หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก iBiz | ภาคเหนือ
 

พาณิชย์เชียงใหม่เล็งพัฒนา “กิ่วผาวอก” หวังผลักดันขึ้นชั้นด่านถาวร

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
29 มกราคม 2556 15:29 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
พาณิชย์เชียงใหม่เล็งพัฒนา “กิ่วผาวอก” หวังผลักดันขึ้นชั้นด่านถาวร
นายไพโรจน์ กุลละวณิชย์ พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่

ศูนย์ข่าวเชียงใหม่ - พาณิชย์เชียงใหม่ปัดฝุ่น “กิ่วผาวอก” เตรียมนำหน่วยงานภาครัฐ-เอกชนหารือคนท้องที่ ชี้พื้นที่มีศักยภาพแต่ติดปัญหาความมั่นคง เล็งพัฒนาฝั่งไทยเป็นหลัก แนะใช้ข้อมูลประวัติศาสตร์สร้างเรื่องราวเพื่อพัฒนาการค้า-การท่องเที่ยว เชื่อหากฝั่งไทยพัฒนาอนาคตพม่าจะเคลื่อนไหวตาม ไปถึงจุดหมายเป็นด่านถาวรได้
       
       วันนี้ (29 ม.ค.) นายไพโรจน์ กุลละวณิชย์ พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยถึงแนวทางการผลักดันจุดผ่านแดนกิ่วผาวอก อ.เชียงดาว ให้เป็นจุดผ่านแดนถาวรว่า ได้รับมอบหมายจากนายธานินทร์ สุภาแสน ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีนโยบายขยายโอกาสทางการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน ให้ศึกษาความเป็นไปได้ หลังจากที่กิ่วผาวอกเคยเป็นจุดผ่อนปรนทางการค้าที่สำคัญ และสร้างรายได้จำนวนมากให้แก่จังหวัด ก่อนที่จะถูกปิดจากปัญหาความขัดแย้งตามแนวชายแดนของประเทศเพื่อนบ้าน
       
       เบื้องต้นสำนักงานพาณิชย์จังหวัดได้เตรียมดำเนินโครงการส่งเสริมและแก้ปัญหาการค้าชายแดนไทย-เมียนมาร์ ได้แก่ การเปิดคลินิกการค้าชายแดน ซึ่งประกอบด้วยการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อศึกษาลู่ทางการค้าและการลงทุน การสำรวจพื้นที่เพื่อดูสภาพความพร้อม และการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างภาครัฐและเอกชนในจังหวัดกับหน่วยงานต่างๆ โดยครั้งนี้จะเชิญตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น สภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นต้น ร่วมลงพื้นที่กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนของจังหวัด ระหว่างวันที่ 31 มกราคมถึง 1 กุมภาพันธ์นี้
       
       “การเปิดคลินิกการค้าชายแดนครั้งนี้จะนำผู้ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ใน 3 อำเภอ ได้แก่ เวียงแหง แม่อาย และเชียงดาว โดยจะมีการหารือกับหน่วยงานและประชาชนในพื้นที่เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันถึงแนวทางการพัฒนา รวมทั้งพูดคุยถึงความเป็นไปได้ในการพัฒนาพื้นที่เพื่อให้เกิดกิจกรรมด้านการค้าและการท่องเที่ยวมากขึ้น”
       
       นายไพโรจน์กล่าวว่า ด่านกิ่วผาวอกถือเป็นจุดผ่อนปรนทางการค้าที่มีศักยภาพ มีความได้เปรียบทั้งในแง่ของทำเลที่ตั้ง และระยะทางไปเมืองตองยี เมืองหลวงของรัฐฉาน ที่มีระยะทางเพียง 150 กิโลเมตร ถือเป็นเส้นทางคมนาคมที่สั้นและสะดวกที่สุด แต่จากปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลเมียนมาร์และชนกลุ่มน้อยทำให้ด่านกิ่วผาวอกต้องปิดลง และจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่สามารถเปิดใช้บริการได้ เนื่องจากมีผลกระทบทั้งในด้านปัญหาความปลอดภัยตามแนวชายแดนและปัญหาความมั่นคง
       
       อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากองค์ประกอบต่างๆ แล้ว ด่านกิ่วผาวอกถือว่ามีความเหมาะสมที่จะผลักดันให้เปิดเป็นจุดผ่านแดนถาวรในอนาคต ดังนั้นในเบื้องต้นสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่เห็นว่าควรมีการเข้าไปส่งเสริมและพัฒนาให้ในพื้นที่มีกิจกรรมทางการค้าและการท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น โดยแนวทางที่วางไว้คือการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว ด้วยการอาศัยการให้ข้อมูลเรื่องราวทางประวัติศาสตร์เพื่อจูงใจให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในพื้นที่ เช่นการใช้เรื่องราวของทหารกองทัพจีนคณะชาติหรือก๊กมินตั๋งเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีนและไต้หวัน การใช้เรื่องราวการเคลื่อนทัพในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น หรือใช้เรื่องการเคลื่อนทัพของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทย เป็นต้น ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะมีการดึงหน่วยงานอย่างกรมศิลปากรเข้ามาดูแลและให้ข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่เพื่อนำมาใช้เป็นแนวทางการนำเสนอในเชิงการค้าและการท่องเที่ยวในอนาคต
       
       ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะมีการนำมาหารือร่วมกันในกิจกรรมการเปิดคลินิกการค้าชายแดนในครั้งนี้ โดยคาดหวังว่าแนวทางการพัฒนาทั้งในด้านการค้าและการท่องเที่ยว จะเป็นตัวกระตุ้นให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมองเห็นถึงศักยภาพของด่านกิ่วผาวอก รวมทั้งเป็นการส่งสัญญาณให้ทางเมียนมาร์เห็นว่าจะได้รับประโยชน์หากมีการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นจุดผ่านแดนถาวรในอนาคต
       
       พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ระบุว่า แนวทางต่างๆ ที่จะมีการเสนอให้ดำเนินการในพื้นที่นั้นจะต้องสอบถามและรับฟังความคิดเห็นจากภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ประกอบด้วย หากคนในพื้นที่ตอบรับและต้องการที่จะดำเนินการก็สามารถเริ่มปฏิบัติได้โดยให้หน่วยงานในพื้นที่เป็นเจ้าภาพหลัก และมีหน่วยงานต่างๆ ในส่วนกลางคอยทำหน้าที่สนับสนุน อย่างไรก็ตาม จะยังไม่มีการพูดถึงการพัฒนาในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านแต่อย่างใด เนื่องจากสถานการณ์ของเพื่อนบ้านยังไม่พร้อมที่จะดำเนินการได้ แต่ในอนาคตหากการพัฒนาพื้นที่ในฝั่งไทยเป็นไปด้วยดี และมีการเติบโตทั้งการค้าและการท่องเที่ยวแล้ว เชื่อว่าจะเป็นแรงผลักดันที่สำคัญในการกระตุ้นให้ฝั่งเมียนมาร์มองเห็นศักยภาพและหันมาพัฒนาพื้นที่ของตนในอนาคตอีกด้วย

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ระวัง!แก๊งมิจฉาชีพอาละวาดกำแพงเพชร ประกบเหยื่อสาวฉกเงิน-ทองกลางตลาด
โจรแสบควงปืนปล้นลูกค้าแบงก์กรุงไทยคาเคาน์เตอร์ ก่อนบึ่ง จยย.หนีลอยนวล(ชมคลิป)
สวนสัตว์เชียงใหม่ยันรถรางนำเที่ยวปลอดภัย 100% เผยตรวจเข้มทุกวัน
เศร้า! ทหารเกณฑ์ไม่มีเงินขอแฟนแต่งงาน คิดสั้นผูกคอลาโลก
ชาวบ้านตามไล่ ผญบ.วังทอง-รีดหัวคิวงบภัยแล้งหมื่นละพันซ้ำ 2 รอบ
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
ยังไม่มีผู้โหวต
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2015