หน้าแรกผู้จัดการ Online

ศาลไม่อนุมัติหมายจับ 35 แกนนำ กปปส.

โดย ทีมข่าวอาชญากรรม 9 มกราคม 2557 16:52 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ศาลไม่อนุมัติหมายจับ 35 แกนนำ กปปส.
พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ และคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ

ศาลยกคำร้องดีเอสไอขอเสนอออกหมายจับ 35 แกนนำ กปปส.เบี้ยวรับทราบข้อกล่าวหาเป็นกบฏ สมคบกันเป็นกบฏ ก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง ชี้ไม่มีเหตุอันควรจึงยกคำร้องทั้งหมด
       
       วันนี้ (9 ม.ค.) เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ศาลได้มีคำสั่งยกคำร้องของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ดีเอสไอ เพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับแกนนำ กปปส.35 คน ในข้อหาร่วมกันเป็นกบฏ มาตรา 113 และข้อหาสะสมกำลังพล หรืออาวุธ ตระเตรียมหรือสมคบกันเพื่อเป็นกบฏ มาตรา 114 โดยให้เหตุผลว่า เนื่องจากผู้ต้องหาบางส่วนก็เตรียมจะเดินทางเข้าพบต่อพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา อีกทั้งบางส่วนยังไม่ได้รับหมายเรียก จึงไม่เหตุอันควรที่จะเสนอหมายจับจึงให้ยกคำร้องทั้งหมด
       
       โดยก่อนหน้านี้ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ดีเอสไอ พร้อมอัยการ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เดินทางมายื่นขออนุมัติศาลออกหมายจับแกนนำ กปปส. จำนวน 35 คน ในข้อหาร่วมกันหรือสมคบกันเป็นกบฏ กระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใดอันไม่ใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113, 114, 116, 215, 216 ประกอบมาตรา 83 ภายหลังจากดีเอสไอได้ออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหา แต่ไม่เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาตามนัด โดยอ้างเหตุผลที่ไม่มีเหตุอันสมควรตามกฎหมาย ต่อมาที่ประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จึงมีมติว่าไม่ควรออกหมายเรียกซ้ำอีก เนื่องจากเห็นว่าทั้งหมดยังคงทำผิดอย่างต่อเนื่อง และยังประกาศจะร่วมกันปิดกรุงเทพมหานครในวันที่ 13 ม.ค.นี้
       
       ขณะเดียวกัน น.ส.พวงทิพย์ บุญสนอง และนายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความกลุ่มพันธมิตรฯ และ แกนนำ กปปส.ได้เดินทางเข้ายื่นคำร้องต่อศาลขอคัดค้านการออกหมายจับ โดย น.ส.พวงทิพย์ กล่าวว่า จะขอให้ศาลเปิดไต่สวนคำร้องก่อน เพื่อเสนอเอกสารหลักฐานต่อศาลประกอบคำแถลงการณ์ของกลุ่มผู้ชุมนุม ถึงเหตุผลการจัดชุมนุม และเพื่อแสดงให้ศาลเห็นว่าการชุมนุมไม่มีความรุนแรง เป็นการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ยังเห็นว่าดีเอสไอควรออกหมายเรียกซ้ำเป็นครั้งที่ 2 เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาบางคนยังไม่ได้รับหมาย และบางส่วนได้ส่งหนังสือพร้อมเหตุผลขอเลื่อนการรับทราบข้อหาไปแล้ว
       
       นายสวัสดิ์ เจริญผล ทีมทนายความ กล่าวว่า ได้ยื่นคัดค้านหมายจับและขอให้ศาลเปิดไต่สวนคำร้องหมายจับ ส่วนผลจะเป็นอย่างไรก็เป็นดุลยพินิจของศาล ซึ่งในหลักการแล้วสามารถออกได้ 3 แนวทาง คือ 1.ศาลอนุมัติหมายจับทุกคนหรือบางส่วน 2.ยกคำร้อง หรือ 3.ไต่สวนคำร้องหมายจับ
       
       ส่วนเหตุผลการคัดค้าน เนื่องจากบางส่วนยังไม่ได้รับหมายเรียกจากดีเอสไอ บางคนไม่ได้เป็นแกนนำ บางคนเป็นเพียงวิทยากรบรรยายให้ความรู้ข้อเท็จจริงกับประชาชน หรือบางคนเป็นเพียงพิธีกรบนเวที ไม่ได้มาร่วมการชุมนุมทุกครั้ง นอกจากนี้ถึงแม้บางส่วนจะเพิ่งถูกออกหมายเรียก แต่ก็ไม่มีเหตุผลที่จะขอออกหมายจับ เพราะการชุมนุมของประชาชนดังกล่าวเป็นการชุมนุมเรียกร้องต่อต้านการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของรัฐบาลหลายประการ รวมทั้งเห็นว่ารัฐบาลไม่เคารพหลักนิติรัฐ หลักนิติธรรม โดยเฉพาะการที่มีการปฏิเสธ ไม่ยอมรับอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ และกระบวนการชุมนุมเรียกร้องก็เป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ยังมีประเด็นเกี่ยวกับการรับเป็นคดีพิเศษของ คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมา ยังไม่ชอบด้วยหลักกระบวนพิจารณาทางปกครอง เพราะคณะกรรมการคดีพิเศษบางราย มีส่วนได้เสียหรือเป็นคู่กรณี จึงไม่อยู่ในฐานะที่จะพิจารณาทางปกครองได้ ซึ่งการพิจารณาดังกล่าวเป็นขั้นตอนก่อนที่จะมีการออกหมายเรียกและการอายัดบัญชีธนาคาร จึงเห็นว่าเป็นการดำเนินการที่ข้ามขั้นตอนอันเป็นสาระสำคัญในกฎหมาย อีกทั้งรัฐบาลยังขาดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ ประชาชนมีสิทธิที่จะต่อต้านรัฐบาล แต่รัฐบาลจะใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือปิดกั้นมิให้ประชาชนต่อต้านรัฐบาลไม่ได้
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวนดีเอสไอ และทีมทนายความของแกนนำทั้ง 35 คน อยู่ระหว่างรอคำสั่งของศาล
       
       ต่อมาภายหลังศาลพิเคราะห์คำร้องและคำคัดค้านแล้วเห็นว่า ผู้ต้องหาบางส่วนได้รับหมายเรียกและยื่นคำคัดค้านว่าตนเองพร้อมให้ถ้อยคำ และรับทราบข้อกล่าวหาจากพนักงานสอบสวน แสดงว่าผู้ต้องหาดังกล่าวยังไม่มีเจตนาขัดหมายเรียก ส่วนผู้ต้องหาอีกบางส่วนไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าพนักงานสอบสวนได้ส่งหมายเรียกให้โดยชอบด้วยกฎหมายแล้วหรือไม่ กรณีจึงมีเหตุสมควรที่พนักงานสอบสวนจะไปดำเนินการออกหมายเรียกผู้ต้องหาทั้งหมดอีกครั้งหนึ่ง ในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะออกหมายจับ ยกคำร้อง
       
       พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวภายหลังศาลยกคำร้องว่า ศาลไม่ได้วินิจฉัยว่าหลักฐานที่ยื่นมาไม่เพียงพอแต่เห็นว่าควรที่จะออกหมายเรียกผู้ต้องหาก่อนดังนั้นดีเอสไอก็จะดำเนินการตามแนวทางของศาล ซึ่งหากแกนนำทั้งหมดยังไม่มาตามหมายเรียกอีก ก็จะดำเนินการขอหมายจับทันที
       
       สำหรับรายชื่อแกนนำ 35 รายที่ดีเอสไอขออำนาจศาลออกหมายจับ ประกอบด้วย 1.นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย , 2.นายชุมพล จุลใส , 3.นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ , 4.นายอิสระ สมชัย , 5นายวิทยา แก้วภราดัย , 6.นายถาวร เสนเนียม , 7.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ , 8.นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ , 9.นางอัญชะลี ไพรีรัก , 10 นายนิติธร ล้ำเหลือ 11.นายอุทัย ยอดมณี 12.ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ , 13.พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ , 14.นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ , 15.นายยศศักดิ์ โกไศยกานนท์ 16. พ.ต.ท.ศุภวัฒน์ สุปิยะพาณิชย์ , 17.นายสมบูรณ์ ทองบุราญ , 18.น.ส.จิตต์ภัสร์ กฤดากร , 19.นายสาธิต ปิตุเตชะ , 20.นายสกลธี ภัททิยกุล , 21.นายทศพล เพ็งส้ม , 22.นายสมบัติ ธํารงธัญวงศ์ , 23.นายแก้วสรร อติโพธิ ,24.นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง , 25.นายเสรี วงษ์มณฑา , 26.นายกิตติศักดิ์ ปรกติ , 27.นายถนอม อ่อนเกตุพล , 28 .นายชาญวิทย์ วิภูศิริ , 29.นายไพบูลย์ นิติตะวัน , 30.พล.อ.ปฐมพงษ์ เกสรสุข , 31.นายสุริยะใส กตะศิลา , 32.นายพิภพ ธงไชย ,33.นายบุญยอด สุขถิ่นไทย , 34.นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ , 35 นายรัชต์ชยุตม์ ศิรโยธินภักดี

All site contents copyright ©1999-2012