ศอตช.เชื่อได้จริงหรือ? ที่พึ่ง "ตำรวจไร้เส้น"

โดย ทีมข่าวอาชญากรรม   
12 มีนาคม 2560 15:18 น. (แก้ไขล่าสุด 11 มิถุนายน 2560 17:11 น.)
 ศอตช.เชื่อได้จริงหรือ? ที่พึ่ง ตำรวจไร้เส้น
         
        เริ่มมีสัญญาณความหวั่นวิตกจากเหล่า”สีกากี”ต่อการแต่งตั้งระดับ ”นายพัน” ตำแหน่ง “สารวัตร(สว.)-รองผู้บังคับการ(รองผบก.)” วาระประจำปี 2559 ที่อยู่ระหว่างดำเนินการแต่งตั้งในขณะนี้ และน่าจะเสร็จเรียบร้อยหลังวันหยุดสงกรานต์ช่วงกลางเดือนเมษายน ว่าจะมีความโปร่งใส จะมีความเป็นธรรม ได้อย่างที่มีการพูดกันไว้หรือไม่ แค่ไหน??
       
       แม้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) จะเสริมใยเหล็กการแต่งตั้ง”ตำรวจ”ให้มีความโปร่งใส เป็นธรรม ป้องกันการวิ่งเต้น ซื้อขายตำแหน่ง ด้วยการใช้อำนาจมาตรา 44 ออกคำสั่ง เรื่อง การปรับปรุงระบบการพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ทั้งการให้แต่งตั้งบอร์ดพิจารณารายชื่อแต่งตั้ง 3 ระดับ ตั้งแต่ระดับ กองบังคับการ, กองบัญชาการ, และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อได้คัดกรองผู้ที่มีความเหมาะสมดำรงตำแหน่งอย่างแท้จริง
       
       นอกจากนี้ มีการเปิดช่องหากมีเรื่องร้องเรียนหรือข้อสงสัยว่า มีการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ หรือมีการเรียก รับ ให้หรือสัญญาว่าจะให้ประโยชน์ตอบแทน แลกเปลี่ยนหรือจูงใจในการแต่งตั้งไม่ว่าด้วยประการใดๆ ให้ผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบหรือสอบสวนโดยเร็ว และรายงานให้ผู้บังคับบัญชาเหนือชั้นขึ้นไปหรือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแล้วแต่กรณี ทราบเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
       
       ที่สำคัญยังให้ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ(ศอตช.)กระทรวงยุติธรรม มีหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ การเรียก รับ ให้ หรือสัญญาว่าจะให้ประโยชน์ตอบแทนหรือการแลกเปลี่ยน หรือจูงใจในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ เพิ่มขึ้นอีกช่องทางหนึ่ง
       
       และเมื่อตรวจสอบแล้ว ให้ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป โดยกำหนดมาตรการคุ้มครองพยานหรือผู้แจ้งเบาะแสชี้ช่องด้วย ในกรณีจำเป็นจะเสนอหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เพื่อสั่งให้ข้าราชการตำรวจที่ถูกร้องเรียนหรือเกี่ยวข้องไปปฏิบัติหน้าที่ ในหน่วยงานอื่นหรือนอกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นการชั่วคราวระหว่างการตรวจสอบได้
       
       แต่พอมีประกาศคำสั่งแต่งตั้งตำรวจระดับนายพล 4 นาย ออกมาล่าสุด โดยแต่งตั้งให้พล.ต.ต.สรไกร พูลเพิ่ม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร ไปดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี พล.ต.ต.วิชาญญ์วัช บริรักษ์กุล ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ไปดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน พร้อมทั้งให้พล.ต.ต.วัชรพงศ์ ดำรงศรี ผู้บังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน มาเป็น ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 และพล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี มาเป็น ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร ก็เกิดคำถามขึ้น “ศอตช.” ศักดิ์สิทธิ มีอำนาจเป็นต้นธารให้ความยุติธรรมจริงๆหรือไม่
       
       เห็นการขยับโยกย้าย “ 4นายพล” ล็อตนี้ ก็ยิ่งเกิดความคำถาม เกิดความหวาดหวั่นเพิ่มขึ้น เพราะหากย้อนกลับไปดู 2 ใน 4 รายชื่อที่มีการโยกย้ายครั้งนี้ ทั้งพล.ต.ต.สรไกร และพล.ต.ต.วิชาญญ์วัช เคยโดน “ศอตช.”เสนอชื่อให้ คสช.ออกคำสั่ง ม.44 ให้ข้าราชการไปปฏิบัติในหน่วยงานอื่น เนื่องจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบมีการปล่อยปละละเลย ไม่ทำหน้าที่ ปล่อยให้เกิดการทุจริตในพื้นที่ จากเรื่องการบังคับใช้แรงงานค้ามนุษย์ภายในโรงแปรรูปสัตว์น้ำ หรือล้งกุ้ง จ.สมุทรสาคร เมื่อปี 2558 ซึ่งกองทัพเรือและกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ได้นำกำลังเข้าช่วยเหลือแรงงานชาวพม่า และการนำกำลังเข้าตรวจอาบอบนวด นาตา พบมีการนำชาวต่างด้าวมาค้าประเวณี ในสถานบริการ
       
       จากนั้นพอเรื่องถูกส่งกลับมาให้ต้นสังกัด “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” พิจารณาตั้งกรรมการสอบสวน สุดท้ายการตรวจสอบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ไม่พบความผิด ไม่พบความบกพร่องเหมือนอย่างที่ “ศอตช.”ระบุรายงานให้หัวหน้า คสช.ออกคำสั่ง ม.44 เรื่องก็เป็นอันยุติ เพียงแต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็มีการโยกย้ายตำรวจที่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่เดิม
       
       ในรายของพล.ต.ต.วิชาญญ์วัช ถูกย้ายไปเป็น “ผู้บังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน” เป็นการลดเกรดเพื่อไม่ให้สัมผัสประชาชน แม้ผลสอบจะไม่พบความบกพร่อง แต่เมื่อเบื้องต้น ศอตช.ก็ยืนยันเรื่องมาแล้ว ถือว่าไม่มีอะไรน่าติดใจ แต่ในรายของพล.ต.ต.สรไก ที่ขยับออกจากพื้นที่สมุทรสาคร มาเป็น ผบก.ภ.จ.เพชรบุรี มองอย่างไรก็ดูเหมือน ไม่ใช่ลดชั้นชดเกรดเพียงแค่ลดกระแสเท่านั้น และผลพวงการโยกย้ายดังกล่าว ก็ทำให้เกิดคำถาม เกิดข้อสงสัย “ศอตช.” จะสามารถพึ่งพาในการร้องเรียน การขอความเป็นธรรมได้มากน้อยแค่ไหน หากผู้ที่ถูกร้องเรียน ถูกกล่าวหา มีความใกล้ชิดกันขั้วอำนาจที่มีบทบาทในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผลสุดท้ายก็คงไม่แตกต่างอะไรจากเรื่องค้ามนุษย์ เรื่องแรงงานต่างด้าว ที่”ศอตช.”เคยชี้มูลเอาผิดตำรวจมาก่อนหน้านี้
       
       ดังนั้นความยุติธรรม ความเป็นธรรม ความโปร่งใส โดยเฉพาะในการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจระดับ สารวัตร ถึง รองผู้บังคับการ ครั้งนี้ คงต้องอยู่ที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา แม่ทัพใหญ่สีกากี จะสร้างความหวังกำลังใจและทำให้ลูกน้องศรัทธาได้มากน้อยแค่ไหน
       
       เพราะอย่างไรเสียในการแต่งตั้ง “นายพัน” วาระประจำปี 2559 อำนาจเด็ดขาดในการแต่งตั้งที่คำสั่ง คสช. ใช้ ม.44 ให้ไว้ก็ยังให้ดาบอาญาสิทธิ์ “ผบ.ตร.” มีอำนาจแต่เพียงผู้เดียวอีกปี

จำนวนคนโหวต 1 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
ยังไม่มีผู้เห็นด้วย
0 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
100 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017