ มีส่วนลดจากราคาหน้าตั๋ว (Discount) หรือ แบบที่มีการจ่ายดอกเบี้ย (Coupon) ECP มีอายุตั้งแต่ 7 วันถึง 1 ปี โดยส่วนใหญ่เสนอขายในต่างประเทศเพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับธนาคารและบริษัทชั้นนำในการระดมทุนระยะสั้นผ่านตลาดเงิน
       
       ตราสาร ECP มักจะมีข้อจำกัดในการเสนอขายให้กับนักลงทุนภายในประเทศนั้นๆ หรือประเทศที่มิได้มีข้อตกลงร่วมกันในประเด็นภาษี เนื่องจากกระทบกับการระดมทุน การฝากเงิน และฐานภาษีของระบบการเงินประเทศต่างๆ แต่นักลงทุนต่างประเทศโดยส่วนใหญ่มักได้รับการยกเว้นภาษี จึงเป็นช่องทางให้กองทุนและนักลงทุนต่างประเทศเข้าไปลงทุน พร้อมกับทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงด้านสกุลเงินระหว่างประเทศ (FX Risk) เช่นลงทุนในตราสารที่เป็นดอลลาร์แล้วทำการป้องกันความเสี่ยงกลับมาเป็นสกุลเงินท้องถิ่นนั้นๆ (เงินบาท ในกรณีของประเทศไทย)
       
       หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกว่าจะลงทุน (หรือไม่ลงทุน) ในตราสารหนี้ (ที่ไม่ใช่ภาครัฐบาล) อย่าง ECP ไม่เพียงแต่จะเลือกลงทุนในตราสารที่ให้อัตราผลตอบแทนสูงสุดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่ต้องพิจารณาว่าราคาที่เสนอขายนั้นได้สะท้อนถึงความเสี่ยงด้านเครดิตของผู้ออกตราสารอย่างเหมาะสมหรือไม่ ดังนั้นก่อนการเลือกลงทุนจึงจำเป็นต้องพิจารณา 2 ปัจจัยด้านล่างประกอบกันเสมอ ดังที่จะอธิบายได้ดังต่อไปนี้
       1. อันดับความน่าเชื่อถือ (Credit rating)
       
       2. อัตราผลตอบแทนและอัตราอ้างอิง (Benchmark)
       
       อันดับความน่าเชื่อถือ
       เนื่องจาก ECP จัดเป็นตราสารระยะสั้น ในการพิจารณาลงทุน ผู้ลงทุนจึงใช้ Short-term credit rating (มากกว่า Long-term rating) เป็นตัวประกอบการตัดสินใจ เพื่อความเข้าใจที่ง่าย อาจสามารถสรุปเพื่อเปรียบเทียบ Short-term rating ได้ตามตารางด้านล่างนี้ (ตารางประกอบ)
       
       บริษัทหนึ่งๆ อาจมี Short-term rating ที่ค่อนข้างดี แต่ Long-term rating อาจอยู่ในระดับปานกลางก็ได้ ในทางกลับกันบริษัทที่ประสบปัญหาสภาพคล่องอาจมี Short-term rating ระดับปานกลางหรือต่ำ ในขณะที่ Long-term rating ยังคงอยู่ในระดับที่ดี
       
       อัตราผลตอบแทนและอัตราอ้างอิง (Benchmark)
       ในการพิจารณาความน่าสนใจของตราสารหนี้ตัวหนึ่งๆ เราคงไม่สามารถตอบได้ในทันทีว่า ECP (หรือตราสารหนี้ใดๆ) ที่ให้ผลตอบแทน 4% นั้นมีความน่าสนใจหรือไม่/อย่างไร หากมิได้มีการเปรียบเทียบกับ Benchmark ที่เหมาะสม เมื่อกล่าวถึง Benchmark หลายท่านจะคุ้นเคยกับการใช้ “พันธบัตรรัฐบาล (ที่มีอายุเท่ากัน)” เป็นหลักทรัพย์อ้างอิง เพื่อคำนวณหา Credit spread แต่จริงๆ แล้ว Benchmark ที่ใช้แพร่หลายสำหรับตราสารหนี้ทั้งระยะสั้น (short-dated) และระยะยาว (Long-dated bonds) คือ “SWAP CURVE ( หรือ LIBOR CURVE)”
       
       จะสังเกตได้ว่า เราจะไม่ใช้ “เงินฝากธนาคาร” เพื่อเป็น Benchmark ในการเปรียบเทียบเลย เพราะไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้องและเหมาะสม เนื่องจากอัตราเงินฝากธนาคารรวมถึงการเปลี่ยนแปลงของอัตราเงินฝาก มิได้สะท้อนถึงสภาพตลาดในขณะนั้นๆ ได้อย่างรวดเร็ว เหมือนดังเช่น SWAP Rate ซึ่งธนาคารใช้กันอย่างแพร่หลาย
       
       Swap curve แสดง อัตราการกู้ยืมกันระหว่างธนาคาร (Interbank) โดย Credit rating ของธนาคารในระบบมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ “A+” และมีอายุตั้งแต่ 1 วัน ไปจนถึง 10ปี 20ปี หรืออาจยาวถึง 30ปี สำหรับหลายๆ ประเทศที่ตลาดทุนพัฒนาแล้ว
       
       กรณีที่ 1 : Bond Swap Spread
       
โดยทั่วไป เส้นอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาล (Government Bond Yield Curve) จะอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า ของ Swap เป็นการสะท้อนความเสี่ยงด้านเครดิตของธนาคารเมื่อเทียบกับพันธบัตรรัฐบาล ส่วนต่างดังกล่าวเรียกว่า Bond swap spread ซึ่งในภาวะปกติอยู่ในระดับประมาณ 0.30-0.50%
       
       กรณีที่ 2 : ตลาดดอกเบี้ยประเทศสหรัฐฯ
       
Bond Swap spread (Swap curve - Government bond yield curve) ของประเทศสหรัฐฯ อยู่ในระดับที่สูงกว่าปกติ เนื่องจากปัญหา Subprime ที่ทำให้สถาบันการเงินหลายแห่งต้อง write down หลายพันล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ประสบปัญหาสภาพคล่องและอันดับความน่าเชื่อถือถดถอยลง Bond swap spread กว้างขึ้นจาก 30-50bps เป็นประมาณ 80-120bps (ตารางที่ 1)
       
       นอกจากจะสามารถพิจารณาความน่าสนใจของอัตราผลตอบแทนของ หุ้นกู้ A ได้โดยเปรียบเทียบกับ อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาล 2ปี แล้ว นักลงทุนสถาบันมักทำการเปรียบเทียบการลงทุนนั้นๆ (อัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้ A หรือ พันธบัตรรัฐบาล C) กับ Swap 2ปี โดยสามารถสรุปความสัมพันธ์จากตารางที่ 1 ได้ดังสมการนี้ (ดังรูป)
       
       จากนั้นท่านผู้อ่านต้องเปรียบเทียบ Spread ของหุ้นกู้ A (หรือพันธบัตร C) กับของหุ้นกู้อื่นๆ ที่มี rating เดียวกัน อายุเท่ากัน ว่าอยู่ในระดับที่น่าสนใจหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น หุ้นกู้ A ที่ spread +0.80% เทียบกับ หุ้นกู้ D (ที่ rating เดียวกัน) ซึ่งได้อัตราผลตอบแทนที่ spread +0.60% ดังนั้น หุ้นกู้ A จึงมีความน่าสนใจมากกว่า หุ้นกู้ D
       
       กรณีที่ 3 : ตลาดดอกเบี้ยประเทศเกาหลี
       เส้นอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลเกาหลีอยู่ในระดับที่สูงกว่า Swap ซึ่งเป็นสภาวะที่ไม่ปกติสำหรับตลาดดอกเบี้ย ซึ่งมิได้สะท้อนว่าพันธบัตรรัฐบาลเกาหลีกำลังมีความเสี่ยงสูงกว่าธนาคารต่างๆ ในระบบ แต่สาเหตุมาจากเรื่องกฎเกณฑ์ในประเทศ ที่ทำให้ Swap curve อยู่ต่ำกว่า Government bond yield curve ดังที่ได้เคยกล่าวไว้ในครั้งก่อน
       
       สมมติว่าช่วงอายุที่เราต้องการลงทุนคือ 1ปี สามารถสรุปค่าอัตราผลตอบแทนได้ดังตารางที่ 2 และสามารถสรุปเป็นความสัมพันธ์ได้ดังสมการที่ 3 (ดังตารางที่ 2)
       
       คราวนี้ท่านผู้อ่านคงทราบแล้วใช่ไหมคะว่า ทำไมพันธบัตรรัฐบาลเกาหลีถึงยังคงได้รับความนิยมอยู่ คงมีไม่กี่ประเทศในโลกที่การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลได้ผลตอบแทน = Swap + 1.9%

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ONE's View : กลยุทธ์การเลือกหุ้นในกลุ่ม ASEAN
Money Tips : มุมมองการลงทุนของกองทุนบัวหลวง
ONE's View : โอกาสการลงทุนในตลาดหุ้นกลุ่มอาเซียน หลังรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2015
Talk Tisco : CAN SLIM………แนวคิดการลงทุนอย่างเป็นระบบ
Money Guru :แนวความคิดที่สวนทางกับฝูงชน
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
ยังไม่มีผู้โหวต
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014