หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก iBiz | Green Innovation
 

กรมโรงงานฯ เข้ม “โรงงานอุตสาหกรรมไทย”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 21 กุมภาพันธ์ 2556 16:16 น.
กรมโรงงานฯ เข้ม “โรงงานอุตสาหกรรมไทย”
        • พลิกโฉมหน้า “โรงงานอุตสาหกรรมไทย” ก้าวสู่ “อุตสาหกรรมสีเขียว”
       • เดินยุทธศาสตร์เชิงรุก ทั้งบู๊และบุ๋น ให้ภาคอุตสาหกรรมก้าวสู่มาตรฐาน ISO 26000
       • กรอ.วาดอนาคตโรงงานอุตสาหกรรมไทย เป็น Eco-Industial Town

กรมโรงงานฯ เข้ม “โรงงานอุตสาหกรรมไทย”
พงษ์เทพ จารุอำพรพรรณ รักษาราชการแทน อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม
        นั่นเป็นเหตุผลของการดำเนินโครงการพัฒนาโรงงานอุตสาหกรรมโดยเน้นให้ผู้ประกอบการมุ่งตระหนักในความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างมีส่วนร่วม หรือ CSR-DIW มากขึ้น ซึ่งทางกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ได้ดำเนินโครงการนี้อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2551
       เรียกว่าเป็นโครงการสำคัญของกรมโรงงานฯ และยังเป็น 1 ใน 10 ของ Flagship Project ของกระทรวงอุตสาหกรรม ตลอด 5 ปีที่ดำเนินโครงการ CSR-DIW ซึ่งมีโรงงานเข้าร่วมโครงการแล้วทั้งสิ้น 384 ราย และได้รับเกียรติบัตรแล้ว 321 ราย
       
       ยุทธศาสตร์สองด้านในเชิงรุก
       สืบเนื่องจากกระทรวงอุตสาหกรรม เร่งส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียว เพื่อให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมอยู่คู่กับชุมชนอย่างยั่งยืน ด้วยการพัฒนาใน 5 มิติ คือ มิติทางด้านกายภาพ มิติทางด้านเศรษฐกิจ มิติทางด้านสิ่งแวดล้อม มิติทางสังคม และมิติการบริหารจัดการ ซึ่งต่อจากนี้การพัฒนาของอุตสาหกรรมในพื้นที่จะต้องได้รับการยอมรับจากประชาชนเป็นสำคัญ
       ทำให้ กรอ.เดินหน้ายุทธศาสตร์ในเชิงรุก 2 ด้าน คือ ตั้งสำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน กรมโรงงานอุตสาหกรรม โดยมอบหมายให้ทำหน้าที่จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างความรู้ให้กับเครือข่ายของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ล่าสุดจัดสัมมนาเป็นรุ่นแรก ในภาคเหนือ เมื่อวันที่ 23 - 24 มกราคมที่ผ่านมา ณ โรงแรมเชียงใหม่ออคิด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
       ส่วนอีกด้านเป็นการควบคุมดูแลให้โรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศปฎิบัติตามกรอบกฎหมาย โดยมีการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ กนอ. อุตสาหกรรมจังหวัดซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อให้มีการติดตามสอดส่องโรงงานอุตสาหกรรมมากขึ้น
       “โดยหน้าที่และความรับผิดชอบของ กรอ.เอง การใช้กำลังคนภายในหน่วยงานคงไม่เพียงพอต่อการดูแลอย่างทั่วถึง ด้านหนึ่งเราจึงมุ่งถ่ายทอดความรู้ให้ผู้ประกอบการอย่างทั่วถึง ให้เขามองเห็นข้อดีต่อการเปลี่ยนแปลงไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ทำให้เห็นผลดีของการคำนึงต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ส่วนอีกด้านเราก็ต้องเข้มข้นในการวางกรอบให้ปฏิบัติตามอย่างเท่าเทียม” พงษ์เทพ จารุอำพรพรรณ รักษาราชการแทน อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว และว่า
       เราประเมินภารกิจโดยมุ่งถึงประสิทธิผลของงานเป็นสำคัญ จึงวางกรอบแผนปฏิบัติงานไว้ 3 ระยะ คือ ในระยะสั้น มุ่งให้โรงงานอุตสาหกรรม เคารพในกติกาโดยปฏิบัติภายใต้ ในระยะกลาง มุ่งส่งเสริมให้โรงงานอุตสาหกรรมที่มีอยู่เข้าร่วมโครงการ CSR-DIW แต่ในขณะเดียวกันก็พยายามแก้ไขข้อปฏิบัติให้สอดคล้องต่อสถานการณ์ปัจจุบัน ส่วนในระยะยาว เราคาดหวังว่าโรงงานอุตสาหกรรมไทยจะเป็นอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco-Industry Town)

กรมโรงงานฯ เข้ม “โรงงานอุตสาหกรรมไทย”
        เดินหน้าโครงการ CSR-DIW
       ในปี 2556 นี้ กรมโรงงานฯ เปิดรับสมัครโรงงานอุตสาหกรรมเข้าร่วมโครงการ CSR-DIW เป็น 3 กลุ่ม คือ
       กลุ่มที่ 1 กลุ่มโรงงานที่มีศักยภาพในการดำเนินงานตามมาตรฐาน CSR-DIW ตาม 7 หัวข้อหลัก
       กลุ่มที่ 2 CSR-DIW for Beginner กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการดำเนินตามมาตรฐาน CSR-DIW เฉพาะหัวข้อสิ่งแวดล้อม หรือ ด้านพัฒนาชุมชน เพื่อเป็นการฝึกการทำ CSR เบื้องต้น
       กลุ่มที่ 3 CSR-DIW Network กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้รับเกียรติบัตร CSR-DIW ปี 2551-2555 ให้มีการดำเนินงานความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ในรูปแบบเครือข่าย เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
       พงษ์เทพ กล่าวว่า โครงการนี้ตั้งเป้าให้โรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศ นำมาตรฐานของกรมโรงงานอุตสาหกรรมว่าด้วยการแสดงความรับผิดชอบของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมต่อสังคม (Corporate Social Responsibility, Department of Industrial Work : CSR-DIW) ไปประยุกต์ใช้ ทั้งนี้ แต่ละปี เราตั้งเป้าหมายขั้นต่ำไว้ที่ 100 โรงงานต่อปี ตลอดจนมีเป้าหมายให้โรงงานอุตสาหกรรมที่ได้รับเกียรติบัตร CSR-DIW ไปแล้ว มีการทำอย่างต่อเนื่องยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาตนเองเข้าสู่เกณฑ์มาตรฐาน ISO 26000 มากที่สุด
       "รวมถึงยังมีแผนที่จะผลักดันให้โรงงานอุตสาหกรรมที่มีบริษัทลูก หรือ คู่ค้าดำเนินการอยู่ในกลุ่มประเทศกลุ่มอาเซียน ได้ดำเนินการตามมาตรฐาน CSR-DIW ตามความเหมาะสมของแต่ละประเทศ เพื่อให้สามารถรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC) อีกด้วย”

กรมโรงงานฯ เข้ม “โรงงานอุตสาหกรรมไทย”
        "สำหรับโรงงานในกลุ่ม CSR-DIW for Beginner เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะโรงงานขนาดเล็กที่ยังไม่มีกำลังมากพอที่จะดำเนินนโยบายอุตสาหกรรมสีเขียวอย่างเต็มรูปแบบ CSR-DIW for Beginner จึงเป็นการเริ่มต้นที่ของโรงงานขนาดเล็กที่อยากเรียนรู้เพื่อพัฒนาต่อไปสู่มาตรฐาน CSR-DIW และ ISO26000 เมื่อปีที่แล้วตั้งเป้ามีโรงงาน CSR-DIW for Beginner 400 โรงงาน แต่ก็มีโรงงานได้รับเกียรติบัตรถึง 403 โรงงาน ส่วนในปีนี้ต้องการให้มีโรงงานเข้าร่วม 750 โรงงาน”
       วัตถุประสงค์ของมาตรฐาน CSR-DIW ต้องการให้เกิดองค์กรในรูปเครือข่ายในการทำกิจกรรมเพื่อสังคม ชุมชนอย่างมีคุณภาพและมีส่วนร่วม อีกทั้งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทุกขนาดที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานของกรมโรงงานอุตสาหกรรมว่าด้วยการแสดงความรับผิดชอบของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมต่อสังคม ก่อให้เกิดการร่วมมือกันขององค์กรในการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ ความชำนาญการ สามารถดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ให้เกิดผลกระทบที่เป็นรูปธรรมโดยใช้เวลาและทรัพยากรน้อยที่สุด โดยนำศักยภาพขององค์กรมาผสมผสานเพื่อมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
       “หลายคนมักจะสับสน หรือ อาจจะสงสัยว่าโครงการ CSR-DIW และการรับรองระดับอุตสาหกรรมสีเขียว เป็นการดำเนินที่เกื้อหนุน หรือ ซ้ำซ้อนกันหรือไม่ ที่จริงทั้งสองเรื่องเป็นโครงการภายใต้นโยบายสีเขียวของกระทรวงอุตสาหกรรมจึงเปรียบเสมือนเป็นร่มคันใหญ่ และยังอยู่ภายใต้การดำเนินโครงการที่สำคัญในปี 2557ของรัฐบาล คือ โครงการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ และโครงการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมอย่างมีศักยภาพเพื่อรองรับการลงทุน”
       สำหรับปีนี้ กรอ.ได้ขยายโรงงานเป้าหมายไปสู่โรงงานอุตสาหกรรมทุกขนาด ตั้งแต่ขนาดเล็ก กลางไปจนถึงขนาดใหญ่ เพื่อมุ่งเน้นการนำไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียวและเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยให้สามารถปรับตัวสู่มาตรฐานระหว่างประเทศว่าด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างเป็นระบบ สามารถรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และสร้างระบบการแข่งขันเสรีที่เป็นธรรมให้กับประเทศไทย มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายด้านการผลิตสินค้าและบริการบนฐานปัญญานวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคอาเซียน และอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน

กรมโรงงานฯ เข้ม “โรงงานอุตสาหกรรมไทย”
        Eco-Industial Town
       หรือ อุตสาหกรรมเชิงนิเวศ หมายถึง การพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของพื้นที่ให้เจริญเติบโตไปพร้อมกับการดูแลสภาพแวดล้อมที่ดี ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ประการส าคัญ มีการดูแลคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ให้ดียิ่งขึ้น โดยอาศัยความร่วมมือของคนในพื้นที่และทุกคนต้องมีความจริงจังในการดำเนินการร่วมกัน โดยสามารถด าเนินการได้ทุกระดับเริ่มตั้งแต่
       1) ระดับปัจเจกชน เช่น ครอบครัวและโรงงาน (Green Family / Green
       Factory)
       2) ระดับกลุ่มอุตสาหกรรมหรือชุมชน เช่น นิคมอุตสาหกรรม เขต
       ประกอบการอุตสาหกรรม หรือหมู่บ้าน หรือต าบล (Eco Industrial
       Zone/Estate / Eco Community)
       3) ระดับเมือง (Eco Town / Eco City) หรือเครือข่ายของเมืองหรือ
       จังหวัด

        กลยุทธ์การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ
       
       • การพัฒนาเชิงพื้นที่ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดหรือไม่มีการ
       ปล่อยมลพิษ (Zero Emission) โดยใช้ Cleaner Technology, 3 Rs
       • สร้างความร่วมมือในกลุ่มอุตสาหกรรมทั้งในและนอกพื้นที่ (ใช้
       ทรัพยากรร่วมกัน ประหยัดการใช้พลังงาน แลกเปลี่ยนของเสีย ฯ )
       • สร้างพื้นที่ของการใช้วัสดุหมุนเวียน (Recycling Society) และพื้นที่ลด
       การปล่อยก๊าซที่ท าให้เกิดสภาวะโลกร้อน (Low carbon Society)
       • การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนโดยเฉพาะชุมชนในการพัฒนาพื้นที

ข่าวล่าสุด ในหมวด
กระแสการวิ่งเทรลบูม “เดอะ นอธ เฟซ วันฮันเดรท ไทยแลนด์ 2015” คึกคัก
Green culture : บ้านชะอม..โรงงานผลิตออกซิเจนเพื่อโลก
ปากีสถาน แชมป์มลภาวะสูงสุด
กรีนจ็อบพุ่งแรง พลังงานหมุนเวียนโตสุด จีนแชมป์
Green Tips : ลดค่าไฟ “คอมพิวเตอร์” ทำได้ง่ายๆ
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 6 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 5 คน
84 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
16 %
ความคิดเห็นที่ 4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
10 ชาติ ก้เหมือนเดิม ตั้งโรงงานกันที อุตฯ รวยกันเละ
ปัญหาไม่สนใจจะแก้ ต้องให้ชาวบ้านร้อง
แก้ไม่ไเคยได้ และไม่สนใจจะแก้
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่เห็นมาเข้ม แถวท่ามะกาบ้างเลย โรงงานน้ำตาลปล่อยเขม่าควันกันเพลิน....
คนท่ามะกา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โรงงานเมืองไทย ผู้ประกอบการเห็นแก่ตัว โดยไม่คิดถึงความเดือดร้อนชาวบ้าน ถ้าราชการยังเห็นแก่ได้สินบน บนความเดือดร้อนของชาวบ้านและสังคม ปัญหาเดิมๆ กรมโรงงานฯ ก็อีหรอบเดิม เหมือนความเห็นที่ 1 เขาต่อว่า
เข้มแล้วจืด
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชาวบ้านก็ไม่ต่างกัน ทิ้งขยะและสิ่งปฏิกูลลงแม่น้ำลำคลอง ไม่ทำถังดักไขมัน
yes
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คุณเชื่อมั๊ย ผู้ก่อมลพิษหลักๆ ของเมืองไทย คือ ชุมชน แหล่งที่พักอาศัย เช่น ร้านก๊วยเตี๋ยว เวลาทิ้งน้ำล้างหม้อ น้ำก๊วยเตี๋ยวที่เหลือลงท่อระบาย คุณเอ๋ย สุดยอด ต่อมา เช่น ร้านซ่อมรถต่างๆ ตามแหล่งชุมชน ทิ้งน้ำมัน และอื่นๆ ลงท่อระบาย โหย สุดยอดความสกปรกเลย ผมไม่ได้เข้าข้างโรงงานนะ ที่เลวก็มีเยอะ แต่หากเป็นโรงงานใหญ่ๆ มีกฎระเบียบ หรือแม้แต่ระบบทางการค้าควบคุมอยู่ที่ต้องให้สะอาดและดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม ดีมากครับ บ้านเราต้องมีทั้งฝ่ายคัดค้า และฝ่ายพัฒนา เพื่อตู้สู้กันในข้อเท็จจริง ไม่ให้ใครเอาเปรียบแต่ฝ่ายเดียว
mana9966@hotmail.com
 
ความคิดเห็นที่ 1 -1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เข้มบ้านมีงสิ
ขึ้นเครื่องบินทีไร เห็นน้ำเน่าไหลงทะเลแถาสมุทรปราการตลอดชาติ ดูจากกูเกิลแมบยังเห็นเลย
เรื่องเบๆทำให้ได้ก่อนเถ้ออ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มันต่างกันตรงที่ ร้านค้า ร้านขาย กฏหมายจัดการง่ายเพราะเป้นรายย่อย แต่อตสาหกรรมมันทุนต่างชาติ เส้นมันใหญ่จัดการยากครับ
sithi1
 
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ตอบกลับ : ความคิดเห็นที่ 3
ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014