ถึงเวลาพูดสิ่งที่รู้สึกจริงๆ It's Only The End of The World หนังของผู้กำกับที่โลกจับตามองมากที่สุด

โดย Marsmag   
24 กุมภาพันธ์ 2560 13:57 น.
        วงการหนังไทยกำลังเกิดดราม่า ทั้งเรื่องการขาดการสนับสนุนจากภาครัฐ หรือพื้นที่ฉายในเครือใหญ่น้อยเกินไป จนทำให้วงการหนังไทยย่ำอยู่กับที่ ทั้งๆ ที่เราก็มีผู้กำกับหนังดีกรีรางวัลหนังเมืองคานส์อย่างอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล และผู้กำกับทั้งรุ่นกลาง-รุ่นใหม่ที่สร้างชื่อเสียงระดับนานาชาติได้อย่างต่อเนื่อง แต่กลายเป็นว่าคนดูหนังกลับมีโอกาสได้ดูหนังของพวกเขาในโรงฉายบ้านเราน้อยเหลือเกิน แถมในแง่ธุรกิจถึงแม้จะได้เข้าฉายบ้างแบบกะปริดกะปรอย แต่ก็ยังถูกบีบคั้นด้วยการแบ่งเปอร์เซ็นต์รายได้ในสัดส่วนที่ไม่เป็นธรรม

ถึงเวลาพูดสิ่งที่รู้สึกจริงๆ  It's Only The End of The World หนังของผู้กำกับที่โลกจับตามองมากที่สุด
        เราก็ได้แต่หวังว่าทุกฝ่ายจะหาทางลงและทางไปที่ลงตัว แม้จะดูน่าหดหู่และมืดมน แต่สำหรับคนรักหนังที่ไม่เกี่ยงว่าจะเป็นหนังสัญชาติไหน ช่วงต้นปีนี้ก็ยังมีสิ่งที่พอจะทำให้ชุ่มชื่นหัวใจอยู่บ้าง ด้วยรายชื่อหนังคุณภาพที่มักถูกเรียกแบบเหมารวมว่า 'หนังอาร์ต' ได้ปรากฏขึ้นในไลน์อัพอยู่หลายเรื่อง และเรื่องที่ผู้เขียนเฝ้าคอยมากที่สุด เพราะเป็นแฟนตัวยงของผู้กำกับ ก็คือหนังที่มีชื่อภาษาอังกฤษว่า It's Only The End of The World หรือ Juste la fin du monde ในภาษาฝรั่งเศสของ Xavier Dolan
       
       ซาเวียร์ โดลอง คือผู้กำกับที่โลกจับตามองมากที่สุดคนหนึ่ง ปัจจุบันเขาเพิ่งอายุแค่ 27 ปี แต่ผู้กำกับชาวแคนนาดาคนนี้ทำหนังใหญ่มาแล้ว 6 เรื่อง และแต่ละเรื่องก็ไม่ใช่เล่นๆ หนังเรื่องแรกของเขา I Killed My Mother (2009) ที่เขากำกับในวัยแค่ 19 ปีกลายเป็น 'ปรากฏการณ์' คว้ารางวัลมากกว่า 25 รางวัลในเวทีต่างๆ ได้รับการโอเวอร์สแตนดิ้งยืนปรบมือให้ยาวนาน 8 นาทีในเทศกาลหนังเมืองคานส์ ยิ่งไปกว่านั้นหนังเรื่องต่อๆ มาก็พีคขึ้นเรื่อยๆ ซึ่ง It's Only The End of The World เองก็เพิ่งได้รับรางวัล Grand Prize of the Jury จากเทศกาลหนังเมืองคานส์เมื่อปี 2016 มา

ถึงเวลาพูดสิ่งที่รู้สึกจริงๆ  It's Only The End of The World หนังของผู้กำกับที่โลกจับตามองมากที่สุด
        การเล่าเรื่องของโดลองนั้นมีเสน่ห์ ด้วยภาพและอาร์ตไดเร็กชั่นอันหวือหวา รวมถึงวิธีการแบบแล่เนื้อเถือหนังมาบอกเล่า ผ่านเรื่องราวที่กลั่นมาจากชีวิตของผู้กำกับซึ่งเป็นกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศโดยตรง ส่วน It's Only The End of The World นั้นดัดแปลงมาจากบทละครของ Jean-Luc Lagarce เล่าเรื่องของนักเขียนผู้ประสบความสำเร็จที่เดินทางกลับมาพบกับครอบครัวอีกครั้งหลังขาดการติดต่อกันนานถึง 12 ปี และการคืนสู่เหย้าครั้งนี้ก็ดูเหมือนจะนำความอึดใจมาสู่คนในครอบครัว

ถึงเวลาพูดสิ่งที่รู้สึกจริงๆ  It's Only The End of The World หนังของผู้กำกับที่โลกจับตามองมากที่สุด
       

ถึงเวลาพูดสิ่งที่รู้สึกจริงๆ  It's Only The End of The World หนังของผู้กำกับที่โลกจับตามองมากที่สุด
        โดลองได้พูดถึงหนังที่นำเสนอประเด็นของการขาดหายไประหว่างพื้นที่ที่ถูกฉีกขาดออกจากกันของหน่วยเล็กๆ ในสังคมอย่างครอบครัวไว้อย่างน่าสนใจและเป็นประหนึ่งหมายเชิญอันเผ็ดร้อนว่า “สิ่งที่น่าสนใจซึ่งเกาะติดอยู่บนตัวอักษรของ Lagarce คือความประสาทแดกที่ตัวละครทุกตัวเป็น และวิธีการที่พวกเขามักแสดงออกมาซึ่งโคตรจะตื้นเขินและไร้ประโยชน์ พวกเขาพูดถึงทุกสิ่ง ยกเว้นสิ่งที่พวกเขารู้สึกจริงๆ”
       
       ยืนยันอีกครั้งว่าหนังเรื่องนี้น่าดูจริงๆ และเราก็ได้แต่หวังว่ามันจะไม่ถูกเลื่อนรอบฉายเหมือนหนังนอกกระแสเรื่องอื่นๆ ที่เมื่อมีแนวโน้มว่าจะไม่ทำเงิน ก็มักถูกเด้งออกจากไลน์อัพอย่างน่าเสียดาย

        เรื่อง: 45rpm

จำนวนคนโหวต 1 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 1 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017