ไอเรื้อรังกับสาเหตุที่คุณคาดไม่ถึง

โดย Marsmag   
17 เมษายน 2560 09:37 น.
ไอเรื้อรังกับสาเหตุที่คุณคาดไม่ถึง
        ทุกคนคงเคยมีอาการไอมาก่อน ซึ่งถ้าท่านมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหลชัดเจน ก็คงไม่มีปัญหาอะไร เพราะนั่นคืออาการไข้หวัดทั่วๆ ไป ซึ่งส่วนใหญ่อาการจะดีขึ้นหลังรับประทานยา และนอนพักผ่อนมากๆ ประมาณ 5 วันหลังเริ่มรักษา
       
        แต่ถ้าท่านมีอาการไอเรื้อรัง หรือเจ็บคอเรื้อรัง โดยได้ไปพบแพทย์หรือรับประทานยาปฏิชีวนะไปหลายครั้ง รักษาแบบภูมิแพ้ก็หลายครั้งแล้ว หรือหลีกเลี่ยงสิ่งที่คิดว่าอาจทำให้แพ้แล้ว แต่อาการก็ยังไม่หายขาด ท่านอาจเป็นจากสาเหตุอื่น เช่น โรคกรดไหลย้อนมาที่กล่องเสียง และคอด้านบนก็ได้ (Laryngo-Pharyngeal Reflux Disease หรือ LPR)
       
       LPR
       โรคที่เกิดจากมีการไหลย้อนกลับของกรด และน้ำย่อยในกระเพาะอาหารขึ้นมาที่บริเวณส่วนคอด้านบน ทำให้เกิดการระคายเคืองหรือการอักเสบต่อจมูก โพรงไซนัส โพรงอากาศหลังจมูก ช่องคอ กล่องเสียง รวมทั้งหลอดลมและปอดได้
       
       อาการสำคัญที่พบบ่อย
       • เสียงแหบเรื้อรัง
       • ไอเรื้อรัง
       • เหมือนมีก้อนขวางอยู่ในลำคอ
       • เสมหะในคอมาก โดยเฉพาะตอนเช้า
       • มีความรู้สึกต้องกระแอม หรือขากเสมหะบ่อยๆ
       • บางรายต้องลุกขึ้นมากลางดึกเพราะมีอาการไอ หอบ
       • อาจมีอาการกลืนลำบากร่วมด้วย
       • อาจมีอาการแสบยอดอกร่วมด้วย แต่พบร่วมด้วยเพียง 30% เท่านั้น
       
       ก่อนจะวินิจฉัยโรคนี้ ต้องแยกจากภาวะโรคอย่างอื่นที่ทำให้มีอาการคล้ายกัน เช่น
       • โรคแพ้อากาศหรือแพ้สารระคายเคืองจากสิ่งแวดล้อม
       • ไซนัสอักเสบเรื้อรัง
       • ไข้หวัด
       • ใช้เสียงมาก
       • ภาวะเครียด
       • นิสัยชอบขากเสมหะ
       • สูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์
       
       การรักษา
       

       1. ให้ความรู้เรื่องอาหาร และการปรับตัว เพื่อป้องกันการเป็นโรคนี้ เช่น
       • ควรหลีกเลี่ยงอาหาร และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟหรือชา แอลกอฮอล์ ช็อกโกแลต เปปเปอร์มินต์ เช่น สะระแหน่ กะเพรา โหระพา เพราะเครื่องดื่มและอาหารกลุ่มนี้มักทำให้หูรูดหลอดอาหารทั้งส่วนบน ล่างอ่อนแรง ทำให้ปิดไม่สนิท
       • หลีกเลี่ยงน้ำอัดลม โซดา หรือผลไม้หรือน้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว อาหารรสเผ็ด หรือมีเครื่องเทศมาก
       • ควรงดบุหรี่ เพราะนิโคตินก็ทำให้หูรูดหลอดอาหารอ่อนแรงได้เช่นกัน
       • ควรรับประทานอาหารมื้อสุดท้าย ให้ห่างจากการเข้านอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง
       • ไม่ควรออกกำลังกายภายใน 2 ชั่วโมง หลังรับประทานอาหาร
       • รับประทานแต่ละมื้อให้น้อยลง แต่บ่อยครั้งขึ้น
       • นอนยกศีรษะสูงจากพื้นประมาณ 15-20 เซนติเมตร ในรายที่มักมีอาการไอ เสมหะ หอบ ช่วงกลางคืนบ่อย
       
       2. การใช้ยา ซึ่งมีหลายกลุ่มด้วยกัน เช่น กลุ่มยาลดกรด กลุ่มยาที่กระตุ้นการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหาร กลุ่มยาที่ป้องกันกรดย้อนที่หลอดอาหาร โดยยาจะจับกับกรด แล้วกลายเป็นลักษณะคล้ายเจลกั้นที่หูรูดระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะอาหาร
       
       ในการรักษา ถ้าผู้ป่วยตอบสนองดีต่อการใช้ยา แพทย์จะค่อยๆ ลดยาลงจนหยุดได้ใน 2-6 เดือน แต่ถ้ารับประทานยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์ระบบทางเดินอาหารเพื่อส่องกล้องตรวจหลอดอาหาร และกระเพาะอาหารต่อ
       
       ดังนั้น ถ้าท่านมีปัญหา ไอเรื้อรัง หรือเจ็บคอเรื้อรังที่ยังไม่หายขาด แม้ได้รับการรักษาแบบหวัดหรือภูมิแพ้หลายครั้งแล้ว ก็ควรนึกถึงภาวะโรคดังกล่าวนี้ไว้ด้วย

ไอเรื้อรังกับสาเหตุที่คุณคาดไม่ถึง
       

จำนวนคนโหวต 1 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 1 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017