หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ | MANAGEMENT
 

สิ่งประดิษฐ์ของพ่อหลวงเพื่อปวงชน

โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์
2 ธันวาคม 2554 14:18 น.
สิ่งประดิษฐ์ของพ่อหลวงเพื่อปวงชน
ภาพ : www.postemart.com
        จากพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้สร้างสรรค์สนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ต่างๆมากมาย เพื่อปวงชนไทย ซึ่งผลงานที่พระองค์ประดิษฐ์ขึ้นมาทั้งหมดนั้น ได้ประดิษฐ์ขึ้นมาด้วยพระเมตตาต่อปวงชนสำหรับผลงานด้านสิทธิบัตรในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีมากมาย ส่วนหนึ่งที่ทรงได้รับการถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตร รวมทั้งสิ้น 8 ฉบับ ได้แก่
       
       1.สิทธิบัตรการประดิษฐ์เลขที่ 3127 เรื่อง เครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย (กังหันน้ำชัยพัฒนา) เป็นเครื่องกลเติมอากาศที่ใช้ในการเติมออกซิเจนลงในน้ำที่ระดับผิวน้ำ ถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2536
       
       2.สิทธิบัตรการประดิษฐ์เลขที่ 10304 เรื่อง เครื่องกลเติมอากาศแบบอัดอากาศและดูดน้ำ เป็นเครื่องกลเติมอากาศใช้ในการเติมออกซิเจนลงในน้ำที่ระดับลึกลงไปใต้ผิวน้ำจนถึงด้านล่างของแหล่งน้ำ ถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2544
       
       3.สิทธิบัตรการประดิษฐ์เลขที่ 10764 เรื่อง การใช้น้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล ถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2544
       
       4.อนุสิทธิบัตรเลขที่ 841 เรื่อง การใช้น้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์เป็นน้ำมันหล่อลื่นสำหรับเครื่องยนต์สองจังหวะ เป็นการใช้น้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์ทดแทนน้ำมันหล่อลื่นที่ได้จากน้ำมันปิโตรเลียมสำหรับเครื่องยนต์สองจังหวะ (เช่น เครื่องรถมอเตอร์ไซค์ เครื่องสูบน้ำ เป็นต้น) ถวายการรับจดทะเบียนอนุสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2545
       
       5.สิทธิบัตรการประดิษฐ์เลขที่ 13898 เรื่อง การดัดแปรสภาพอากาศเพื่อให้เกิดฝน (ฝนหลวง) เป็นกรรมวิธีการทำฝนหลวงที่มีการทำฝนทั้งในระดับเมฆอุ่นที่ระดับต่ำกว่า 1 หมื่นฟุต และเมฆเย็นที่ระดับสูงกว่า 1 หมื่นฟุต พร้อมๆ กัน ซึ่งทรงเรียกว่า "ซุปเปอร์แซนด์วิช" ถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2545
       
       6.สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์เลขที่ 14859 เรื่อง ภาชนะรองรับของเสียที่ขับออกจากร่างกาย เป็นภาชนะที่ทรงออกแบบไว้เป็นการเฉพาะสำหรับรองรับปัสสาวะของผู้ป่วย ถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2546
       
       7.สิทธิบัตรการประดิษฐ์เลขที่ 16100 เรื่อง อุปกรณ์ควบคุมการผลักดันของเหลว เป็นเครื่องยนต์ที่ขับดันน้ำเพื่อใช้ในการขับเคลื่อนเรือ ถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2547
       
       8.สิทธิบัตรการประดิษฐ์เลขที่ 22637 เรื่อง กระบวนการปรับปรุงสภาพดินเปรี้ยวเพื่อให้เหมาะแก่การเพาะปลูก (โครงการแกล้งดิน) เป็นการปรับปรุงสภาพดินเปรี้ยวที่ไม่สามารถเพาะปลูกพืชได้ ให้เป็นดินที่มีสภาพที่เหมาะสมสำหรับปลูกพืชต่างๆ ได้ โดยใช้วิธีการเลียนแบบธรรมชาติเพื่อแกล้งให้ดินมีสภาพเปรี้ยวจัดก่อน แล้วทำการชะล้างความเปรี้ยวของดิน และทำการปรับสภาพดินให้เหมาะแก่การเพาะปลูกต่อไป ถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2550
       
       นอกจากนี้ทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญาจากองค์กรการประดิษฐ์นานาชาติว่า เป็นพระบิดาแห่งการประดิษฐ์โลก โดยสมาพันธ์นักประดิษฐ์นานาชาติ (ไอเฟีย) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงบูดาเปสต์ สาธารณรัฐฮังการีได้ร่วมกำหนดให้วันที่ 2 ก.พ.เป็น “วันนักประดิษฐ์โลก”(International inventor's day convention: IIDC) ซึ่งเริ่มจัดขึ้นในปี พ.ศ.2551 เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมายุครบ 80 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2550 และยกย่องในพระอัจฉริยภาพการเป็นนักประดิษฐ์ของพระองค์ท่าน
       
       ทางด้านประธานไอเฟียได้เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลไอเฟียคัพพร้อมใบประกาศนียบัตรเกียรติคุณ (IFIA Cup) และเหรียญรางวัลจีเนียสไพรซ์ (Genius Prize) พร้อมด้วยผู้อำนวยการสมาคมส่งเสริมการประดิษฐ์ สาธารณรัฐเกาหลีใต้ หรือคิปา (KIPA) ได้ถวายรางวัลสเปเชียลไพรซ์พร้อมประกาศนียบัตร (Special Prize) แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

สิ่งประดิษฐ์ของพ่อหลวงเพื่อปวงชน
“กังหันน้ำชัยพัฒนา”
        นอกจากนี้ “กังหันชัยพัฒนา” ยังได้รับรางวัลเหรียญทองจาก The Belgian Chamber of Inventor ภายในงาน “Brussels Eureka 2000” ซึ่งเป็นงานแสดงสิ่งประดิษฐ์ใหม่ของโลกวิทยาศาสตร์ ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม
       
       ซึ่งรางวัลที่ทั้ง 2 องค์กรมอบเพื่อเทิดพระเกีรยติงานประดิษฐ์ที่พระองค์คิดขึ้น คือ “เครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย” หรือ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” ที่เรารู้จักกัน ซึ่งต่อมากรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้รับจดทะเบียนสิทธิบัตร ในพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์เครื่องกลเติมอากาศเครื่องที่ 9 ของโลกที่ได้รับสิทธิบัตร
       
       โดยกังหันน้ำชัยพัฒนา เป็นเครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำที่มีประสิทธิภาพ ช่วยลดความสกปรกของน้ำได้สูง แต่ใช้ต้นทุนในการผลิตต่ำ ซึ่งมีโครงเป็นรูปเหลี่ยมบนทุ่นลอย และมีซองตักวิดน้ำที่จาะเป็นรูเล็กๆเอาไว้ สายน้ำจะไหล ผ่านรูเล็กของซองวิดน้ำขณะที่กังหันหมุนวนเวียนซ้ำไปมา โดยตัวกังหันน้ำจะหมุนด้วยความเร็ว 1,450 รอบต่อนาที ซองตักน้ำหมุนด้วยความเร็ว 5 รอบต่อนาที และใช้แรงขับด้วยมอเตอร์ขนาด 2 แรงม้า
       
       ซึ่งพระองค์ได้ใช้หลักการวิดน้ำขึ้นไปสาดกระจายให้เป็นฝอยในอากาศ ทำให้น้ำสัมผัสกับอากาศได้เต็มที่ ส่งผลปริมาณของออกซิเจนในอากาศสามารถ ผสมเข้าไปในน้ำได้อย่างรวดเร็ว ทำให้น้ำเสีย ซึ่งเป็นปัญหาของแหล่งน้ำที่เสียในหลายพื้นที่ มีคุณภาพที่ดีขึ้น
       
       ในการเพิ่มออกซิเจนให้กับน้ำนั้นจะทำให้จุลินทรีย์เข้าไปย่อยสลายสิ่งสกปรกในน้ำเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นกระบวนการทางชีวภาพ ที่ใช้ในการบำบัดน้ำเสีย ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ และใช้ค่าใช้จ่ายในการบำบัดน้ำเสียน้อย
       
       การประยุกต์ใช้งานสามารถใช้ประโยชน์เพื่อเติมอากาศให้กับน้ำหรือใช้เพื่อขับเคลื่อนน้ำได้ โดยการใช้งานทั้งในรูปแบบ ที่ติดตั้งอยู่กับที่ และใช้ในรูปแบบเคลื่อนที่ เพื่อเติมอากาศให้กับแหล่งน้ำขนาดใหญ่ หรือตามคลองส่งน้ำที่มีความยาวมาก ซึ่งดัดแปลงได้ด้วยการใช้พลังงาน จากเครื่องยนต์ของกังหัน

สิ่งประดิษฐ์ของพ่อหลวงเพื่อปวงชน
“เรือใบซูเปอร์มด”
        สิ่งประดิษฐ์ชิ้นต่อมาที่แสดงพระอัจฉริยะภาพของพระองค์คือ เรือใบฝีพระหัตถ์ ที่พระองค์ซึ่งคิดค้นขึ้นด้วยหลักทางวิทยาศาสตร์ประยุกต์ เรือใบฝีพระหัตถ์ที่สำคัญมี ๓ ประเภท ได้แก่ เรือใบประเภทเอ็นเตอร์ไพรส์ (International Enterprise Class), เรือใบประเภทโอเค (International OK Class) และเรือใบประเภทม็อธ (International Moth Class) โดยเฉพาะ “เรือใบมด” “เรือใบซูเปอร์มด” และ “เรือใบไมโครมด” ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนไทย เพราะเป็นเรือที่ทรงออกแบบเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ
       
       โดยทรงศึกษาแบบแปลนข้อบังคับของเรือแต่ละประเภทจากตำราต่างๆทั่วโลก จนเชี่ยวชาญและทรงประดิษฐ์ขึ้นด้วยความละเอียดชนิดที่เรียกว่า วัดเป็นมิลลิเมตร เรือที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงต่อขึ้น จึงเป็นเรือที่สมบูรณ์แบบ ทรงมีเทคนิคพิเศษในการทรงงานต่อเรือใบ อาทิ วิธีเจาะช่องบนของกราบเรือเพื่อใส่คานของดาดฟ้า โดยทรงเลื่อยสองข้างแล้วทรงเอาสิ่วจรดให้ถูกมุม ใช้ค้อนตอกครั้งเดียวก็ใช้การได้ ทรงอธิบายว่าวิธีนี้นอกจากจะรวดเร็วแล้ว ยังทำให้ทราบว่าชิ้นส่วนของไม้ตอนนั้นมีตำหนิหรือไม่ถ้ามีก็จะแตกเสียก่อน
       
       เรือใบฝีพระหัตถ์ลำแรกทรงต่อเมื่อเดือนธันวาคม พุทธศักราช 2507 เป็นเรือใบประเภทเอ็นเตอร์ไพรส์ พระราชทานชื่อว่า ราชปะแตน ต่อมาในพ.ศ. 2508ทรงต่อเรือใบประเภท โอ.เค. พระราชทานชื่อว่า นวฤกษ์ และ เวคา หรือ VEGA ที่มีความหมายถึงดวงดาวที่สว่างสุกใส ต่อมาทรงต่อเรือขึ้นมาอีกคือ เวคา ๑ เวคา ๒ และเวคา ๓
       
       นอกจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงคิดค้นออกแบบและสร้างเรือใบขึ้นมาประเภท หนึ่ง พระราชทานชื่อว่า เรือใบแบบมด (Mod) ซึ่งได้ทรงจดสิทธิบัตรไว้ที่ประเทศอังกฤษ
       
       หลังจากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงค้นพบว่า เรือใบแบบมดยังมีข้อผิดพลาดอยู่ เนื่อง ลำเรือมีขนาดใหญ่และตรงกลางป่องออกมากเกินไป จึงทำให้เรือแล่นได้ช้า ในเวลาต่อมาจึงทรงออกแบบเรือขึ้นใหม่ โดยปรับแต่งหัวเรือให้รูปทรงแบน เหมือนปลากระเบนเพื่อให้แล่นแหวกน้ำได้ดีขึ้น
       
       เรือใบที่พระองค์ได้คิดพัฒนาขึ้นมาใหม่พระราชทานชื่อว่า เรือใบแบบซุปเปอร์มด เป็นเรือที่มีลักษณะเพรียว เหมาะสำหรับผู้เล่นที่มีร่างกายเล็กและน้ำหนักน้อย และเรือใบตระกูลมดลำสุดท้ายที่พระองค์ทรงออกแบบคือ เรือใบแบบไมโครมด ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่นักเล่นเรือใบทั้งหลาย เพราะเป็นเรือใบที่สามารถแล่นได้คนเดียว และการสร้างมีเงื่อนไขเพียงต้องใช้ไม้อัดขนาด 4x8ฟุต แผ่นเดียวเท่านั้น
       
       เรือใบลำสุดท้ายที่ทรงออกแบบและต่อด้วยพระองค์เอง เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2510 คือ เรือโม้ก (MOKE) มีลักษณะผสมระหว่างเรือโอ.เค. และเรือซุปเปอร์มด โดยใช้อุปกรณ์เสาและใบของเรือโอ.เค. เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชกรณียกิจมากมายจึงมิได้ต่อ เรือใบอีก
       
       โดยเรือดังกล่าวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงออกแบบและทรงต่อขึ้นเมื่อ วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2510 เป็นเรือต้นแบบของเรือประเภทมดที่ใช้แข่งขันกีฬานานาชาติ เป็นครั้งแรกในกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 ณ ประเทศไทย เมื่อเดือนธันวาคม และใช้ในการแข่งขันกีฬานานาชาติทุกๆครั้งที่แข่งในประเทศไทย ครั้งหลังสุดใช้ในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ณ ประเทศไทย
       
       นอกจากนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงต่อเรือใบลำแรกเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ.2507เป็นเรือใบประเภท เอ็นเตอร์ไพรซ์ ชื่อเรือ “เรือราชปะแตน”และลำต่อมาคือ “เรือเอจี” ทรงต่อตามแบบสากลและทรงใช้แข่งขันแล่นเรือใบหลายครั้งทั้งในและนอกประเทศไทย
       
       นอกจากนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงอุทิศพระองค์ พระอัจฉริยะและพระอุตสาหะ เพื่อราษฎรในทุกภูมิภาค โดยทรงมีดำริให้มีการพัฒนาด้านระบบวิทยุสื่อสารอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าพระองค์ทรงใช้เครื่องมือสื่อสารพกติดพระองค์ ในการประกอบพระราชกรณียกิจต่างๆ อยู่เสมอ เพราะสิ่งที่พระองค์ทรงขาดไม่ได้คือการสดับตรับฟังข่าวทุกข์สุขของประชาชน เช่น ในระหว่างการเสด็จเยี่ยมราษฎรทรงพบว่า มีผู้ใดที่กำลังป่วยเจ็บจำเป็นต้องบำบัดรักษา จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้คณะแพทย์ผู้ตามเสด็จดูแลตรวจรักษาทันที
       
       ในบางรายที่มีอาการป่วยหนัก และต้องส่งตัวเข้าบำบัดรักษาในโรงพยาบาลท้องถิ่นหรือโรงพยาบาลในกรุงเทพ มหานครโดยเร็ว หากมีเวลาเพียงพอ พระองค์ท่านจะรับสั่งผ่านทางวิทยุถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ตำรวจตระเวนชายแดน ขอรับการสนับสนุนเรื่องการขนส่ง เช่น เฮลิคอปเตอร์ เพื่อนำผู้ป่วยเจ็บส่งยังที่หมายปลายทางด้วยพระองค์เอง และพระองค์ได้ทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาติให้นำระบบสื่อสารแบบถ่ายทอดสัญญาณ หรือ Repeater ซึ่งเชื่อมต่อทางวงจรทางไกลขององค์การโทรศัพท์ให้มูลนิธิ พอ.สว.นำไปใช้เพื่อช่วยเหลือรักษาพยาบาลแก่ผู้เจ็บป่วยในท้องถิ่นห่างไกล
       
       นอกจากนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริให้ทำการศึกษาวิจัย รวมถึงการออกแบบและสร้างสายอากาศย่านความถี่สูงมาก หรือที่เรียกว่า VHF (วี.เอช.เอฟ) ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ1.เพื่อที่จะได้ใช้งานกับวิทยุส่วนพระองค์ โดยมีพระราชประสงค์ที่จะให้ทราบเหตุการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะในเรื่องของสาธารณภัยที่เกิดขึ้นกับประชาชน เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม ฯลฯ ทั้งนี้เพื่อที่จะได้ทรงช่วยเหลือได้ทันท่วงที 2. เพื่อที่จะพระราชทานให้แก่หน่วยราชการต่างๆ และ3. เพื่อส่งเสริมให้คนไทยที่มีความรู้ ความสามารถและตั้งใจจริง ได้ใช้ความอุตสาหวิริยะในการพัฒนาระบบวิทยุสื่อสารขึ้นใช้เองภายในประเทศ
       
       นอกเหนือจากวิทยุสื่อสารแล้ว ในเรื่องของเทเล็กซ์พระองค์ทรงสนพระทัยอยู่ไม่น้อย สิ่งหนึ่งที่เห็นคือ การพระราชทานพรปีใหม่ ที่นอกจากจะทรงมีกระแสพระราชดำรัส พระราชทานพรปีใหม่แก่พสกนิกรไทยทางวิทยุและโทรทัศน์แล้ว
       
       พระองค์ท่านยังทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานพรทางเทเล็กซ์สม่ำเสมอทุกปี ซึ่งในปัจจุบันท่านทรงใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการประดิษฐ์บัตรอวยพรปีใหม่แทน
       
       อ่านข่าวประกอบ
       
       - พระอัจฉริยภาพ ด้านบริหารจัดการน้ำ
       
       - ทั่วโลกล้วนแซ่ซ้อง...สรรเสริญ

ข่าวล่าสุด ในหมวด
เปิดแนวดำเนินงาน TAF 3 กุญแจหลักฝ่ามรสุมการแข่งขัน
CPF ตั้งเป้าคว้า TQA ปี '58 มุ่งมั่นการันตีองค์กรคุณภาพ
TQA กับการศึกษา
จับกระแสการแข่งขันโลก เพิ่มขีดความสามารถด้วย TQA
ความเป็นเลิศที่มี CSR กิจการจะเจริญอย่างยั่งยืน
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แบ่งปันให้เพื่อน
จำนวนคนโหวต 27 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หน้าแรก ข่าวปก การเมือง ปริทรรศน์ ธุรกิจภูมิภาค พร็อพเพอร์ตี้ จีนาภิวัตน์
บทความ ตลาดทุน การค้า อุตสาหกรรม ไฟแนนซ์ การตลาด รถยนต์ ท่องเที่ยว บริการ ไอที
แมเนจเมนต์ HR เอสเอ็มอี Tast Education

All site contents copyright ©1999-2009 Thaiday Dot Com Co., Ltd.