“สนธิ” เร่ง “มาร์ค” เชือด “ป๊อด”- ชี้ความผิดเพียบ/พี่ชายเหิมขู่นายกฯ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์   
31 กรกฎาคม 2552 23:32 น.
“สนธิ” เร่ง “มาร์ค” เชือด “ป๊อด”- ชี้ความผิดเพียบ/พี่ชายเหิมขู่นายกฯ
        “สนธิ”กระตุกต่อมกล้าหาญ “มาร์ค”เร่งย้าย “พัชรวาท”พ้น สตช.หลัง ผบ.ตร.ออกมาสวน ไม่ลาพักราชการยาวเพื่อเปิดทางทีมสอบสวนคดีลอบยิง ตามที่นายกฯ แถลง แถมพี่ชายที่เป็น รมว.กลาโหมยังออกมาข่มขู่ใช้วิธีการนอกฎหมายกับคนที่ย้ายน้องชาย แนะใช้คดีทุจริตงบฯ 18 ล้าน ย้ายช่วยราชการสำนักนายกฯ ได้ทันที พร้อมตะเพิด “สุเทพ”พ้นพรรค ไม่เช่นนั้นจะจบชีวิตทางการเมือง แถมทำ ปชป.ตกต่ำ
       
       

        คลิกที่นี่ เพื่อฟังรายการ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย”
       
       รายการ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” ทางเอเอสทีวี ช่วงเวลา 20.30-22.00 น.วันที่ 31 ก.ค.นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ มาร่วมรายการ โดยได้กล่าวถึงปัญหาสำคัญของชาติ 2 เรื่อง คือ การเสียดินแดนให้กัมพูชาในยุครัฐบาลประชาธิปัตย์ และบทบาททหารไทยในยุคที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็น รมว.กลาโหม และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นรองนายกฯ ด้านความมั่นคง
       
       ทั้งนี้ นายสนธิ ได้ตอบคำถามกรณีที่ นายสาธิต ปิตุเดชะ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวหาว่า เป็นคนแก่น้อยใจ พออะไรไมได้ดั่งใจก็โวยวายว่า ไม่อยากตอบ เพราะ นายสาธิต เป็นเด็กรุ่นหลัง และไม่มีราคา ไม่เคยต่อสู้เพื่อบ้านเมือง มีแต่ตีฝีปากกระแหนะกระแหนประชดประชัน แต่เรื่องของชาติบ้านเมือง เรื่องเสียดินแดน เรื่องความอยุติธรรมในสังคมไม่เคยนำเอาไปพูด แต่พอตนออกมาพูดความจริงที่กระทบกับพรรคประชาธิปัตย์ ก็มากล่าวหาว่า โวยวาย แต่ก็ไม่เป็นไร เพียงแต่อยากให้ชาวระยองได้แสดงพลังในการเลือกตั้งครั้งหน้า เพื่อบอกว่าคนๆ นี้สมควรเป็น ส.ส.ระยอง หรือไม่
       
       นายสนธิ กล่าวถึงการเสียดินแดนเขาพระวิหาร ว่า เริ่มจากศาลโลกมีคำตัดสินให้ตัวปราสาทเป็นของกัมพูชา เมื่อปี 2505 ซึ่ง ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นหัวหน้าทนายความฝ่ายไทย ทั้งที่ตามหลักสันปันน้ำต้องเป็นของไทย ซึ่งเรายังสงวนสิทธิ์ที่จะยื่นอุทธรณ์ถ้ามีข้อมูลใหม่ โดยเราได้กั้นเขตเฉพาะตัวปราสาท เป็นของเขมร ซึ่งเขมรก็ยอมรับ แต่ต่อมาเขมรรุกพื้นที่เข้าไป 4.6 ตารางกิโลเมตร โดยขีดเส้นเขตแดนขึ้นใหม่ อ้างว่า เป็นพื้นที่ของเขา เพราะเรามีรัฐบาลขายชาติที่ผ่านมา 2 รัฐบาล ไปทำแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา สนับสนุนการจดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชาแต่เพียงฝ่ายเดียว เท่ากับยอมรับพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรเป็นของกัมพูชา เป็นการจงใจของคนขายชาติ ด้วยเหตุนี้พันธมิตรฯ จึงยื่นฟ้องศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญ และศาลก็ตัดสินว่าผิดมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญ กลายเป็นโมฆะ แต่รัฐบาลไทยก็ไมได้แจ้งยกเลิกแถลงการณ์ดังกล่าวเป็นทางการ จนขณะนี้พื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรดังกล่าว มีแต่ทหารเขมรและชุมชนเขมรเข้าไปอยู่เต็ม ขณะที่ทหารไทยถ้าจะเข้าไปต้องปลดอาวุธ และเมื่อถึงตอนค่ำก็ถูกไล่ลงมา ทั้งที่มันเป็นพื้นที่ของไทยแท้ๆ แต่รัฐบาลและทหารมีนโยบายสันติ ทั้งที่ระหว่างสันติกับอธิปไตยนั้น เราควรเลือกอธิปไตยมากกว่า ไม่เช่นนั้นก็จะถูกฮุบเอาดินแดนไปหมด
       
       นายสนธิ กล่าวต่อว่า เรื่องเสียดินแดนนั้น เป็นเรื่องใหญ่ ที่ทำให้ทหารรุ่นหนุ่มๆ น้ำตาตกใน และคั่งแค้นใจ เพราะส่วนกลางไม่ให้ปะทะทั้งสิ้น แต่วันดีคืนดีเราอยู่ในเขตไทยก็เหยียบกับระเบิดที่เขมรเอามาวางไว้ แล้วผู้ใหญ่ของเราก็แอบไปจับมือเขมรที่พนมเปญ แล้วมาบอกว่าเราอย่าทะเลาะกัน ซึ่งฝ่ายเขมรนั้นด้านหนึ่งเขาก็ไม่ทะเลาะ แต่ก็รุกคืบเอาดินแดนเข้ามาเรื่อยๆ
       
       นายสนธิ กล่าวว่า นายสุเทพ ชอบกล่าวหาว่าตนทำให้เกิดความวุ่นวาย แต่ถ้าเป็นการทำเพื่อชาติบ้านเมือง มันจะวุ่นก็ต้องวุ่น เพราะเรื่องของชาติบ้านเมืองนั้นทุกคนมีสิทธิ์ ไม่ใช่ปล่อยให้บางคนไปแอบจับมือกันเรื่องผลประโยชน์ในอ่าวไทยแล้วมาบอกว่า นายสนธิ อย่ายุ่ง
       
       นายสนธิ ตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.2552 ก่อนที่ นายสุเทพ จะเดินทางไปกัมพูชานั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี บอกว่า ให้ นายสุเทพ ไปย้ำจุดยืนของไทยที่ไม่ต้องการให้จดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก แต่ นายสุเทพ กลับให้สัมภาษณ์ว่าคงไม่เอาเรื่องอะไรที่เป็นปัญหาไปพูด และไม่มีเรื่องปราสาทพระวิหาร จะคุยแต่เรื่องที่เป็นมิตรกัน และพอกลับมาวันที่ 27 มิ.ย.นายสุเทพ ก็บอกว่า ความขัดแย้งเรื่องเขาพระวิหารจะลดระดับลง เพราะศาลโลกได้ตัดสินมานานแล้วว่าเป็นของกัมพูชา ทั้งที่เราเคยสงวนสิทธิ์โต้แย้งเอาไว้
       
       นายสนธิ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีแหล่งผลประโยชน์ในพื้นที่ทางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งต่างคนต่างลากเส้นเขตแดนจากหลักเขตที่ 73 โดยเขมรลากแบ่งเกาะกูดไปครึ่งหนึ่ง ทำให้เกิดเขตทับซ้อน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมูลค่าประมาณ 5 ล้านล้านบาท โดยในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร วันที่ 18 มิ.ย.2545 ได้ไปตกลงเขมรว่าพื้นที่ทับซ้อนเหนือเส้นละติจูด 11 องศา จะแบ่งเขตกัน ส่วนพื้นที่ใต้ลงไปจะร่วมกันพัฒนา ทั้งที่หากเรายืนยันตามเขตแดนของเรา พื้นที่แหล่งก๊าซธรรมชาติดังกล่าวจะเป็นของไทยหมด
       
       นอกจากนี้ หากยึดตามหนังสือสัญญากรุงสยาม-ฝรั่งเศส ที่ทำเมื่อวันที่ 23 มี.ค.2450 ระบุชัดว่า รัฐบาลฝรั่งเศสยอมยกดินแดนเมืองด่านซ้าย เมืองตราด และเกาะใต้แหลมสิงห์ลงไปถึงเกาะกูดให้กรุงสยาม ดังนั้น หากยึดตามสัญญาดังกล่าว ซึ่งเขมรนำไปอ้างกรณีเขาพระวิหาร เกาะกูดก็ควรจะเป็นของไทยทั้งหมด เราสามารกลากเส้นเขตแดนห่างจากเกาะได้อีก 12 ไมล์ทะเล และแหล่งก๊าซจะเป็นของเราทั้งหมด แต่เมื่อมีนักการเมืองชั่วๆ บางคนต้องการขอเอี่ยวผลประโยชน์ตรงนี้ เป็นการส่วนตัว จึงแอบไปพบเจ้าหน้าที่เขมรที่เมืองนอก บนเกาะที่มีโรงแรมราคาแพงแห่งหนึ่ง โดยเจรจาแลกผลประโยชน์กับพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร รอบเขาพระวิหาร
       
       “พวกนักการเมืองชั่ว เวลาพูดอะไร เราอย่าเพิ่งไปเชื่อ ต่อหน้าก็บอกว่าเกลียดกัน แต่ลับหลังมันมีสะพานเชื่อมกันอยู่ เอาไว้วันหลังผมจะเปิดโปงว่าเขาเชื่อมกันยังไง และจะได้รู้ว่าเราถูกหลอกมาตลอด บางคนก็บอกว่าจะเล่นการเมืองเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิต จึงไม่สนใจว่าบ้านเมืองจะฉิบหายอย่างไร” นายสนธิ กล่าว
       
       ต่อมา นายสนธิ กล่าวถึงกรณีที่ นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า มีทางออกในการที่จะทำให้คดีลอบยิง นายสนธิ คืบหน้า โดย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.จะลาพักราชการเพื่อให้ทีมสอบสวนได้ทำงานอย่างเต็มที่ และจะไม่มายุ่งเกี่ยวกับโผโยกย้ายตำรวจอีก แต่ล่าสุด พล.ต.อ.พัชรวาท กลับให้สัมภาษณ์ตอบโต้ว่าไม่ได้ลาพักราชการ แค่ไปราชการต่างประเทศประมาณ 10 วัน หลังจากนั้น จะกลับมาทำงานตามปกติ โดย นายสนธิ กล่าวว่า เห็นใจนายกฯ ที่พยายามอย่างสุดความสามารถ แต่ นายอภิสิทธิ์ ไม่ใช่คนที่จะมาบู๊ล้างผลาญ และเป็นคนมีหลักการ
       
       นายสนธิ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ตั้งคำถามว่า น้องชายผิดอะไรถึงจะมาปลด ว่า พล.อ.ประวิตร สามารถถามได้ หากไม่ได้เป็นรัฐมนตรีกลาโหม แต่การถามตอนเป็นรัฐมนตรีถือว่าไม่สมควรอย่างยิ่ง พล.อ.พัชรวาท นั้น อยู่ใต้บังคับบัญชาของนายกฯ เพียงแต่มอบหมายให้ นายสุเทพ ดูแลแทน การที่นายกฯ จะตัดสินใจโยกย้ายใคร หรือให้ใครออก ย่อมมีสิทธิ์ในฐานะหัวหน้าผู้บริหารราชการแผ่นดิน และ สตช.ก็ขึ้นตรงนายกฯ
       
       นายสนธิ กล่าวต่อว่า พล.ต.อ.พัชรวาท ผิดอย่างไรนั้นไม่อยากมาต่อล้อต่อเถียง แต่ความบกพร่องนั้นมีเยอะมาก นับตั้งแต่กรณีที่ตำรวจอยู่เฉยๆ ในเหตุการณ์ที่คนเสื้อแดงล้มการประชุมผู้นำอาเซียนที่พัทยา การทุจริตงบประมาณประชาสัมพันธ์ 18 ล้านบาท ของ สตช.สมัยที่ พล.ต.อ.พัชรวาท เป็นรอง ผบ.ตร.ซึ่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีต ผบ.ตร.ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงตามข้อร้องเรียน และพบว่า มีมูล ซึ่งได้เสนอนายกฯ สมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ไปแล้ว และในสมัยรัฐบาล นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็เคยย้าย พล.ต.อ.พัชรวาท ไปช่วยราชการที่สำนักนายกฯ เพื่อที่จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนในเรื่องดังกล่าว แต่พอนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล เป็นรักษาการนายกฯ ก็ย้าย พล.ต.อ.พัชรวาท กลับมาเป็น ผบ.ตร.อีกโดยที่ยังไม่ตั้งกรรมการสอบ นอกจากนี้แล้ว พล.ต.อ.พัชรวาท มีความผิด ในคดี 7 ตุลาฯ ซึ่ง ป.ป.ช.ตั้งข้อกล่าวหาว่าผิดวินัย รวมทั้งผิดวินัยร้ายแรง และผิดคดีอาญา
       
       “แต่ประเด็นไม่อยู่ที่ผิดแค่ไหน ผิดอย่างไร ไม่ใช่หน้าที่ของ พล.อ.ประวิตร ที่จะออกมาถามว่าน้องผมผิดตรงไหน ถ้าอย่างนั้นแล้วอีกหน่อยใครเป็นรัฐมนตรี ถ้ามีญาติที่จะถูกปลด ถูกย้าย ก็จะออกมาถามกันหมดว่า ผิดตรงไหน”
       
       นายสนธิ กล่าวต่อว่า กรณี พล.อ.นพดล อินทปัญญา เลขานุการ ของ พล.อ.ประวิตร ยังออกมาขู่ว่าถ้าย้าย พล.ต.อ.พัชรวาท จะตอบโต้ทั้งวิธีการในกฎหมายและนอกกฎหมาย โดยอ้างว่าตระกูลวงษ์สุวรรณ ถูกเล่นงานมานาน และ พล.ต.อ.พัชรวาท ได้ไปฟ้องดำเนินคดีกับ นสพ.ASTVผู้จัดการแล้วนั้น อยากให้ พล.อ.นพดล อินทปัญญา พูดใหม่ ถ้า พล.อ.ประวิตร ไม่ได้บอกให้พูด ก็ต้องแก้ข่าว ถ้าไม่แก้ ก็แสดงว่า กำลังข่มขู่นายกฯ ข่มขู่ตน และข่มขู่เอเอสทีวี
       
       “ที่ผมโดนยิงพวกนอกกฎหมายยิงหรือเปล่า ก็นอกกฎหมายใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นทำนอกกฎหมายคือทำอะไร คุณเล่าให้ผมฟังหน่อยได้ไหม ถ้าเกิดขณะนี้ผมได้ข่าว มีการจัดทีมจะยิงผมอีกครั้ง ผมไม่รู้ ขอตั้งคำถามว่า คุณจะเกี่ยวด้วยหรือเปล่า เพราะคุณบอก แม้กระทั่งนอกกฎหมายก็ต้องทำ ผมเกิดมาเป็นตัวเป็นตน ผมอายุอ่อนกว่าคุณไม่กี่ปี ผมปีนี้ 62 คุณคง 65 สามปี ผมยังไม่เคยเจอใครที่กล้าพูดอย่างนี้เลย ว่าจะสู้ทุกทางในกฎหมาย หรือแม้กระทั่งนอกกฎหมาย มันเป็นไปได้อย่างไร รัฐมนตรีซึ่งยืนถวายสัตย์กับองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ แล้วมีเลขานุการตัวเองบอกว่า จะสู้ในกฎหมายและนอกกฎหมาย ผมไม่เคยเจอ สาบานผมไม่เคยเจอจริงๆ”
       
       นายสนธิ กล่าวต่อว่า รมว.กลาโหม กำลังข่มขู่นายกฯ นอกจากวิธีนี้แล้ว ยังขู่ว่าจะลาออก แถม นายสุเทพ ยังบอกว่าจะลาออกตาม ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆ ก็ให้ พล.อ.ประวิตร และนายสุเทพ ลาออกไปเลย จะไปอยู่กับ นายเนวิน ในพรรคภูมิใจไทย โดยสนับสนุนให้ พล.อ.ประวิตรเป็นนายกฯ ก็ไปเลย แต่ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ ต้องกล้าหาญ ต้องมีวุฒิภาวะการเป็นผู้นำ ต้องกล้าตัดสินใจ นายสุเทพทำให้พรรคประชาธิปัตย์ตกต่ำลงไปมากจากที่เคยสะสมเกียรติภูมิในช่วงที่เป็นฝ่ายค้านมา 8 ปี ถึงเวลาแล้วที่จะให้ลาออกไปเสียที
       
       นายสนธิ ย้ำว่า การที่ พล.ต.อ.พัชรวาท ออกมาพูดสวนทางกับนายกฯ ว่า ไม่ได้ลาพักยาวนั้น อยากจะให้กำลังใจนายกฯ คนที่รักความเป็นธรรมจะวัดใจนายอภิสิทธิ์ในวันนี้ ซึ่งถ้ายังไม่กล้าตัดสินใจ ไม่ใช่ชีวิตทางการเมืองจะจบลงเท่านนั้น แม้อนาคตทางการเมืองของประชาธิปัตย์ก็ดับไปด้วย และประเทศไทยจะไม่มีที่ยืนอีกแล้ว
       
       นายสนธิ กล่าวต่อว่า การที่นายอภิสิทธิ์เข้ามาดูแลคดีของตนนั้น เพราะต้องการให้คดีเดินหน้าเต็มที่ ไม่ใช่ว่าเพราะเป็นนายสนธิ แต่ใครก็ตามที่ถูกยิงถล่มด้วยอาวุธสงครามตอนเช้าตรู่ในช่วงที่มีประกาศภาวะฉุกเฉิน จะต้องจับคนร้ายมาให้ได้ ไม่ว่าตอจะใหญ่แค่ไหน ไม่เช่นนั้นประเทศไทยจะไม่มีที่ยืน ดังนั้น ถ้านายอภิสิทธิ์ คิดอย่างนี้ จะต้องย้าย พล.ต.อ.พัชรวาท มาประจำที่สำนักนายกฯ และสามารถทำได้ทันทีจากเรื่องการทุจริตงบ 18 ล้าน ที่มีการสอบข้อเท็จจริงไว้แล้ว เพื่อตั้งคณะกรรมการสอบสวน หลังจากนั้น ก็ตั้งรักษาการ ผบ.ตร.มาทำหน้าที่แทน ซึ่งนี่คือ กระบวนการตามกฎหมาย ที่สำคัญ นายอภิสิทธิ์ ต้องกล้าหาญ อย่าไปกลัวคำขู่ ร่างหนังสือแล้วเข้าเฝ้าฯ เลย จะปลดใครก็ปลดเลย คนบางคนนั้นเวลาใหญ่และดูเป็นนักเลง เที่ยวข่มขู่คนโน้นคนนี้ เพราะตัวเองมีตำแหน่ง แต่เมื่อใดหลุดจากตำแหน่ง ไม่มีลูกน้องที่คุมกำลังก็หมดความหมาย
       
       คำต่อคำ : รายการ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” วันศุกร์ที่ 31 ก.ค.2552
       
       

       จินดารัตน์ เจริญชัยชนะ
- สวัสดีค่ะคุณผู้ชม ขอต้อนรับคุณผู้ชมเข้าสู่รายการพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย คุณผู้ชมผิดหวังไหมคะวันนี้ ข่าวคราวที่ออกมา เรารอกันมาหลายเดือน สำหรับท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ในดวงใจของใครๆ หลายคน วันนี้ทางออกในการแก้ปัญหาคดีของคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ลอบยิงคุณสนธิด้วยอาวุธสงคราม ก็ต้องจบลงด้วยการหาออกด้วยตัวของ ผบ.ตร.เอง คุณพัชรวาท วงษ์สุวรรณ เสนอทางออกให้ท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งดูเหมือนว่าทุกฝ่ายจะยิ้มแย้มแจ่มใส คุณพัชรวาท ก็จะได้ไปพักผ่อนต่างประเทศ 10 กว่าวัน หายหน้าหายตากันไป หลบเลียแผลใจ หรืออะไรไม่ทราบ ไม่แน่ใจ ไปอยู่ที่ต่างประเทศ ท่านนายกฯ บอกว่าอะไรๆ มันคงจะคลี่คลายได้ดีขึ้น และก็บอกว่า ในส่วนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ชายของคุณพัชรวาทนั้น ได้คุยกันแล้ว ท่านนายกฯ ว่าอย่างนั้นนะคะ แล้วก็บอกว่า ให้คุณพัชรวาทตัดสินใจเอง ไม่เกี่ยวข้องกับการลาครั้งนี้ ยืนยันว่าการเสนอทางออกดังกล่าวไม่มีใครมาบีบ แต่ทำไปเพราะเล็งเห็นว่าจะทำให้คดีเดินหน้าต่อไปได้ นั่นแสดงว่ายอมรับกันใช่ไหมคะว่า ถ้าคุณพัชรวาทอยู่ คดีจะเดินหน้าต่อไปไม่ได้ ที่เขาพูดๆ กัน ท่านก็ยอมรับอย่างนั้นหรือเปล่า อยากเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรีแบบนี้นะคะ แล้วท่านก็บอกว่า โดยระบบการบริหารงานไม่เสียด้วย ท่านนายกฯ ยังบอกอีกด้วยนะคะว่า ถ้าใครมีแนวทางที่ดีกว่านี้ก็เสนอมา ดิฉันขอเสนอเลยก็แล้วกัน ก็ปลดไปเลยเป็นไงคะ ปลด ผบ.ตร.ไปเลย ดีกว่าไหม แล้วเปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านจะได้ไม่ถูกกดดัน ไม่ถูกบีบบังคับหัวใจให้ทำในสิ่งที่ท่านไม่อยากทำ ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ หลายคนยังรักท่านอยู่นะคะ เชื่อมั่นว่าท่านยังมีความกล้าหาญที่จะตัดสินใจบางอย่าง แต่ว่าในเมื่อวันนี้ท่านตัดสินใจเช่นนี้ ก็ต้องบอกว่า เป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับท่าน แต่จะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคนอื่นๆ หรือไม่นั้น ดิฉันไม่สามารถตอบแทนได้
       
       ท่านนายกฯ ยังบอกอีกด้วยว่า ทางออกนี้น่าจะทำให้สิ่งที่คนเคยบอกว่าเป็นอุปสรรค คงจะมั่นใจได้ นี่ก็เป็นการยอมรับอีกดอกหนึ่งแล้วนะคะว่า ท่านยอมรับหรือคะว่าคุณพัชรวาทนั้น เป็นอุปสรรคในการสืบสวนสอบสวนคดีนี้ จากคำพูดการให้สัมภาษณ์ของท่านหลายๆ ครั้ง สรุปแล้ว ตำรวจดีๆ ใน สตช.วันนี้มีคนเขาไปถามว่า เอ๊ะ ตกลงตำรวจใน สตช.เชื่ออย่างที่ข่าวออกมาไหมว่า คุณพัชรวาทเป็นตอในคดีคุณสนธิ ตำรวจเขาบอกว่าอย่างไรรู้ไหมคะ เอ๊ย ไม่มีตำรวจคนไหนเคยบอกว่าคุณพัชรวาทเป็นตอนะ แต่ว่าเป็นหัวหลักหัวตอหรือเปล่านี่ไม่แน่ใจเหมือนกัน ก็คงต้องไปถามตำรวจใน สตช.กันเอาเอง ว่าใครรู้สึกอย่างไรกับเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ แต่ที่แน่ๆ คุณไพศาล พืชมงคล อดีต สนช.ท่านนี้ออกมาพูดตำหนิ แต่พูดถึงการหาทางออก หาทางลงให้คุณพัชรวาทก่อนนะคะ บอกว่า แสดงว่าตอนนี้มีการต่อรองเพื่อให้คดีลอบยิงคุณสนธินั้นเดินหน้าต่อไปได้ ถือว่าสมประโยชน์กันทุกฝ่าย ทั้งรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพันธมิตรฯ โดยฝ่ายการเมืองไม่รู้สึกเสียหน้า สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็สามารถเดินหน้าสืบสวนต่อไปได้ แต่ต้องจับตาดูการชี้มูลความผิดของ ป.ป.ช. เพราะจะถือเป็นการชี้ชะตาเก้าอี้ ผบ.ตร. อีกครั้งหนึ่ง ถามหาสปิริตตำรวจไทยนั้น คุณผู้ชมอย่าไปถามหาเลยค่ะตอนนี้ มันหายากเหลือเกิน งมเข็มในมหาสมุทรยังง่ายกว่าเลย คุณไพศาล พูดต่อด้วย เรื่องเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ตระกูลวงษ์สุวรรณ จะดำเนินการทั้งในและนอกกฎหมายกับคนที่ทำให้เสียหาย คุณไพศาลบอกว่า คำพูดดังกล่าวทำให้คนไทย คนในสังคมตกอกตกใจ เพราะถือเป็นการแสดงพฤติกรรมที่หมิ่นเหม่ว่า หากผู้ถืออาวุธไม่มีวินัยก็ไม่ต่างอะไรกับโจร แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้บอกให้ชัดว่าจะเล่นกันนอกกฎหมายอย่างไร ยิ่งสร้างความสับสนให้บ้านเมือง เพราะสามารถตีความได้หลายแง่มุม นี่เป็นการวิเคราะห์ของคุณไพศาล พืชมงคล
       
       เอาละค่ะไม่เป็นไรค่ะ ให้คุณพัชรวาทไปอยู่ต่างประเทศสักพักหนึ่ง 10 กว่าวัน ดูซิว่าทีมสืบสวนสอบสวนคดีคุณสนธิจะทำงานได้อย่างสบายอกสบายใจ ไม่เจอตอที่ใหญ่กว่าหรือเปล่า จริงๆ แล้วเรื่องแบบนี้คนในสังคมก็รับรู้กันอยู่แล้วนะคะว่า ความจริงมันคืออะไร แต่อยู่ที่คนใหญ่คนโตในบ้านเมืองของเราจะกล้าพูด จะกล้าตัดสินใจหรือเปล่า นี่เป็นการวัดใจกันนะคะ ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินว่า คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับพรรคประชาธิปัตย์ สมควรจะอยู่ในรัฐบาลต่อไปอีกหรือไม่ นี่เป็นการชี้ชะตาอนาคตของรัฐบาลชุดนี้แล้วค่ะ คุณอภิสิทธิ์จะทิ้งอนาคตที่สวยสดงดงามสำหรับนักการเมืองรุ่นใหม่ เลือดใหม่ ที่เป็นความหวังของประชาชน ไว้กับบุคคลเหล่านี้ หรือท่านจะกล้าตัดสินใจทำเพื่อที่จะก้าวต่อไป ทำให้สังคมไทยน่าอยู่ และการเมืองที่น่าชื่นชม น่ารื่นรมย์มากกว่าที่เป็นอยู่นี้
       
       เอาล่ะค่ะ เราไปดูความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงเหิมเกริมที่สนามหลวงกันบ้าง วันนี้จตุพร พรหมพันธุ์ ออกมาพูด ชี้แจงเลย บอกว่า การชุมนุมกันของคนเสื้อแดงจะทำอะไรกันบ้าง เขาบอกเขาจะเปิดรับใบฎีกาที่จะขอพระราชทานอภัยโทษ ยื่นถวายฎีกาให้กับอดีตนายกรัฐมนตรี หรือ นช.ทักษิณ ชินวัตร เขาจะปิดรับใบฎีกาจากคนเสื้อแดงตอนเที่ยงคืนตรง และก็จะมีการสลับการปราศรัยไปจนถึง 6 โมงเช้าของวันพรุ่งนี้ และก็ยังคุยโวอีกด้วยว่า เชื่อว่ายอดใบฎีกาจะมียอดเกิน 3 ล้านฉบับแล้ว และจะใช้เวลา 7 วันนับจากวันนี้ไป ตรวจสอบว่ามีการซ้ำซ้อน รายชื่อถูกต้องไหม ส่วนจะยื่นถวายฎีกาวันไหนนั้น จะแถลงให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง และจตุพรยังบอกอีกด้วยว่า ที่เข้าใจกันว่าจะมีการยื่นถวายฎีกาในวันที่ 7 สิงหาคม เป็นการตีความกันเองว่าต้องการให้ตรงกับวันเสียงปืนแตก ซึ่งกลุ่มคนเสื้อแดงไม่มีแนวคิดเช่นนั้นเลย ค่ะ พ่อแม่พี่น้องขา นี่ฟังจตุพรพูดนะค แล้ว นช.ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรี จะโฟนอินเพื่อขอบคุณประชาชนตอน 2 ทุ่มครึ่ง แล้วตอนนี้ข่าวล่ามาเร็ว นี่ล่ะค่ะ ภาพสดนะคะ โฟนอิน ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ แหม อันนี้ต้องพิจารณากันเองนะคะว่าตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จหรือเปล่า แหม เสียดายเราไม่ได้ยินเสียง แต่ก็อย่าไปฟังเลยค่ะ เดี๋ยวพ่อแม่พี่น้องเราบางคนจะหงุดหงิด บอกว่าเห็นหน้าก็หงุดหงิดแล้ว อย่าให้ฟังเสียงเลย เดี๋ยวจะงุ่นง่านกันไปใหญ่
       
       และที่สำคัญ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นี่เป็นประเด็นใหญ่อีกประเด็นหนึ่งนะคะ ณัฐวุฒิออกมาบอก บอกว่า เมื่อรวบรวมเสร็จแล้ว ปิดยอดแล้ว ตัวเลขจะประมาณ 3-4 ล้านคนเลยนะคะพ่อแม่พี่น้อง 3-4 ล้านคนเลย ที่จะมีการยื่นถวายฎีกา ปรากฏว่าณัฐวุฒิยังพูดถึงการจะถวายฎีกาด้วยวิธีการไม่ผ่านองคมนตรี เพราะเขาบอกว่า การผ่านองคมนตรีนั้น องคมนตรีบางท่านเขาไม่ไว้วางใจ เขาจะส่งตรงไปถึงสำนักพระราชวัง เพราะว่าวิธีการแบบนี้จะตัดตอนได้ว่าองคมนตรีจะไม่เข้าไปแทรกแซง เออ ดูวิธีคิดของเขานะพ่อแม่พี่น้องขา ณัฐวุฒิยังพูดอีกด้วยว่า หลังจากทูลเกล้าฯ จะไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดการกดดันพระบรมราชวินิจฉัย โถ!! ไอ้ณัฐวุฒิเอ๊ย ที่เอ็งทำอยู่เนี่ยเขาเรียกว่าเกิดการกดดันพระองค์ท่านแล้วล่ะ อย่าทำเป็นแกล้งโง่ ต้องพูดกันตรงๆ แบบนี้
       
       จริงๆ แล้ว พ่อแม่พี่น้อง วิธีการและขั้นตอนในการยื่นถวายฎีกานั้น โดยประเพณีปฏิบัติก็คือจะต้องผ่านการกลั่นกรองขององคมนตรีก่อน ก็คือจะต้องยื่นผ่านองคมนตรีเสียก่อน เพราะว่านี่เป็นการ เป็นเรื่องซึ่งจะต้องผ่านไปยังสำนักพระราชวัง ต่อไปยังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เพราะฉะนั้นทุกเรื่องจะต้องผ่านการวินิจฉัยขั้นหนึ่งก่อน จะต้องมีการกลั่นกรองขั้นหนึ่งก่อนจากบรรดาองคมนตรี เพราะฉะนั้นวิธีการ ขั้นตอนเหล่านี้ พ่อแม่พี่น้องเห็นไหมคะ ว่ามันนึกจะทำอะไรก็ทำ เวลาที่มันจะหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มันก็ทำ เวลาที่มันจะร้องขอความช่วยเหลือ มันก็ทำ คนเหล่านี้พ่อแม่พี่น้องคงไม่ต้องหาคำนิยามให้ เพราะเรารู้ๆ กันดีอยู่แล้ว
       
       และเรื่องนี้เราคงต้องตามกันต่อว่า ตกลงแล้วว่าแผนการขั้นต่อไปของ นช.ทักษิณ ชินวัตร จะทำอย่างไรกันต่อ แต่ทั้งบ้านทั้งเมืองเขาออกมาคัดค้าน เขาออกมาด่าสาปแช่งกันหมด ว่าทำกันไปอย่างนี้ได้อย่างไร แล้วรัฐบาลเองก็ดูเหมือนว่าความรู้สึกช้าเหลือเกินนะคะ หรือจะเป็นโรคอะไรก็มิอาจจะตอบได้ 21.00 น.วันนี้ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จะชี้แจงแถลงไขทำความเข้าใจกับประชาชนที่ได้ร่วมลงนามไปแล้ว หรืออาจจะกำลังคิดจะร่วมลงนามยื่นถวายฎีกา พ่อแม่พี่น้องคะ อย่างที่บอก ถ้าบอกว่า เห็นใจเขามีงานหลายอย่างที่ต้องทำ แต่งานทุกอย่างเขาต้องทำได้พร้อมๆ กันด้วย เพราะว่าเขารับอาสาที่จะมาแก้ปัญหาให้กับคนไทยทั้งประเทศแล้ว 21.00 น.คืนนี้ ดูกันซิว่ารัฐบาลจะว่าอย่างไร แต่พันธมิตรฯ หลายคนโทรศัพท์มาบอกว่า ไม่ดูหรอก ดูรายการพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยดีกว่า มีอะไรเด็ดๆ ให้ดูเยอะเลยค่ะค่ำคืนวันนี้ พลาดไม่ได้เลยนะคะ เพราะว่าคนแก่ขี้ใจน้อย ขี้ตีโพยตีพาย ใช่รึเปล่าไม่รู้นะคะ เดี๋ยวคืนนี้ต้องรอฟังคำตอบจากคนแก่คนนี้ดูว่าเขาขี้ใจน้อย ขี้ตีโพยตีพาย ไม่ได้ดั่งใจแล้วออกมาร้องแรกแหกกระเฌอ หรือเปล่า สาธิต ปิตุเตชะ ถ้าคุณมีประสบการณ์ทางการเมือง หรือว่ามีความคิดมากกว่านี้สักหน่อย คุณคงจะไม่พูด ไม่วิพากษ์วิจารณ์ และพูดคำนี้ออกมา เดี๋ยวฟังคนแก่คนนี้พูดกันในค่ำคืนวันนี้
       
       ก่อนที่จะพักกันมีข่าวฝาก วันนี้มีพันธมิตรฯ เจอน้องแอ้ม สโรชา ที่ TOP สาขาทองหล่อ หยิบยื่นสตางค์ให้จำนวนไม่น้อย บอกว่า ช่วยพันธมิตรฯ สู้คดี 10,000 บาท ให้ ASTV 10,000 บาท อีกรายให้ ASTV 1,000 บาท กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง เรายังช่วยเหลือเกื้อกูลกันอยู่ ความรักมันมั่นคงและยั่งยืนเหลือเกินสำหรับพ่อแม่พี่น้องพันธมิตรฯ และ ASTV จอจะไม่ดับแน่นอนถ้าหากว่า พ่อแม่พี่น้องช่วยกันสมัครรับข่าวมือถือของ ASTV พิมพ์ข้อความ ตัว R ส่งไปที่ 4321000 เราจะหักเงินเดือนละ 200 บาท บวกภาษีนิดหน่อย มีข่าวฝากมาจากท่านจันทร์ ขอเชิญชวนพ่อแม่พี่น้องสมัครสมาชิก SMS รักธรรมะ ซึ่งจะส่งเป็นบทกลอนธรรมะ ที่ท่านจันทร์แต่งขึ้นมา แล้วนำมาจากคำสอนของพระพุทธเจ้า ตลอดจนผู้รู้ท่านอื่นๆ ส่งเป็นกำลังใจให้สมาชิก วันละ 3 ข้อความ เช้า บ่าย เย็น ตอนนี้ทำมาแล้ว 3 เดือน ผู้คนสนใจกันมากมาย กดสมัครมาที่ *471668811 กดโทรออก สำหรับระบบ DTAC และ AIS ส่วน TRUE MOVE พิมพ์ 881 ส่งมาที่ 4716101 ท่านจันทร์ฝากข้อความมาว่า สำหรับผู้สูงอายุกดโทรศัพท์ไม่เป็น โทรศัพท์มาที่ 0-2733-4000 รับฟรี 15 วัน จะต่ออายุหรือเลิกก็ได้ ถ้าต่อเดือนละ 29 บาทเท่านั้น
       
       ข่าวดี เมื่อเช้านี้ คุณสมศักดิ์ โกศัยสุข หัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ พร้อมด้วยเลขาธิการพรรค คุณสุริยะใส กตะศิลา และสมาชิกพรรคการเมืองใหม่ ทำพิธีร่วมกันเปิดศูนย์ประสานงานพรรคการเมืองใหม่ บ้านเลขที่ 43 ถนนเชื้อเพลิง พระราม 4 ทำบุญตักบาตร และเปิดพิธีอย่างเป็นทางการ ช่วงบ่ายแกนนำพันธมิตรฯ จากภาคต่างๆ ขึ้นเวทีร่วมกันปราศรัย สลับกับการแสดงดนตรี และจำหน่ายสินค้าเพื่อระดมทุนเข้าพรรคการเมืองใหม่ นี่เป็นศูนย์ประสานงานแห่งแรกของกรุงเทพมหานคร สำหรับพรรคการเมืองใหม่ ในส่วนของต่างจังหวัด มีการทยอยเปิดที่ทำการศูนย์ไปบางจังหวัดแล้ว หากพ่อแม่พี่น้องสนใจจะสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใหม่ ให้เตรียมเอกสาร สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประชาชน อย่างละ 2 ชุด พร้อมกับรูปถ่าย 2 รูป สมัครเป็นสมาชิกพรรคได้ที่ทำการประสานงานพรรคการเมืองใหม่ทุกแห่งทั่วประเทศ รวมทั้งที่สำนักงานใหญ่ด้วย
       
       ข่าวฝากจากพี่วีระ สมความคิด สำหรับงานโครงการธารน้ำใจจากแนวหลังสู่ทหารกล้า และเสวนาการเมืองใหม่ โดยพี่วีระ ในวันที่ 1 สิงหาคม ที่หมู่บ้านศีรษะอโศก จ.ศรีสะเกษ ฝากข่าวถึงพ่อแม่พี่น้องที่จะไปร่วมงาน เตรียมเครื่องนอนและอุปกรณ์กันฝนไปด้วย ช่วงนี้ฝนตกและอากาศเย็น ต้องระมัดระวังรักษาสุขภาพ ทำร่างกายให้แข็งแรงเผื่อจะมีงานใหญ่ให้ออกมาร่วมกันทำบุญเพื่อประเทศอีกครั้งหนึ่ง
       
       เราพักกันก่อน ช่วงหน้ามาพบกับแขกพิเศษในค่ำคืนวันนี้ เดี๋ยวต้องตอบคำถามว่า ขี้ใจน้อย เป็นคนชอบตีโพยตีพายเมื่อไม่ได้ดั่งใจหรือเปล่า คุณสนธิ ลิ้มทองกุล พักกันก่อนค่ะ
       
       (เบรก 2)
       
       สนธิ - สวัสดีครับ พ่อแม่พี่น้องชาวพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และท่านผู้ชมที่ชม ASTV ทีวีหลักที่ให้ปัญญาแก่ประชาชน พี่น้องครับ สังเกตผมใช้คำว่า ASTV ทีวีหลัก เหตุผลก็เพราะว่า ASTV เป็นทีวีช่องเดียวที่เป็นทีวีหลักในการให้ปัญญากับประชาชน ส่วนช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง 9 ช่อง 11 นั้น กลับเป็นทีวีทางเลือก ASTV ไม่ใช่ทีวีทางเลือกพ่อแม่พี่น้อง แต่ว่าเป็นทีวีหลัก เพราะว่า ASTV นั้นเป็นทีวีที่สู้เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และราชบัลลังก์มาตลอด ไม่ใช่ทีวีน้ำเน่า เพราะฉะนั้นแล้วพี่น้องต้องจำเอาไว้ เมื่อเขาบอกว่า สื่อทางเลือก ทีวีทางเลือก พ่อแม่พี่น้องต้องนึกถึง 3 5 7 9 11 ทันที แต่ถ้าเขาพูดถึงทีวีหลัก พี่น้องต้องนึกถึง ASTV เท่านั้นเอง เพราะว่า ASTV เท่านั้น เป็นทีวีที่ให้ความรู้กับประชาชน
       
       วันนี้ผมจะมาพูดเรื่อง 2 เรื่อง เรื่องแรกคือการเสียดินแดน ในที่สุด ในยุคของพรรคประชาธิปัตย์ แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของบทบาทของทหารไทยในยุคที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นผู้บัญชาการทหารบก และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ดูแลฝ่ายความมั่นคง
       
       เมื่อผมจะพูดถึงเรื่องการเสียดินแดนครั้งนี้ คุณแอน จินดารัตน์ เมื่อกี้เขาฝากให้ผมตอบคำถาม นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมาบอกว่าผมเป็นคนแก่ขี้ใจน้อย พอไม่ได้อะไรดังใจแล้วก็โวยวาย ความจริงแล้ว ไม่ค่อยอยากจะตอบ เพราะว่าคุณสาธิตเป็นเด็กรุ่นหลัง แล้วก็ไม่มีราคาอะไรทั้งสิ้น คนที่ไม่เคยสู้เพื่อชาติ เพื่อบ้านเพื่อเมือง มีแต่ตีฝีปาก พูดจากระแนะกระแหน ประชดประชัง ซึ่งเป็นลักษณะของคนชาวประชาธิปัตย์ พวกประเภทเนรคุณคน นอกจากนั้นแล้วยังไม่พอ ยังเป็นนักฉกฉวยโอกาส
       
       เรื่องชาติ เรื่องบ้านเรื่องเมือง เรื่องการเสียดินแดนในยุคที่พรรคคุณเป็นรัฐบาล คุณทำไมไม่พูดบ้าง ทำไมไม่โวยวายบ้าง ความอยุติธรรมในสังคมคุณไม่เคยพูด คุณสนใจอยู่อย่างเดียว คือพอผมพูดความจริงอะไรขึ้นมาแล้วมันไปกระเทือนพรรคของคุณ คุณก็ออกมาใช้รูปแบบเดิมๆ ของพรรคประชาธิปัตย์ มาว่าผมโวยวายบ้าง ไม่ได้อะไรดังใจบ้าง ไม่เป็นไรหรอกครับ คนไม่มีราคาอย่างคุณ ไม่มีความหมาย พ่อแม่พี่น้องชาวพันธมิตรฯ ที่ระยอง อย่าลืมคนที่ชื่อสาธิต ปิตุเตชะ อย่าลืมพี่น้อง เลือกตั้งงวดหน้าสั่งสอนเขาเสียหน่อยนะครับ เลือกตั้งงวดหน้าพี่น้องชาวระยองแสดงพลังให้ดูหน่อย นะครับ ว่าคนๆ นี้เหมาะหรือไม่ที่จะเป็นตัวแทนของท่าน
       
       พี่น้องครับ ก่อนที่ผมจะพูดเรื่องเขาพระวิหารอีกครั้งหนึ่ง ผมอยากให้พี่น้องดูสารคดีประมาณ 4 นาทีครึ่ง เรื่องเกี่ยวกับเขาพระวิหาร พอจบสารคดีแล้วเดี๋ยวเรามาพูดกัน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ไม่ใช่เรื่องเล็ก เชิญครับ
       
       (VTR)
       
       พ่อแม่พี่น้องครับ เพื่อความเข้าใจในเรื่องที่ผมจะพูดนั้น อยากให้ดูแผนที่ซะใหม่ ช่วยเอาภาพที่ 7 ขึ้นบนจอให้พ่อแม่พี่น้องดู แล้วผมจะอธิบายให้ฟัง พี่น้องดูให้ดีๆ นะครับ เดิมทีประเทศไทยยึดถือตามหลักสากล สีแดงคือสีแนวตามสันปันน้ำ นี่คืออาณาเขต ซึ่งเขาพระวิหารนี้ เมื่ออยู่หลังแนวตามสันปันน้ำ ย่อมถือว่า เขาพระวิหาร ต้องเป็นของไทย แต่การต่อสู้ในศาลโลกนั้น ซึ่ง ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งท่านเสียชีวิตไปแล้ว ท่านเป็นทนายความให้ประเทศไทย แพ้คดี เหตุผลที่แพ้คดีเนื่องจากมีองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น กรรมการของ ผู้พิพากษาของศาลโลกประกอบด้วยประเทศทางตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเจ้าอาณานิคมเก่าของเขมร เลยทำให้มีความอคติหลายประการ และความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของไทยและทีมทนายความไทย ทำให้แพ้ไป แต่แพ้ไปแล้ว ประเทศไทยยังสงวนสิทธิ์ บอกไม่ยอมรับ ยังสงวนสิทธิ์บอกว่า หากมีข้อมูลใหม่ขึ้นมาแล้วเราจะสู้อีก แล้วเราไม่ยอมรับมติอันนี้ แต่ไหนๆ ศาลโลกพิพากษาแล้ว
       
       เอาภาพที่ 8 ขึ้นมาครับ เราก็เลยตีแนวเขตแดนตามที่ไทยยึดถือ เส้นสีเหลือง คือเส้นซึ่งบอกว่า เอาละ ถ้าตัดสินว่าเขาพระวิหารเป็นของเขมรก็เอาเฉพาะตรงนี้ไป ก็ถูกต้องแล้วครับเฉพาะตรงนี้ เป็นแนวตามมติ ครม. ตั้งแต่ พ.ศ.2505 เป็นเวลา 47 ปีที่แล้ว เขมรก็ยอมรับตรงนี้ ด้วยเหตุนี้การขึ้นมาต้องขึ้นมาทางฝั่งไทย
       
       ต่อมาขอดูภาพที่ 9 เขมรเลยตีแนวเขตแดนที่ตัวเองยึดถือ ก็คือเส้นสีน้ำเงิน หมายความว่า รุกพื้นที่เข้าไปอีก 4.6 ตารางกิโลเมตร เขาบอกว่า นี่คือที่ของเขา ทำไมเขาถึงพูดว่านี่คือที่ของเขา ที่เขาพูดว่านี่คือที่ของเขา เหตุผลเพราะว่า เรามีรัฐบาลขายชาติที่ผ่านมา 2 รัฐบาล ดันทะลึ่งไปทำแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ในกรณีของการจะอนุญาตให้กัมพูชายื่นขอให้เขาพระวิหารเป็นมรดกโลก พี่น้องจำได้ไหมครับ ผมพูดเรื่องนี้มาตั้งไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ผมบอกว่า ทำไมรัฐบาลชุดคุณสมัคร สุนทรเวช และชุดคุณสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งเริ่มมาจากรัฐบาลชุดคุณทักษิณ ถึงเป็นรัฐบาลขายชาติ เหตุผลเพราะว่าจงใจที่จะให้เขมรยื่นเข้าสู่คณะกรรมการมรดกโลกแต่ผู้เดียวโดยไทยไม่ยื่นแข่ง เพราะถ้าไทยยื่นด้วย ไทยจะบอกว่า มรดกโลกตรงนี้เนื่องจากว่าเขมรได้เพียงแค่นี้ ถ้าคุณจะเอาพื้นที่ตรงนั้นตามกติกามรดกโลก พื้นที่ที่อยู่แถวนี้จะต้องร่วมกันบริหารจัดการ ไม่ใช่เป็นของเขมรและไม่ใช่เป็นของไทย แต่เป็นของไทยและเขมร ที่ต้องทำงานร่วมกัน แต่ว่าเราไม่ยื่น เพราะว่าเราจงใจ โดนพวกคนขายชาติ รัฐบาลที่ผ่านมา 3 รัฐบาล จงใจไม่ให้ยื่น แล้วออกแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา เมื่อออกแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา เท่ากับว่าเรายอมรับว่าที่เขมรตีเส้นสีน้ำเงินถูกต้อง พี่น้อง เข้าใจหรือยังพี่น้อง ด้วยเหตุนี้พี่น้องพันธมิตรประชาชชนเพื่อประชาธิปไตยถึงต้องฟ้องศาลรัฐธรรมนูญ และศาลปกครอง และในที่สุดแล้วศาลก็มีมติว่า แถลงการณ์ร่วมนั้นผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 เมื่อผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 190 แล้ว แถลงการณ์ร่วมต้องเป็นโมฆะ ทีนี้มันเกิดอะไรขึ้น แถลงการณ์ร่วมเป็นโมฆะในประเทศ แต่จนบัดนี้ พี่น้องครับ จนบัดนี้รัฐบาลไทยยังไม่ได้แจ้งไปทางต่างประเทศอย่างเป็นทางการว่าแถลงการณ์ร่วมที่เราเคยเซ็นกับเขมรมานั้นมันเป็นโมฆะไปแล้ว เพราะว่าศาลรัฐธรรมนูญพิพากษาว่าไม่ถูกกฎหมาย เมื่อไม่ถูกกฎหมายแล้ว แถลงการณ์ร่วมนั้นย่อมใช้ไม่ได้ เมื่อย่อมใช้ไม่ได้แล้ว เส้นสีน้ำเงินที่เขมรตีมาแล้วเราไปยอมรับสมัยรัฐบาลสมัคร และรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ โดยรัฐมนตรีฯ ต่างประเทศที่ชื่อนายนพดล ปัทมะ เป็นผู้ดำเนินการนั้น ย่อมไม่ถูกต้อง แต่เรายังไม่แจ้งเขาไป เมื่อเรายังไม่แจ้งเขาไป มาถึงยุครัฐบาลชุดพรรคประชาธิปัตย์ มาถึงยุคพรรคประชาธิปัตย์ พื้นที่ที่พ่อแม่พี่น้องเห็นแถวๆ นี้ ในที่สุดแล้ว ถูกรุกออกมาข้างนอก เมื่อรุกออกมาข้างนอกแล้ว เขาก็ขับไล่ทหารไทยออกไป ขับไล่ทหารไทยออกไปแล้วเขาก็มาตั้งชุมชนของเขา เหมือนอย่างที่สารคดีนั้นออกมา พี่น้องรู้หรือเปล่าว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น 4.6 ตารางกิโลเมตร ที่ผมพูดนี้ ตอนนี้มีแต่ทหารกัมพูชา ไม่มีทหารไทยอยู่เลย วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ ซึ่งเป็นวัดชุมชนกัมพูชา มาสร้างและรุกล้ำอธิปไตย ทหารไทยเคยส่งหนังสือประท้วง แล้วเกิดอะไรขึ้น ก็ไม่เกิดอะไรขึ้น ตอนนี้กลายเป็นชุมชน มีร้านค้าเกิดขึ้นมาจำนวนมาก ดินแดนไทยที่เคยเป็นของไทย มีทหารไทย 10 คน คอยขึ้นไปบนเขาที่วัดแก้วฯ ตอนเช้า อยู่ในสภาพที่ถูกสั่งห้ามไม่ให้พกอาวุธ ห้ามใส่ชุดทหาร แล้วพอตกเย็นต้องถูกทหารกัมพูชาไล่ลงจากเขาพระวิหาร เอ๊ะพี่น้อง นี่มันเป็นประเทศไทยหรือประเทศกัมพูชากันแน่ มันเป็นที่ๆ ของเราแท้ๆ มันเป็นที่ของเราแท้ๆ แต่เนื่องจากว่ารัฐบาลมีนโยบายสันติ ทหารก็มีนโยบายสันติ
       
       พี่น้องครับ ระหว่างสันติ กับอธิปไตย พี่น้องเลือกเอา ถ้าอย่างนั้นแล้วใครก็ตามที่มารุกพื้นที่เรา แล้วเราบอกว่าอย่าไปปะทะ สันติๆ แล้ววันดีคืนดีเราตื่นมามันบอกว่านี่ที่ของผม แล้วเราจะทำอย่างไร พี่น้องครับ ผมไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ไทยจารึกว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคเดียวที่ทำให้ไทยต้องเสียดินแดนถึง 2 ครั้ง
       
       พี่น้องครับ เรื่องอธิปไตยเหนือดินแดนเป็นเรื่องที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตคนไทย และที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตทหาร และเป็นที่เจ็บช้ำพระหฤทัยขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาก เพราะว่าพวกคุณบริหารชาติบ้านเมืองกันอย่างไร พวกคุณเป็นทหารในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้อย่างไร ที่ในยุคคุณ ที่มี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นผู้บัญชาการทหารบก มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีรัฐบาลชุดพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำ ทำให้ไทยต้องเสียดินแดนถึง 4.6 ตารางกิโลเมตร พี่น้องเข้าใจคำพูดผมหรือยัง
       
       พี่น้องครับ พี่น้องรู้หรือเปล่าว่าทหารรุ่นหนุ่มๆ เด็กๆ นายพัน นายร้อย ที่กองกำลังสุรนารีน่ะ น้ำตาตกใน เลือดคั่ง ช้ำใจ แค้นใจ เพราะว่าทางส่วนกลางบอกว่าไม่ให้ปะทะ ไม่ให้ปะทะทั้งสิ้น เขมรพี่น้องรู้ไหม มันมีทั้ง RPG มันมีทั้งปืนครก มันมีทั้งปืนกล มันมีทั้งอาวุธหนัก ทหารไทยมีแต่ปืนติดตัวเท่านั้นเอง แล้วก็ปะทะมาตลอดตั้งแต่ 3 ตุลาคม 2551 , 6 ตุลาคม 2551 , 15 ตุลาคม 2551 , 26 มกราคม 2552 , 3 เมษายน ปะทะมาตลอด วันดีคืนดีทหารไทยเดินอยู่ในพื้นที่ของไทย ดันไปเหยียบกับระเบิดซึ่งเขมรมันรุกมาวางไว้ในพื้นที่ไทย เพื่อไล่ออกไป แล้วผู้ใหญ่บ้านเรา นักการเมืองบ้านเรา ก็แอบไปจับมือกับฮุน เซน แอบไปจับมือกับพวกเขมรที่พนมเปญ แล้วก็ไปกินเหล้า กินน้ำชา กินข้าว แล้วก็บอกว่ากลับไปเราเป็นมิตรเป็นสหายกันนะ เราอย่าทะเลาะกัน เราอย่าเถียงกัน ด้านหนึ่งเราไม่เถียงกับมัน ไม่ทะเลาะกับมัน แต่มันก็รุกคืบๆ เราไปตลอด พี่น้องครับ ประวัติศาสตร์ไทยเนี่ย อธิปไตย เขาจะไม่ได้มาบนโต๊ะเจรจา ถ้าฝ่ายหนึ่งใช้กำลังรุกเข้ามา อธิปไตยนั้นจะปกป้องได้อยู่อย่างเดียว ก็คือ ถ้าคุณรุกอธิปไตยต้องยิง ต้องสู้กัน จนกระทั่ง พี่น้องไม่เคยคิดเลยเหรอ ทำไมพี่น้องไม่เคยคิดล่ะ ตั้งแต่ 2505 ที่เราตีเส้นนี้มา ถึงเขมรไม่ยอมรับ เคยมีเรื่องกันไหม ก็ไม่เคย ที่ไม่เคยก็เพราะว่าเรายืนยัน เรามีกำลังทหารเราปกป้องพื้นอธิปไตยของเรา เขมรมีก็อยู่ในพื้นที่สีเหลืองของเขา แต่พอแถลงการณ์บ้านี่ออกมา แถลงการณ์ขายชาตินี่ออกมา แล้วเราดันทะลึ่งมีนักการเมืองขายชาติบางคน แอบไปตกลงกันฮุน เซน ผมไม่รู้ว่าใคร แล้วในที่สุดกลับมาแล้วบอกว่า ให้หลีกเลี่ยงการปะทะ ให้หลีกเลี่ยงการปะทะ ไอ้ฮุน เซน มันก็สั่งทหารมัน เอ้ามึงรุกเข้าไป กูหลอกมันได้เรียบร้อยหมดแล้ว มันไม่ปะทะหรอก มึงรีบกินพื้นที่เข้าไปเรื่อยๆ
       
       พี่น้องครับ มันเป็นเรื่องช้ำใจ ช้ำใจมากๆ อะไรไม่สำคัญ พี่น้องฟังคำพูดนี้ ผมจำได้เลย เดี๋ยวจะหาว่าผมมีอะไรกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เพราะนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นคนพูด ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่าสนธิมันทำวุ่น ก็ถ้าชาติบ้านเมือง เพื่อชาติ เพื่อบ้านเพื่อเมือง ถ้ามันจะวุ่นก็ต้องให้มันวุ่น ผมยอมทำให้มันวุ่น เพราะว่าชาติบ้านเมืองมันไม่ใช่ชาติบ้านเมืองในอดีตอีกต่อไปแล้ว และมันเป็นชาติบ้านเมืองที่ผมมีสิทธิ์ พี่น้องทุกคนมีสิทธิ์ ไม่ใช่คนบางคนแอบไปจับมือกับฝ่ายตรงกันข้ามเพื่อหวังผลประโยชน์ในอ่าวไทย และก็มาบอกว่า สนธิ อย่ายุ่ง พี่น้องจำได้ไหมนายสุเทพ เทือกสุบรรณ วันที่ 26 มิถุนายน เขาพูดยังไงรู้ไหม เขาพูดบอกว่า เขากำลังจะเดินทางไปเขมร นะครับ เขาจะเดินทางไปเขมรเพื่อไปเจรจา ไปเจรจาตามที่นายกฯ อภิสิทธิ์ นายกฯ อภิสิทธิ์พูดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน นายกฯ เขาพูดบอกว่า ท่านรองฯ สุเทพไปย้ำถึงจุดยืนของไทยที่ไม่ต้องการให้การขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก คือนายกฯ อภิสิทธิ์ สั่งนายสุเทพ บอกเลย ที่นายสุเทพไปพบฮุนเซน ไปเพื่อบอกว่า จุดยืนไทยไม่ต้องการให้ขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก ยืนยัน นายกฯ อภิสิทธิ์ ไม่เห็นด้วยกับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จะเห็นด้วยได้อย่างไร เพราะสมัยนายกฯ อภิสิทธิ์ เป็นหัวหน้าฝ่ายค้าน นายกฯ อภิสิทธิ์ เป็นคนอภิปรายในสภา ระบุชัดเลยว่า แถลงการณ์ร่วมนั้นเป็นแถลงการณ์ที่บัดซบ แถลงการณ์ร่วมนั้นเป็นแถลงการณ์ขายชาติ แถลงการณ์ร่วมนั้นผิด เพราะฉะนั้นนายกฯ อภิสิทธิ์เลยมีจุดยืนเหมือนเดิม นายสุเทพ วันเดียวกันนั้น บอกว่า ผมคงไม่เอาเรื่องอะไรไปพูดเป็นปัญหาก็แล้วกัน และท่านนายกฯ ไม่ให้ผมไปพูดเรื่องปราสาทพระวิหาร แต่ให้ผมไปเจรจาให้เป็นมิตรและไมตรีต่อกัน เจรจาเป็นมิตรได้อย่างไร ก็เขาสั่งว่า ไปแจ้งอย่าเอาเขาพระวิหารขึ้นทะเบียนมรดกโลก เพราะว่ามันมีปัญหา ปรากฏว่า นายสุเทพกลับมาวันที่ 27 นายสุเทพบอกว่า ความรุนแรงเขาพระวิหารจะลดระดับลง อย่าไปคิดว่าเขาพระวิหารจะมีอะไรโต้แย้งระหว่างไทย-กัมพูชา เพราะศาลโลกตัดสินมาตั้งหลายสิบปีแล้วว่าเขาพระวิหารเป็นของกัมพูชา ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ต่อสู้คดีเขาพระวิหาร ที่ศาลโลก แล้วสงวนสิทธิ์ไม่ยอมรับคำพิพากษา แต่นายสุเทพซึ่งเป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ในวันนี้ มาพูดว่า เขาพระวิหารอย่าพูดเลยเพราะเป็นของเขมรไปตั้งนานแล้ว พี่น้องครับเห็นหรือยัง
       
       เอาละ ผมจะให้ดูพื้นที่ทางทะเลเพิ่มเติม กลับมาที่แผนที่ หมายเลข 1 ตรงนี้คือเกาะกูด แล้วของไทย ปี 2516 ของไทยลากเส้นสีแดง ทำไมเราต้องลากเส้นสีแดง เพราะเรานับจากเกาะกูด เกาะกูด ตามหลักกฎหมายทะเลสากล พื้นที่ที่เป็นเกาะนั้นเรามีสิทธิ์ 12 ไมล์ทะเลรอบตัว เราเลยลากมาอย่างนี้ 2516 รูปที่ 2 จู่ๆ เขมรไม่ใช้หลักเกณฑ์อะไรเลย ตั้งที่หลักเขต 73 แล้วลากเส้นตัดเกาะกูดออกไปครึ่งหนึ่ง ซึ่งเราไม่ยอม ของเขาลากในปี 2515 เราเลยลากของเราปี 2516 พี่น้องครับ พื้นที่ทับซ้อนไม่ว่าจะเป็นพื้นดินหรือในทะเล ต่างคนต่างลาก จะอ้างอะไรเราไม่ว่าทั้งสิ้น แต่ลากเพื่อยันกันเอาไว้ก่อน ไม่ใช่ไม่ลากแล้วยอมให้คนอื่นลากอยู่ฝ่ายเดียว ด้วยเหตุผลตรงนี้ก็เลยเป็นพื้นที่ทับซ้อนหมดเลย ตั้งแต่เส้นสีแดงลงมาเส้นสีเหลือง นี่ละครับพี่น้องเป็นพื้นที่ทับซ้อน และตรงนี้แหละ ขอเชิญมารูปที่ 3 ตรงนี้ที่เป็นพื้นที่ทับซ้อน คือแหล่งน้ำมัน แก๊สธรรมชาติ ที่เขาพิสูจน์แล้วว่ามีมูลค่า 5 ล้านล้านบาท มีอยู่ 2 พันล้านบาร์เรล ตรงนี้แหละเป็นพื้นที่ทับซ้อน จะเจรจากันอย่างไร
       
       พี่น้องฟังผมดีๆ ตามผมมา ต่อมา ภาพที่ 4 นายทักษิณ ชินวัตร 18 มิถุนายน 2545 ไปตกลงกับเขมรว่าเอาอย่างนี้ ตรงสีน้ำเงินคือที่ที่ต้องแบ่งเขตกันระหว่างไทย-กัมพูชา ส่วนที่ข้างล่างให้มาพัฒนาร่วมกัน นี่คือสิ่งซึ่งนายทักษิณไปเสนอ รูปที่ 5 พี่น้องจะเห็นได้ชัด เส้นสีแดงคือเส้นของเรา เส้นประคือเส้นเขมร พื้นที่ที่เป็นแหล่งแก๊สธรรมชาติ คือวงกลมสีเหลือง ต่อไปที่รูป 6 เพราะฉะนั้นจะเห็นว่า เส้นปรุๆ สีน้ำเงินของเขมรนั้นมาตัดเกาะกูดเราทิ้งไปเลย ตัดเกาะกูดทิ้ง ซึ่งถ้าเขาไม่ตัดเกาะกูด เพราะเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะตัดเกาะกูด เขาก็จะต้องออกมาอย่างนี้ แล้วเขาก็จะต้องลงมาอย่างนี้ เมื่อลงมาอย่างนี้แล้ว อย่างน้อยที่สุดตรงที่มีแก๊ส น้ำมัน ตรงนี้ ต้องแบ่งครึ่งกันแล้ว แต่ตอนนี้เขมรจะเอาหมด พี่น้องเข้าใจหรือยัง เขมรจะเอาหมด ผมจะบอกให้ อะไรมันเกิดขึ้น พี่น้องครับ พูดแล้วมันช้ำใจ เรื่องนี้พี่น้องรู้ไหมผมพูดตั้งแต่ปี 2549 ตอนที่ผมพูดไปช่วงนั้นมีคนหลายคนบอกว่าผมนี่เพ้อฝัน พี่น้องรู้ไหมว่า วันที่ 23 มีนาคม 2450 102 ปีที่แล้ว เรามีหนังสือสัญญาระหว่างกรุงสยามกับประเทศฝรั่งเศส ลงวันที่ 23 มีนาคม 2450 ระบุไว้อย่างชัดเจนนะพี่น้อง ระบุว่ารัฐบาลฝรั่งเศสยอมยกดินแดนเมืองด่านซ้าย และเมืองตราด กับทั้งเกาะหลาย ซึ่งอยู่ภายใต้แหลมสิงห์ ลงไปจนถึงเกาะกูด ให้แก่กรุงสยาม ตามกำหนดเขตแดนดังว่าไว้ในข้อที่ 2 ของสัญญาว่าด้วยการปักเขตแดนดังกล่าวมาแล้ว ซึ่งถ้าเขมร (กลับไปที่เขาพระวิหารใหม่) ถ้าเขมรบอกว่าเขาพระวิหารตรงนี้เป็นของเขา ตามสนธิสัญญาของฝรั่งเศส ฝรั่งเศสวาดแผนที่ เมื่อคุณยอมรับว่าเขาพระวิหารตรงนี้ หรือคุณดื้อด้านบอกเขาพระวิหารตรงนี้ ฝรั่งเศสเป็นคนลากแผนที่ แล้วฝรั่งเศสระบุนี่เป็นของเขา เพราะฉะนั้นแล้วเขาถึงไปฟ้องศาลโลก ถ้าคุณบอกว่าคุณยึดถือหลักเกณฑ์ของฝรั่งเศส (กลับไปรูปเมื่อกี้..ในทะเล รูปที่ 6) ถ้าคุณยึดถือพื้นที่ที่เป็นเขาพระวิหาร ที่คุณบอกว่าทำตามแผนที่ฝรั่งเศส ใยคุณถึงไม่ยึดถือว่าเกาะกูดเป็นของไทย ตามสนธิสัญญาเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2450 เห็นหรือยังพี่น้อง เพราะว่าถ้าเขาไปยึดถือว่าเขาพระวิหารเป็นของเขาตามแผนที่ฝรั่งเศส ก็ในเมื่อไอ้ฝรั่งเศสมันยอมให้ประเทศไทย ยกเกาะกูดนี้ให้ประเทศไทย เมื่อยกเกาะกูดตรงนี้ให้ประเทศไทยแล้ว และคุณมาทะลึ่งลากเส้นตัดเกาะกูดไปครึ่งหนึ่งได้ยังไง ลำพังเพียงแค่นี้ก็มีประเด็นมากพอ พี่น้องครับ มีประเด็นมากพอที่เราจะไม่ให้เขมรมาลากเส้นแบบนี้ เราสามารถอ้างเรื่องเขาพระวิหาร และเราก็บอกว่า เมื่อคุณยอมรับเขาพระวิหารแบบนั้น เพราะฉะนั้นเกาะกูด นี่คือจันทบุรี ตราด เห็นไหมตรงนี้ นี่คือเกาะกูด เพราะฉะนั้นแล้วเรามีสิทธิ์ถึง 12 ไมล์ทะเล ออกมารอบด้านเลย เป็นรังสี 12 ไมล์ทะเล เพราะฉะนั้นแล้วเส้นสีน้ำเงินเส้นนี้จึงเป็นเส้นที่ภาษาจีนเขาเรียกว่า ซี้ซั้วต่า เกเร กูนึกจะลากกูก็ลากมา กูพอใจจะตัดเกาะกูดไปครึ่ง ก็ตัด เหตุผลที่ลากตรงนี้ก็เพื่อที่จะมาขอแบ่งตรงนี้ไง
       
       จริงๆ แล้วพื้นที่ทางทะเลตรงนี้เป็นของเรา เป็นของเราคนเดียว
       
       แต่พี่น้องครับ เป็นเรื่องที่น่าเศร้า มีนักการเมืองชั่วๆ บางคนในอดีตและปัจจุบันนี้ ที่อยู่รัฐบาลชุดนี้ กำลังแอบไปเจรจากับเขมร ขอมีส่วนเอี่ยวในเรื่องผลประโยชน์ตรงนี้เพื่อแลกกับเขมรเขาพระวิหาร นั่นคือที่มาว่า ทำไม 4.6 ตารางกิโลเมตรของเขาพระวิหารถึงไม่มีใครไปแตะต้อง แต่ตรงนี้ขอได้ไหม ขอเอี่ยว แล้วไม่ได้เอี่ยวให้ชาติบ้านเมืองนะ เอี่ยวส่วนตัว พี่น้องไม่ต้องเชื่อผมก็ได้ แต่ผมถามพี่น้องว่า ที่ตามมาตลอด สนธิเคยพูดอะไรผิดบ้าง มีนักการเมืองชั่วๆ บางคน แอบไปพบกับเจ้าหน้าที่เขมรที่เมืองนอก บนเกาะๆ หนึ่ง อย่าให้ผมเอ่ยชื่อว่าเกาะไหน อยู่โรงแรมที่มีชื่อ ราคาแพงมาก แอบไปพบกัน เจรจากัน แอบไปตกลงกัน
       
       พี่น้องครับ ฟังแล้วช้ำใจไหมพ่อแม่พี่น้อง ชาติบ้านเมืองวันนี้พึ่งนักการเมืองก็พึ่งไม่ได้ จะพึ่งทหารก็ยังไม่รู้จะได้หรือเปล่า เดี๋ยวผมจะพูดเรื่องนี้ในตอนที่ 2 ของรายการ ในพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แต่เอากันว่า มีการแลกเรื่องเขาพระวิหารกับพื้นที่ทับซ้อนในทะเล พี่น้องเข้าใจหรือยัง บางคนถึงกับพูดว่า ไปทะเลาะกันทำไมกับพื้นที่บนภูเขา สู้มาเอาแหล่งทรัพยากรธรรมชาติตรงนี้ดีกว่า พี่น้องรู้ไหม การทะเลาะกันเรื่องพื้นที่ทรัพยากรแถวๆ นี้ หรือเกาะๆ หนึ่ง เป็นเรื่องปกติสุข ประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเวียดนาม ประเทศฟิลิปปินส์ พี่น้องรู้ไหมเขาทะเลาะกันเรื่องเกาะอะไร หมู่เกาะสแปรตลีย์ หมู่เกาะสแปรตลีย์ จีนก็อ้างว่าเป็นของตัวเอง ญี่ปุ่นก็อ้าง ฟิลิปปินส์ก็อ้างเป็นของตัวเอง เวียดนามก็อ้างเป็นของตัวเอง ปรากฏว่า ต่างฝ่ายต่างส่งเรือรบเข้าไป แล้วยังตกลงกันไม่ได้ ในที่สุดแล้วถึงที่สุดทุกฝ่ายต้องมานั่งโต๊ะเจรจา ทุกฝ่ายต้องได้เท่าเทียมกันหมด แต่วันนี้เรากำลังจะยกให้เขมร แล้วนักการเมืองชั่วๆ บางคนไปถือสิทธิ์ เอี่ยว เป็นนายหน้าให้กับต่างชาติ หรือนักลงทุน หรือเป็นนายหน้าให้กับนักลงทุนบางคน หรือว่านักการเมืองชั่วๆ บางคนที่อยู่ต่างประเทศ เหมือนกับไปต่อยอดที่เขาทำเอาไว้แล้ว พี่น้องเข้าใจคำพูดผมไหม เพราะฉะนั้นแล้ว นักการเมืองชั่ว เวลาจะสู้กับเรื่องอะไรอย่าไปเชื่อ เพราะลับหลังแอบจับมือกัน ถึงต่อหน้าจะเกลียดบอกว่าไม่เอา แต่ลับหลังมีสะพานเชื่อมเป็นคนบางคน วันหลังผมจะเปิดให้ดูว่าคนนั้นคือใคร แล้วเชื่อมได้อย่างไร เชื่อมกันมาตั้งนานแล้ว เราถูกหลอกมาตลอด วันนี้นักการเมืองบางคนจะเล่นการเมืองเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิต ไม่สนใจหรอกชาติบ้านเมืองฉิบหายอย่างไรบ่อยไป คอยดูซิพี่น้อง สนธิ ลิ้มทองกุล พ่อหมอไม่เคยพูดผิด แล้วผมจะทำนายอีกเรื่องหนึ่งให้พ่อแม่พี่น้องฟัง แล้วพี่น้องจะช็อก
       
       พี่น้องครับ พื้นที่ทับซ้อนระหว่างเวียดนามกับจีน ซึ่งมีน้ำมัน ยังไม่ทันตกลงกันเลย เวียดนามอนุญาตให้บริษัทน้ำมันเชฟรอน ไปขุดเจาะน้ำมันในพื้นที่ทับซ้อน ทะเลาะกับจีน พี่น้องรู้ไหมจีนทำอย่างไร จีนแจ้งไปที่บริษัทเชฟรอน ที่อเมริกา บอกว่า กองทัพเรือจีนไม่รับประกันความปลอดภัยในการขุดเจาะน้ำมันใต้ทะเล เนื่องจากพื้นที่นั้นเป็นของจีน ถ้ายังทำต่อกองทัพเรือจีนจะยิง เชฟรอนถอย ในที่สุดเวียดนามกับจีนต้องมานั่งคุยกันใหม่ พี่น้อง เรื่องพวกนี้ เรื่องอธิปไตยนี่เรื่องหนึ่งที่ยอมกันไม่ได้ เรื่องชาติก็เรื่องหนึ่งที่ยอมกันไม่ได้ ศาสนาก็อีกเรื่องหนึ่งที่ยอมกันไม่ได้ พระมหากษัตริย์ก็อีกเรื่องหนึ่งที่ยอมกันไม่ได้ แล้วผมวุ่นยังไง คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ผมวุ่นยังไง ผมสู้ให้บ้านให้เมือง ผมสู้ให้ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แล้วผมวุ่นยังไง ผมทำให้บ้านเมืองวุ่นยังไง
       
       พี่น้องครับ พักสักครู่หนึ่งแล้วเดี๋ยวเรากลับมาช่วงสุดท้าย
       
       สนธิ - พี่น้องพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และท่านผู้ชม ASTV ทีวีหลักของประชาชน วันนี้เรากลับมาช่วงสุดท้ายของรายการพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยครับ พี่น้องครับ ข่าวล่าสุดคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านต้องการจะแก้ปัญหาในเรื่องของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ท่านได้เสนอทางออกให้ พล.ต.อ.พัชรวาท ด้วยการให้ลาพักไปจนกว่าเรื่องราวทุกอย่างจะสงบ หรือไม่ก็ลาออก
       
       พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ที่มีพี่ชายชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่มีลูกน้องคนสนิทชื่อ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ที่มีนักการเมืองที่สนิทและสั่งได้ คือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และมีอดีตนักการเมืองที่อยู่เบื้องหลัง คือนายเนวิน ชิดชอบ ตกลงยอมรับข้อเสนอของการพักผ่อน ปรากฏว่า พี่น้องครับ เมื่อกี้นี้ คุณพัชรวาท วงษ์สุวรรณ เพิ่งให้สัมภาษณ์เดอะเนชั่น บอกว่าจะไปต่างประเทศแค่ไม่กี่วัน เดี๋ยวกลับมาก็จะมาทำงานต่อ ผมเห็นใจคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมไม่รู้จะพูดอะไรต่อไป
       
       คุณอภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี พยายามอย่างสุดความสามารถ คุณอภิสิทธิ์ไม่ใช่คนที่จะมาบู๊ล้างผลาญกับใคร แต่คุณอภิสิทธิ์เป็นคนมีหลักการ
       
       พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ถามว่า น้องชายผมผิดอะไรถึงจะมาปลด คุณประวิตรถามคำพูดนี้ได้ถ้าคุณประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แต่ถ้าเป็นเพียงอดีตผู้บัญชาการทหารบก เกษียณอายุแล้ว และอยู่เฉยๆ ไม่ได้รับราชการอีกต่อไป แต่ถ้าท่านถามในฐานะท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านล้ำเส้นมากจนเกินไป ถ้าท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในรัฐบาลชุดนี้ ถึงแม้คุณพัชรวาท เป็นลูกชายท่าน ท่านก็ถามอย่างนั้นไม่ได้ เพราะมันคนละหน่วยงานกัน คุณพัชรวาทนั้นเป็นผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาของท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซึ่งเผอิญได้มอบหมายหน้าที่ให้ไปดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แทนตัวท่าน มอบหมายให้กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ การที่ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้นจะตัดสินใจโยกย้ายใคร ให้ใครออก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้นย่อมมีสิทธิ์ทำ ในฐานะที่เป็นหัวหน้าผู้บริหารราชการแผ่นดิน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้นขึ้นโดยตรงกับนายกรัฐมนตรี แน่นอนที่สุด คุณพัชรวาทผิดอย่างไรนั้น ผมไม่อยากมาต่อล้อต่อเถียง แต่มีข้อบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ราชการเยอะมาก อย่างน้อยที่สุดการที่ตำรวจอยู่เฉย ในการประชุมอาเซียนซัมมิทที่พัทยา และคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี ก็ได้ไปให้การต่อคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงที่สภาฯ ตั้งขึ้นมา เรื่องกรณีของเสื้อแดงที่พัทยา คุณสุเทพ ยังให้สัมภาษณ์ พูดกับคณะกรรมการว่า ตำรวจคือตัวการ เพราะไม่ยอมทำอะไรเลย นี่ก็แสดงว่าความบกพร่องในหน้าที่ของคุณพัชรวาท วงษ์สุวรรณ พิสูจน์เห็นชัดว่าได้ทำหน้าที่ไม่สมบูรณ์ ไม่สามารถสั่งการตำรวจให้ขัดขวางไม่ให้การประชุมอาเซียนซัมมิทต้องล้มเหลว ผิดข้อนี้ยังไม่พอหรือครับ ยังไม่นับถึงกรณีของทุจริตในการประมูล งบ 18 ล้านบาท สมัยที่ท่าน พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ได้ตั้ง มีผู้ร้องเรียนมา ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง และคณะกรรมการชุดนั้นได้ชี้มูลว่ามีมูล เมื่อมีมูลแล้ว ตามกฎหมาย ก็ส่งเรื่องนี้โดยตรงไปที่สำนักนายกรัฐมนตรี สมัยคุณสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกฯ คุณสมัครก็เก็บเข้าลิ้นชัก พอมายุคคุณสมชาย วงศ์สวัสดิ์ คุณสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็เลยดึงเรื่องนี้ออกมา แล้วก็เซ็นคำสั่งย้ายคุณพัชรวาทนั้นไปที่สำนักนายกฯ
       
       พอมาถึงยุคของคุณชวรัตน์ ชาญวีรกูล ซึ่งรักษาการนายกรัฐมนตรี ก็เซ็นคำสั่งย้ายกลับ โดยที่ยังไม่ได้ต้งกรรมการสอบสวน ซึ่งคุณชวรัตน์ก็ทำผิดกฎหมาย เพราะว่าตามกฎหมายนั้น เมื่อเรื่องได้ถูกชี้มูลแล้ว ส่งไปสำนักนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมีหน้าที่ที่จะต้องพิจารณาเซ็นคำสั่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อสอบสวนกรณีที่เขาชี้มูลมาแล้วว่าผิด แล้วก็มีหน้าที่ต้องย้ายคุณพัชรวาท จากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มาช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี นี่ยังผิดไม่พอหรือครับ แล้วความผิดที่กำลังถูกพิจารณาอยู่ใน ป.ป.ช. ซึ่ง ป.ป.ช.ตั้งข้อกล่าวหามา 2 ข้อกล่าวหา ข้อกล่าวหาแรกคือ ผิดวินัย ข้อกล่าวหาที่ 2 คือ ผิดวินัยร้ายแรงและผิดคดีอาญา นี่คือข้อที่ 3 แล้วยังมีอีกมากมาย แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ผิดแค่ไหน ผิดอย่างไร ประเด็นอยู่ที่ว่า ไม่ใช่หน้าที่ของคุณประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่จะต้องออกมาถามว่า น้องผมผิดตรงไหน ถ้าอย่างนั้นอีกหน่อยใครเป็นรัฐมนตรีแล้วมีญาติที่จะถูกปลด หรือถูกโยกย้าย ตัวเองจะบอกว่า อธิบดีคนนี้เป็นลูกผม เป็นน้องผม ผิดตรงไหน ทุกคนจะถามกันหมดเลยว่าผิดตรงไหน
       

       เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีมากกว่านั้นอีก พล.อ.นพดล อินทปัญญา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ตระกูลวงษ์สุวรรณ จะสู้เรื่องนี้ ถ้ามีการโยกย้าย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ขณะนี้ครอบครัววงษ์สุวรรณรู้สึกทนไม่ไหวกับพฤติกรรมดังกล่าวเพราะถูกเล่นงานอยู่ฝ่ายเดียว เล่นงานอย่างไรครับอยู่ฝ่ายเดียว ป.ป.ช.เล่นงานคุณคนเดียวหรือ ป.ป.ช.ก็เล่นงานหลายคน ตำรวจที่พัทยา ตำรวจภาคตะวันออก ล้มเหลวในการป้องกันอาเซียนซัมมิท ใครเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของตำรวจถ้าไม่ใช่น้องชายของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ แล้วคดีทุจริตการประมูล 18 ล้านบาท ผู้ถูกกล่าวหาก็มีนอกจาก คุณพัชรวาท ยังมี พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ และ พล.ต.ท.บุญเรือง ผลพานิชย์ หัวหน้าสำนักงานของ พล.ต.อ.พัชรวาท เอ๊ะใครเล่นงานคุณโดยไม่มีเหตุผล
       

       พล.อ.นพดล พูดต่อ ในฐานะเป็นเลขานุการ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ทาง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ในฐานะน้องชาย ไปดำเนินการฟ้องร้องกับ ASTV และพรรคพวกที่กล่าวหา โดยจะเอาจริงกับเรื่องที่เกิดขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาถือว่ายอมมามากแล้ว และเป็นฝ่ายที่ถูกกระทำฝ่ายเดียวมาตลอด ขณะนี้จะเดินหน้าฟ้องร้องตามกฎหมายทุกอย่าง หรือแม้กระทั่งนอกกฎหมายก็จะทำ คุณนพดล อินทปัญญา คุณพูดผิดพูดใหม่ได้ คุณประวิตร วงษ์สุวรรณ ถ้าคุณไม่ได้พูดคำพูดนี้ คุณไม่ให้คุณนพดลพูด คุณออกมาแก้ข่าวทันที แต่ถ้าคุณไม่แก้ข่าว คุณกำลังข่มขู่นายกรัฐมนตรี และคุณกำลังข่มขู่ผม และข่มขู่ ASTV ตัดประเด็นคุณเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เอาเฉพาะคุณเป็น พล.อ. อดีตผู้บัญชาการทหารบก คุณพูดอย่างนี้คุณก็พูดไม่ได้ ไม่ใช่หน้าที่ของทหารจะต้องมาพูดเช่นนี้ หรือแม้กระทั่งทำนอกกฎหมาย ขอประทานโทษที่ผมโดนยิงพวกนอกกฎหมายยิงหรือเปล่า ก็นอกกฎหมายใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นทำนอกกฎหมายคือทำอะไร คุณเล่าให้ผมฟังหน่อยได้ไหม ถ้าเกิดขณะนี้ผมได้ข่าว มีการจัดทีมจะยิงผมอีกครั้ง ผมไม่รู้ ขอตั้งคำถามว่า คุณจะเกี่ยวด้วยหรือเปล่า เพราะคุณบอก แม้กระทั่งนอกกฎหมายก็ต้องทำ ผมเกิดมาเป็นตัวเป็นตน ผมอายุอ่อนกว่าคุณไม่กี่ปี ผมปีนี้ 62 คุณคง 65 สามปี ผมยังไม่เคยเจอใครที่กล้าพูดอย่างนี้เลย ว่าจะสู้ทุกทางในกฎหมาย หรือแม้กระทั่งนอกกฎหมาย มันเป็นไปได้อย่างไร รัฐมนตรีซึ่งยืนถวายสัตย์กับองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ แล้วมีเลขานุการตัวเองบอกว่า จะสู้ในกฎหมายและนอกกฎหมาย ผมไม่เคยเจอ สาบานผมไม่เคยเจอจริงๆ
       
       ท่านนายกฯ ครับ ท่านนายกฯ กำลังถูกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมข่มขู่นะครับ นอกจากข่มขู่ด้วยวิธีนี้แล้ว ยังข่มขู่ด้วยว่า ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับน้องชายของท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านพร้อมจะลาออก คุณสุเทพก็น่ารัก แสดงความจริงใจขึ้นมาทันทีเลย ทำตัวเหมือนเป็นพี่น้องเครือวงษ์สุวรรณทั้งที่ตัวก็ดำปิ๊ดปี๋ฝั่งโน้นเขาขาวกันหมดทุกคน คุณสุเทพบอกว่า ผมก็พร้อมจะลาออกด้วย พี่น้องชาวใต้ครับ พี่น้องชาวพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ท่านผู้ชม ASTV ทั้งที่อยู่ในประเทศไทยและนอกประเทศไทย ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนี้ที่กำลังดูรายการนี้อยู่ ผมกราบเรียนว่า นี่คือประเทศไทยหรือ ประเทศไทยเรามีที่ยืนไหม มิน่านึกจะยิงผมเป็นหมูเป็นหมาก็ยิงกัน พี่น้องเห็นหรือยัง
       

       ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ วุฒิภาวะของผู้นำไม่ใช่อยู่ที่พูดภาษาอังกฤษเก่ง หรือพูดเพราะ ความกล้าหาญต้องมากับความเป็นผู้นำด้วย ผมอยากจะให้กำลังใจท่าน ท่านนายกฯ ครับ ถ้าคุณประวิตรจะลาออก ผมเชื่อว่ามีคนที่มีความสามารถเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อยู่มาก ท่านเองก็เป็นได้ คุณสุเทพอยากลาออกก็เชิญลาออกเลย ผมเชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์ส่วนใหญ่ ผู้หลักผู้ใหญ่อยากให้คุณสุเทพออกใจแทบขาด ออกซะทีก็ดีเหมือนกัน เพราะคุณสุเทพทำให้ชื่อเสียงพรรคประชาธิปัตย์ตกต่ำไปมาก 7 เดือนที่ผ่านมานี้ ชื่อเสียงที่สั่งสมมาในฐานะเป็นฝ่ายค้าน ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ปี 2544 จนกระทั่งถึงต้นปี 2552 8 ปีที่ผ่านมา ที่คนมุ่งหวัง เฝ้าดู เทิดทูนพรรคประชาธิปัตย์ วันนี้มันล่มสลายไปหมดแล้วพี่น้องครับ เพราะคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ เพียงคนเดียว คุณสุเทพอยากออก ออกไปเลย แล้วถ้าคุณสุเทพ คุณประวิตร วงษ์สุวรรณ และคุณเนวิน ชิดชอบ จะไปอยู่ร่วมกัน ดึง ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ไปอยู่พรรคภูมิใจไทย ให้คุณประวิตรเป็นหัวหน้าพรรค ชูคุณประวิตรเป็นนายกฯ ก็ปล่อยเขาไป แต่ท่านนายกฯ ต้องกล้าตัดสินใจ
       
       พี่น้องครับ ข่าวล่าสุดเพิ่งมา คุณพัชรวาทให้สัมภาษณ์เนชั่น ว่า ไม่ได้ลาพัก แต่งานที่ไปต่างประเทศเป็นภารกิจที่ต้องไปจีนปีละ 3 ครั้ง ซึ่งครั้งนี้ ผบ.ตร.ต้องไปพอดี และในวันจันทร์นี้จะเดินทางมาทำงาน เนื่องจากยังไม่รู้ว่าจะไปได้เมื่อไร
       
       คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครับ วันนี้ถ้าคุณไม่กล้าตัดสินใจ ผมให้กำลังใจคุณเต็มที่ ผมคิดว่าประชาชนที่รักความเป็นธรรม พี่น้องพันธมิตรฯ ทั่วประเทศที่รักความเป็นธรรม คนใต้ที่รักความเป็นธรรม คนเหนือที่รักความเป็นธรรม คนอีสานที่รักความเป็นธรรม คนประเทศไทยทั้งประเทศที่รักความเป็นธรรม จะวัดใจคุณวันนี้ ถ้าคุณยังไม่กล้า หลังจากที่คุณเงื้อง่ามา 2 อาทิตย์ ผมเรียนให้ทราบ ไม่ใช่ชีวิตทางการเมืองท่านนายกฯ จะจบไป แม้กระทั่งอนาคตของพรรคประชาธิปัตย์ก็ดับไป คุณสาธิต ปิตุเตชะ เด็กเมื่อวานซืน ส.ส.ระยอง คุณช่วยเอาเรื่องนี้ไปพิจารณาหน่อย แล้วคุณอย่ามาว่าผมโวยวาย คุณช่วยออกไปชนคุณสุเทพให้หน่อยได้ไหม คุณช่วยออกไปชน พล.ต.อ.พัชรวาท แทนท่านนายกฯ อภิสิทธิ์หน่อยได้ไหม คุณอย่าเก่งกล้าให้สัมภาษณ์แล้วมากระแนะกระแหนประชดประชันผม เพราะผมพนันได้ คุณทำได้คือคุณหุบปากคุณ เพราะคุณจะไม่กล้า
       
       พี่น้องครับ ประเทศไทยไม่มีที่ยืนแล้วตอนนี้ ไม่มีจริงๆ พ่อแม่พี่น้อง ขอให้เชื่อผมเถอะ กฎหมายไม่เป็นกฎหมาย พี่น้อง ท่านนายกฯ ท่านเป็นห่วงเรื่องของผม ที่ท่านเข้ามาต้องการให้เดินหน้าเต็มที่ ไม่ใช่เพราะว่าผมเป็นนายสนธิ ลิ้มทองกุล ใครก็ได้ ผมเชื่อว่าท่านนายกฯ คิดอย่างนี้ ใครก็ได้ที่ถูกถล่มด้วยอาวุธสงคราม ยามเช้าตรู่ ในช่วงที่รัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉิน จะต้องจับคนร้ายมาดำเนินคดี ไม่ว่าตอใหญ่แค่ไหนต้องชนตอให้แตก ภูเขาสูงแค่ไหนต้องระเบิดภูเขาให้ได้ เพราะไม่อย่างนั้นประเทศไทยจะไม่มีที่ยืนครับพ่อแม่พี่น้อง และผมเชื่อว่าท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ ท่านคิดอย่างนี้ แต่เมื่อท่านคิดอย่างนี้ การจะโยกย้ายหรือเรียกตัว พล.ต.อ.พัชรวาท มาช่วยราชการสำนักนายกฯ ทำได้ทันที ทำได้จากกรณี 18 ล้านบาทที่ถูกตั้งเรื่องเอาไว้ มันเป็นกฎหมาย ไม่มีใครสรุปแล้วให้จบโดยไม่ตั้งกรรมการไม่ได้ มีข่าวว่า ท่านปลัดสำนักนายกฯ ซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับ พ.ต.อ.พัชรวาท แอบช่วยอยู่ ท่านนายกฯ อย่าเชื่อ เรื่องนี้เป็นเรื่องกฎหมาย เมื่อคณะกรรมการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติชี้มูลแล้วส่งมาสำนักนายกฯ สำนักนายกฯ มีหน้าที่อย่างเดียวคือลงชื่อตั้งคณะกรรมการสอบสวน แล้วพิจารณาย้าย พล.ต.อ.พัชรวาท มาช่วยราชการสำนักนายกฯ แล้วตั้งรักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติขึ้นมา แล้วให้คณะกรรมการนั้นทำหน้าที่ไปตามกฎหมาย พี่น้องเห็นหรือยังครับ พล.อ.นพดล เห็นหรือยัง พล.อ.ประวิตร เห็นหรือยัง นี่คือกระบวนการตามกฎหมาย
       
       คุณอภิสิทธิ์ครับ มีคนบอกผมว่า เห็นใจท่านนายกฯ เถอะ ผมเห็นใจ แต่ความกล้าหาญเป็นส่วนหนึ่งของคุณสมบัติของการเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยนะครับ ขอให้ท่านจำเอาไว้ ผมพูดเป็นกัลยาณมิตร ผมอยากเห็นท่านส่องแสงออกมาในฐานะเป็นนายกรัฐมนตรีที่ซื่อสัตย์ ยุติธรรม และที่สำคัญที่สุด กล้าหาญที่จะทำ อย่าไปกลัวคำขู่ ท่านร่างออกมาเลยแล้วขอเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ท่านจะโยกย้ายใคร นาทีเดียวท่านเข้าเฝ้าฯ ขอให้มีคำสั่งประกาศออกมา ปลดคนโน้นปลดคนนี้ เชื่อผมซิท่านนายกฯ คนใหญ่ดูนักเลง เที่ยวข่มขู่เขาก็เพราะว่าตัวเองมีตำแหน่ง แต่เมื่อใดหมดจากตำแหน่ง เมื่อใดลูกน้องบางคนไม่ได้เป็นใหญ่ ไม่ได้คุมกำลัง ตัวเองก็ไม่มีความหมาย เชื่อผมนะครับ อย่าให้ผมต้องถูกยิงฟรี ผมไม่ได้โวยวายนะครับ ไม่ได้ตีโพยตีพาย
       
       ท่านผู้ชมครับเวลาหมดแล้ว เสียดาย ผมอยากจะพูดถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ในเรื่องความไม่มีความเห็นของท่าน แต่เวลาไม่มีแล้ว เอาไว้งวดหน้าดีกว่าครับ ติดเอาไว้ก่อน ขอให้พี่น้องพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจงมีความสุขสวัสดี สวัสดีครับ

“สนธิ” เร่ง “มาร์ค” เชือด “ป๊อด”- ชี้ความผิดเพียบ/พี่ชายเหิมขู่นายกฯ
       

“สนธิ” เร่ง “มาร์ค” เชือด “ป๊อด”- ชี้ความผิดเพียบ/พี่ชายเหิมขู่นายกฯ
       

“สนธิ” เร่ง “มาร์ค” เชือด “ป๊อด”- ชี้ความผิดเพียบ/พี่ชายเหิมขู่นายกฯ
       

ยังไม่มีผู้โหวต
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017