หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก iBiz | ปริทรรศน์
 

ตะลึงไทยมี 'แม่วัยเยาว์'เพิ่มขึ้น ติดอันดับ3ของเอเชีย-สธ.เร่งแก้วิกฤตทุกพื้นที่

โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ 28 เมษายน 2554 13:10 น.
        อึ้ง!เมื่อปัญหาท้องในวัยเรียนกลายเป็นปัญหาสังคมที่คนไทยต้องการให้แก้ไข ขณะที่กรมอนามัยระบุโจ๋ไทยมีอายุการตั้งครรภ์ติดอันดับ 3ในภูมิภาคเอเชียรองจากพม่าและเขมร ชี้ปัญหานี้ยังมีอัตราเพิ่มขึ้นแม้หลายๆหน่วยงานจะจัดสารพัดโครงการเข้าไปสร้างความเข้าใจในทุกชุมชนทั่วประเทศ
       
       สถานการณ์ปัญหาเด็กและเยาวชนในสังคมไทยยุคปัจจุบัน ได้ทวีความรุนแรงสูงมากขึ้นเกือบทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร และขาดความรู้ความเข้าใจในการคุมกำเนิดและป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จนในที่สุดก็นำไปสู่ปัญหา “การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร” ในกลุ่มเด็กและเยาวชนไทย
       
       ท้องในวัยเรียน1ใน 3วิกฤตทางสังคม
       
       สังคมไทยกำลังเกิดวิกฤติที่เป็นระเบิดลูกใหม่คือ ปัญหาแม่วัยรุ่น เป็นบาปที่ผู้หญิงต้องแบกรับ ขณะนี้ยังไม่มีงายวิจัยที่ระบุชี้ชัดว่าแม่วัยรุ่นมีจำนวนเท่าไร แต่พบเด็กอายุ 14-15 ปีก็มีลูกแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นแรงงานก่อสร้าง กลุ่มคนในสลัม ที่น่าตกใจพบหลายโรงพยาบาลมีเยาวชนอายุต่ำกว่า 16 ปีมาฝากครรภ์ บางโรงพยาบาลพบถึง 70% ของแม่ที่มาฝากครรภ์ ยังไม่รวมถึงรายที่ท้องแล้วทำแท้งอีกไม่รู้เท่าไร สาเหตุเป็นเพราะสังคมไทยก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว ทำให้เด็กผู้หญิงและชายโตมีความต้องการทางเพศเกินเด็กในขณะที่ขาดวุฒิภาวะ มีการมั่วสุมทางเพศโดยไม่เข้าใจการป้องกัน ปัญหาดังกล่าวก่อให้เกิดปัญหาอื่นตามมา อาทิ แม่คลอดลูกแล้วทิ้ง การทำแท้งจะสูงขึ้น
       
       ซึ่งปัญหาที่กล่าวมานี้ได้สอดคล้องกับการสำรวจของ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายวิชาการเพื่อสังเกตุการณ์และวิจัยความสุขชุมชน ( ศูนย์วิจัยความสุขชุมชน) มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ที่ได้ออกมาเปิดเผยวิจัยเชิงสำรวจเรื่องสำรวจวิกฤตการณ์ทางสังคมของชาติในช่วงเข้าสู่วาระการเลือกตั้งใน 17 จังหวัดของประเทศ พบว่าร้อยละ 8.2 เป็นปัญหาท้องในวัยเรียน และติดหนึ่งในสามของปัญหาสังคมที่ควรได้รับการแก้ไขโดยเร็วที่สุด ซึ่งในการสำรวจครั้งนี้ได้แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในกลุ่มวัยรุ่นไทยเป็นอย่างมากจนนำไปสู่การจัดทำโครงการต่างๆเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาต่างๆของหลายๆกระทรวง อาทิ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ กระทรวงศึกษาธิการเป็นต้น
       
       นพ.กิตติพงศ์ แซ่เจ็ง ผู้อำนวยการกองอนามัยเจริญพันธุ์ กรมอนามัย บอกกับ “ผู้จัดการ 360 องศา รายสัปดาห์” ว่าปัญหาท้องในวัยเรียนนี้ถือเป็นปัญหาใหญ่มากเพราะปัญหานี้ไม่ได้ลดลงแต่กลับพบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา โดยจะสามารถดูได้จากสถิติของแม่ที่คลอดลูกทั้งหมดในแต่ละปีมีประมาณปีละ 800,000 คน มีแม่ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี คลอดลูกในปี 2547 ร้อยละ 14 จากจำนวนของแม่ที่คลอดลูกทั้งหมด ขณะที่ปี 2553 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 16 โดยถ้าวิเคราะห์จากอัตราเปรียบเทียบปรากฏว่า ในปี 2553 มีวัยรุ่นเพศหญิงตั้งครรภ์ 51 คนต่อวัยรุ่นหญิงอายุระหว่าง 15-19 ปี 1,000 คน ซึ่งสูงจากอดีตเมื่อปี 2547 ที่มีวัยรุ่นหญิงตั้งครรภ์ 48.9 คน จากวัยรุ่นหญิงอายุระหว่าง 15-19 ปี 1,000 ในขณะที่ประเทศอื่นๆในภูมิภาคเอเชีย เช่นญี่ปุ่น มีอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ 10 คน สิงคโปร์อยู่ที่ 5 คน ซึ่งอัตราการตั้งครรภ์ของวัยรุ่ยไทยนั้นอยู่ในอันดับ 3 รองจากประเทศพม่าและกัมพูชา
       
       นอกจากนี้กรมอนามัยยังได้มีการสำรวจอายุเฉลี่ยของวัยรุ่นที่มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกลดลงมาจาก 15-19 ปี เป็นระหว่าง 15-16 ปี ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ที่สำรวจเด็ก ม.2 ม.5 และ ปวช.2 พบว่าเด็ก ม.5 เริ่มมีเพศสัมพันธ์มากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ ปวช.2 มีเพศสัมพันธ์มากกว่าเด็ก ม.5 ทั้งนี้ ในปี 2552 มีเด็ก ปวช.2 เพศชายที่ยอมรับว่ามีเพศสัมพันธ์แล้ว ร้อยละ 44 ขณะที่ปี 2548 มีวัยรุ่นเพศชายที่ยอมรับ ร้อยละ 37 แสดงให้เห็นว่าวัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์เร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญคือการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกของวัยรุ่น มีเพียงร้อยละ 50 เท่านั้นที่ใช้ถุงยางอนามัยในการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก ซึ่งวัยรุ่นจะมีปัญหาเรื่องการป้องกันทางเพศ เสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ โรคเอดส์ และมีผลกระทบให้เกิดการตั้งครรภ์โดยไม่ตั้งใจ
       
       “ปัจจุบันวัยรุ่นไทยมีเพศสัมพันธ์เร็วขึ้น สาเหตุมาจากเด็กได้รับสิ่งยั่วยุไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัว การเลียนแบบ การใช้สื่ออินเทอร์เน็ต เกมออนไลน์ ภาพยนตร์ นิตยสารที่ยั่วยุทางเพศ ทำให้เกิดแรงกระตุ้นอยากมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งจะนำไปสู่การตั้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์และการทำแท้ง ซึ่งเราก็เคยเห็นข่าวมาแล้ว”
       
       แนะพ่อ -แม่ เปิดใจรับฟังปัญหา
       
       ขณะที่ปัญหา “แม่วัยโจ๋”เป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องได้รับการแก้ไขโดยด่วน จากทุกภาคส่วนแต่สิ่งที่จะแก้ไขปัญหาให้ได้ผลที่สุด นพ.กิติพงศ์ เชื่อว่าจะต้องเริ่มจากครอบครัวก่อนเพราะปัญหาเหล่านี้หากพ่อแม่ผู้ปกครองให้ความเอาใจใส่ ดูแลและให้ความรัก ความอบอุ่นกับบุตรหลานแล้วจะสามารถช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ตั้งแต่เริ่มต้น ทั้งนี้พ่อแม่ผู้ปกครองที่มีบุตรหลานอยู่ในช่วงวัยรุ่นจะต้องเปิดอกพูดคุย รับฟังปัญหากับลูกๆอย่างใกล้ชิด แนะนำและสอนให้เขาได้รู้ว่าการมีเพศสัมพันธ์ในก่อนวัยอันควรจะเกิดผลดี ผลเสียอย่างไร
       
       นอกจากนี้พ่อแม่จะต้องเฝ้าระวัง ดูพฤติกรรมของลูกๆในวัยนี้มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงอย่างไร ควรให้เด็กเข้าใจ ถึงการรู้จักระมัดระวังตัว หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ก่อนถึงวัยอันเหมาะสม และเข้าใจถึงประโยชน์ของการรักษาความบริสุทธิ์ไว้กับตัว สอนให้ลูกรู้จักปฏิเสธ ถ้าเกิดมีใครคนใดคนหนึ่ง พยายามชักชวน หรือบังคับให้มีเพศสัมพันธ์ด้วย สอนให้ลูกรู้จัก เรื่องปัญหาการตั้งครรภ์ และการติดเชื้อโรค ที่อาจมาจากการเพศสัมพันธ์
       
       “ที่สำคัญพ่อแม่ต้องสอนให้ลูกรู้จักสิ่งที่”ถูก” และ “ผิด” ในเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ สอนให้ลูกรู้ว่าเรื่องเกี่ยวกับเพศ ที่เพื่อนๆ มักจะพูดคุยกันให้ได้ยินนั้น มักจะเป็นการคุยโอ้อวด กันมากกว่า ที่จะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ ซึ่งหากพ่อแม่ผู้ปกครองเอาใจใส่ปัญหานี้อาจจะลดลงก็ได้”
       
       ใช้ 6 ยุทธศาสตร์แก้ปัญหา
       
       อย่างไรก็ตาม ปัญหาการท้องในวันเรียนเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องใกล้ตัวของทุกคนในสังคม กรมอนามัย จึงเร่งดำเนินการตามแผนนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยเจริญพันธุ์แห่งชาติ ฉบับที่ 1 พ.ศ.2553-2557 ซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้วโดยแผนดังกล่าวมุ่งเน้นให้การเกิดของทารกทุกรายเป็นการเกิดที่มีคุณภาพ ทารกทุกเพศ ทุกวัยจะต้องมีสุขภาพอนามัยที่ดีตั้งแต่แรกเกิด เพื่อพัฒนาคุณภาพของประชาชน ซึ่งประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์ ดังนี้ 1.การสร้างครอบครัวที่อบอุ่น เข้มแข็ง เพื่อให้เด็กได้รับการเลี้ยงดูที่ดี ในกรณีนี้ทางกรมอนามัยได้ทำการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆทั้งสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ของประเทศ
       
       2.ต้องทำให้ประชาชนมีพฤติกรรมในเรื่องอนามัยเจริญพันธุ์ที่ดี โดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียนวัยรุ่น สถานศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องให้ความรู้เรื่องเพศศึกษาที่ถูกต้องโดยมีการจัดการเรียนการสอนเรื่องเพศศึกษาขึ้นในทุกโรงเรียนทั่วประเทศ ทั้งนี้จะเน้นการสอนในเรื่องของความแตกต่างของสรีระร่างกาย ทักษะการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อต่างเพศ การเจรจาต่อรอง และพฤติกรรมที่เหมาะสมในการใช้ชีวิต เป็นต้น
       
       3.จัดทำระบบบริการให้กลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าถึงบริการได้ เช่น ให้วัยรุ่นสามารถเข้าถึงบริการต่างๆเพื่อป้องกันปัญหาทางเพศได้ เนื่องจากที่ผ่านมาหากวัยรุ่นเดินเข้าไปซื้อถุงยางอนามัยก็จะถูกมองไปในด้านลบเสมอ รวมไปถึงผู้หญิงที่อยู่ในวัยทำงานแล้ว หากยังไม่ได้แต่งงาน เมื่อเข้าไปซื้อถุงยางอนามัยก็จะถูกมองในด้านลบเช่นกัน จึงจำเป็นต้องหาทางปรับทัศนคติในเรื่องนี้
       
       4.การมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนเพื่อหาทางในการแก้ปัญหาเรื่องท้องไม่พร้อม ให้ลงไปในทุกพื้นที่ของประเทศโดยจะอบ่งงานกันทำ โดยใช้โครงการต่างๆ เช่นโครงการ “Stop teen mom” โครงการเปิดโรงเรียนแม่วัยรุ่น5.การขับเคลื่อนกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเช่น ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองการอนามัยเจริญพันธุ์ พ.ศ.... และ 6.การพัฒนาองค์ความรู้ต่างๆ เพื่อพัฒนาระบบข้อมูลในการสนองตอบปัญหาพฤติกรรมของวัยรุ่น พร้อมกันนี้ยังมีการกำหนดเจ้าภาพในการดำเนินงานในแต่ละยุทธศาสตร์ คือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นเจ้าภาพหลักในยุทธศาสตร์ที่ 1 กระทรวงศึกษาธิการ เจ้าภาพหลักยุทธศาสตร์ที่ 2 กระทรวงสาธารณสุขเจ้าภาพหลักยุทธศาสตร์ที่ 3,5 และ 6 กระทรวงมหาดไทยเจ้าภาพหลัก ยุทธศาสตร์ที่ 4
       
       “ยุทธศาสตร์ทั้ง 6 ข้อ มีขึ้นเพื่อต้องการหาทางออกว่าจะทำอย่างไรให้เด็กรุ่นใหม่เกิดออกมาอย่างมีคุณภาพ เกิดจากครอบครัวที่อบอุ่น เพื่อเติบโตไปเป็นวัยเจริญพันธุ์ที่ดี เพราะจากการสำรวจข้อมูลของกรมอนามัยพบว่าอายุเฉลี่ยของการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกลดลงจากอายุ 18-19 ปี เป็นอายุ 15-16 ปี ซึ่งการที่เด็กมีเพศสัมพันธ์เร็วขึ้นไม่ใช่เรื่องที่ดี เพราะเด็กยังขาดทักษะในการดำรงชีวิต และจะส่งผลให้เกิดปัญหาแม่วัยรุ่นตามมาด้วย”ผู้อำนวยการสำนักอนามัยเจริญพันธุ์กล่าว

ข่าวล่าสุด ในหมวด
โยคะช่วยฝึกพัฒนาการ ปราบเด็กซนเป็นคนนิ่งขึ้น
ปิดเทอมใหญ่ไปเข้าค่ายกันเถอะ ชวนน้องตามหาเงาตนเองจากค่ายฤดูร้อน
ไฮไลท์แหล่งท่องเที่ยวมหาสงกรานต์ปี 55 ชอบแบบไหนตีตั๋วเล่นสาดน้ำได้ทั่วไทย
แพทย์ชี้'ยาจีน'ช่วยป้องกันเซลล์มะเร็งแพร่กระจาย บรรเทาผลข้างเคียง - ฟื้นฟูผู้ป่วยซึมเศร้าได้ชะงัก
ราชบัณฑิตแนะรื้อหลักสูตรภาษาไทย แก้เด็กอ่อนภาษา - พาคำไทยวิบัติ
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 1 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014