หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก iBiz | กองทุนรวม
กองทุนรวม คอลัมน์

ตัวแปรทางเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อราคาหุ้น

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 สิงหาคม 2551 10:30 น.
       คอลัมน์คุยกับผู้จัดการกองทุน
       โดย ดร.ฐนิตพงศ์ ชื่นภิบาล
       ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายควบคุมความเสี่ยง
       บลจ.อยุธยา จำกัด

       
       เป็นที่ทราบกันดีว่า ปัจจัยทางเศรษฐกิจมีผลกระทบต่อผลตอบแทนการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ค่อนข้างมาก ทั้งในด้านบวกและด้านลบ เช่น หากเศรษฐกิจมีการขยายตัวได้ดี ผลประกอบการของบริษัทต่างๆก็จะดีไปด้วย ในทางตรงกันข้าม หากเศรษฐกิจอยู่ในสภาพย่ำแย่ ซึ่งหมายถึง ความสามารถในการใช้จ่ายหรือความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะแย่ตามไปด้วย ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทต่างๆขายสินค้าได้น้อยลง ผลประกอบการจึงแย่ลงไปด้วย
       
       การที่จะประเมินว่าเศรษฐกิจดีหรือแย่นั้น ผมเชื่อว่าหลายๆท่านคงจะสามารถประเมินได้ด้วยตัวเอง โดยดูจากความสามารถในการใช้จ่ายของท่าน บางท่านอาจจะดูลึกไปที่ตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆที่ทางภาครัฐรายงานเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) อัตราเงินเฟ้อ ยอดส่งออกและนำเข้า เป็นต้น ในวันนี้ผมขอรวบรวมบทวิจัยจากนักวิจัยหลายๆท่านที่ศึกษาว่า ปัจจัยทางเศรษฐกิจใดบ้างที่ส่งผลให้ราคาหุ้นเปลี่ยนแปลงไป
       
       อัตราดอกเบี้ย และอัตราเงินเฟ้อ ในงานวิจัยเกี่ยวกับการพยากรณ์ราคาหุ้น ส่วนใหญ่แล้วจะมีการนำเอาอัตราดอกเบี้ยมาเป็นหนึ่งในตัวแปรที่ใช้ในการพยากรณ์ราคาหุ้น จากงานวิจัยของนักวิจัยหลายท่านยืนยันว่า การเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยจะส่งผลให้ราคาหุ้นลดลง ดังที่เราทราบกันดีว่า เมื่ออัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนการกู้ยืมเพื่อการลงทุนของบริษัทต่างๆก็จะสูงขึ้นตาม
       
       ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคก็จะออมเงินมากขึ้นเพราะได้ดอกเบี้ยสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทต่างๆขายของได้น้อยลง โดยมีต้นทุนที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยของนักวิจัยอีกหลายท่านที่ใช้การคำนวณอัตราส่วนผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวกับอัตราผลตอบแทนเงินปันผล ที่เรียกกันว่า Gilt Equity Yield Ratio (GEYR) มาเป็นเครื่องมือในการประเมินทิศทางของตลาด ตัวอย่างเช่น พันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ให้ผลตอบแทน 5% ในขณะที่ผลตอบแทนเงินปันผลของตลาดหุ้นอยู่ที่ 8% ค่า GEYR จะเท่ากับ 0.625 โดยค่า GEYR ต่ำกว่า 1 แสดงว่าผลตอบแทนของตลาดตราสารหนี้ต่ำกว่าผลตอบแทนของตลาดหุ้น ดังนั้น ตลาดหุ้นจึงมีโอกาสที่จะปรับตัวสูงขึ้นได้มาก
       
       สำหรับในด้านอัตราเงินเฟ้อ เมื่ออัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจย่อมมีมากขึ้น เนื่องจากต้นทุนของบริษัทต่างๆจะเพิ่มสูงขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อ อีกทั้งยังส่งผลให้ตลาดคาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะเพิ่มสูงขึ้นด้วย ดังนั้น การเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อ จะสร้างแรงกดดันให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลง
       
       ปริมาณการลงทุน ในที่นี้หมายถึงการใช้เงินลงทุนของบริษัทต่างๆ โดย Eugene Fama พบว่าปริมาณการลงทุนที่เพิ่มขึ้น จะส่งผลให้ตลาดหุ้นปรับตัวสูงขึ้นด้วย ซึ่งอาจอธิบายได้ว่า ในภาวะที่เศรษฐกิจกำลังขยายตัวได้ดี ความเชื่อมั่นของบริษัทต่างๆและผู้บริโภคย่อมดีไปด้วย ดังนั้นบริษัทจึงทำการลงทุนเพิ่ม เช่น ขยายกิจการ มีการลงทุนในผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เป็นต้น เพื่อตอบสนองต่อการบริโภคที่เพิ่มสูงขึ้น
       
       ทั้งนี้ บริษัทที่ลงทุนเพิ่ม จะคาดหวังว่า ผลตอบแทนที่ได้รับจะสูงกว่าเงินที่ลงทุนไป เมื่อบริษัทมีการลงทุน เงินก็จะไหลเข้าสู่ระบบในหลายๆส่วน ไม่ว่าจะเป็นคนขายเครื่องจักร ผู้จัดหาวัตถุดิบ พนักงานของบริษัท ฯลฯ ซึ่งการลงทุนถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้ดี และจะส่งผลให้ผลประกอบการของบริษัทต่างๆดีขึ้น บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นก็ดีตามไปด้วย
       
       อัตราแลกเปลี่ยน บทวิจัยหลายชิ้นรายงานว่า การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินมีทิศทางเดียวกันกับการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้น โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่ที่ต้องพึ่งพาเงินลงทุนจากต่างชาติ กล่าวคือ เมื่อค่าเงินอ่อนค่าลง ตลาดหุ้นก็จะปรับตัวลดลงด้วย ทั้งนี้ เนื่องจากในภาวะเศรษฐกิจอ่อนแอ ค่าเงินมักจะอ่อนตามไปด้วย ซึ่งจะส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติขายหุ้น เนื่องจากความไม่แน่นอนของผลประกอบการของบริษัทมีมากขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ กอปรกับนักลงทุนต่างชาติจะทำการลดความเสี่ยงจากการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่มีสูงขึ้น
       
       ผมเชื่อว่าท่านนักลงทุนหลายท่าน คงจะพอทราบกันดีอยู่แล้วว่าปัจจัยทางเศรษฐกิจทั้ง 4 ตัวที่กล่าวมานี้มีผลกระทบต่อตลาดหุ้น ผมหวังว่าบทวิจัยที่ผมรวบรวมมาสรุปในวันนี้คงจะช่วยให้ท่านนักลงทุนเห็นภาพชัดขึ้นว่าสาเหตุและผลกระทบของปัจจัยทั้ง 4 นี้มีที่มาที่ไป และส่งผลกระทบอย่างไร ซึ่งจะเป็นพื้นฐานในการวิเคราะห์ทิศทางตลาดจากภาพรวมของเศรษฐกิจต่อไป และคงจะพอมองออกว่าทำไมกระทรวงการคลังและแบงค์ชาติ ถึงมีความเห็นต่างกัน

ข่าวล่าสุด ในหมวด
อาชีพค้าขายก็วางแผนการเงินได้
ONE's View : ลงทุนอย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพ ตามสไตล์วอร์เรน บัฟเฟตต์
Money Tips : ทำไมกองทุน LTF ของ บลจ.บัวหลวง จึงมีนโยบาย “ไม่จ่ายเงินปันผล"
ONE's View : แนะลงทุนตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาด้วย Dollar Cost Average
Money Tips : ทำไมบริษัทญี่ปุ่นยังคงเชื่อมั่นในประเทศไทย
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
ยังไม่มีผู้โหวต
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014