หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกคุณภาพชีวิต | สุขภาพ
สุขภาพ ข่าว

“หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า” ช่วยลดจำนวนคนจนกว่า 8 หมื่นครัวเรือน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 มกราคม 2555 03:59 น.
        ผลประเมิน “หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า” พบช่วยลดจำนวนคนจนลงกว่า 8 หมื่นครัวเรือน ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติแนะนานาประเทศศึกษาประสบการณ์ประเทศไทย พร้อมเสนอผลักดันนโยบายสู่ “วาระแห่งชาติเพื่อลดปัญหาความยากจน”
       
       วานนี้(24 ม.ค)ทีมผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศนำเสนอรายงานประเมินผลระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าไทยในช่วงทศวรรษแรก (พ.ศ.2545 - 2554) ภายใต้กรอบการประเมิน 5 ด้าน ประกอบด้วย การพัฒนานโยบายและการออกแบบระบบ บริบทด้านนโยบายรัฐการดำเนินนโยบาย ระบบอภิบาล และผลกระทบของนโยบาย ซึ่งผลประเมินชี้ให้เห็นว่าระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าไทยประสบ “ความสำเร็จ” ในหลายด้าน แต่ “มีความท้าทายที่จำเป็นต้องพัฒนาต่อไปในทศวรรษหน้า”
       
       ทั้งนี้ Dr.Timothy Grant Evans หัวหน้าทีมผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ กล่าวในเรื่องนี้ ว่า “ผลจากการศึกษาพบว่า ระบบหลักประกันสุขภาพสามารถครอบคลุมประชากรไทยได้ถึง 47 ล้านคน หรือ 75% ของประชากรทั้งหมด ซึ่งระบบนี้เกิดขึ้นในช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจเอเชีย (พ.ศ.2540) ในขณะที่ประเทศมีรายได้ประชาชาติต่อหัวเพียง 1,900 เหรียญสหรัฐฯ ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศจำนวนหนึ่ง แต่ระบบนี้ยังสามารถขยายความครอบคลุมได้อย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นว่า ไม่จำเป็นต้องรอให้ประเทศร่ำรวยก่อนจึงจะเริ่มนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้านี้ได้ ทั้งนี้ ยังพบว่า ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งสามารถลดภาระรายจ่ายและปกป้องครัวเรือนไม่ให้ล้มละลายจากค่ารักษาพยาบาลที่สูงหลักฐานชิ้นสำคัญ คือ จำนวนการใช้บริการผู้ป่วยนอกเพิ่มขึ้นจาก 2.41 ครั้ง/คน/ปี ในปี พ.ศ.2546 เป็น 3.64 ครั้ง/คน/ปี ในปี พ.ศ.2554 ขณะที่อัตราการนอนรักษาตัวใน รพ.เพิ่มจาก0.067 ครั้ง/คน/ปี เป็น 0.119 ครั้ง/คน/ปี ในช่วงเดียวกันข้อมูลปี พ.ศ.2553 พบจำนวนประชาชนไทยที่เข้าไม่ถึงบริการสุขภาพที่จำเป็น (unmet need) อยู่ในระดับต่ำมาก ครัวเรือนที่ล้มละลาย เพราะค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลลดลงจากร้อยละ 6.8 ในปี พ.ศ.2538เหลือร้อยละ 2.8 ในปี พ.ศ.2551 ป้องกันครัวเรือนไม่ให้ยากจนลงได้กว่า 8 หมื่นครัวเรือนนอกจากนั้น ระดับความพึงพอใจที่สูงของประชาชนซึ่งเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 83 ในปี พ.ศ.2546เป็นร้อยละ 90 ในปี พ.ศ.2553 โดยกลุ่มผู้ให้บริการที่เคยมีระดับความพึงพอใจต่อระบบดังกล่าวค่อนข้างต่ำในระยะแรก คือ เพียงร้อยละ 39 ในปี พ.ศ.2547กลับเพิ่มสูงขึ้นเป็นร้อยละ79 ในปี พ.ศ.2553”

“หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า” ช่วยลดจำนวนคนจนกว่า 8 หมื่นครัวเรือน
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต
        Dr.Timothy Grant Evansกล่าว เพิ่มเติมว่า “การที่ประเทศไทยขยายความครอบคลุมได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีความพร้อมด้านโครงสร้างการให้บริการที่ครอบคลุมเต็ม มีหน่วยงานวิจัยนโยบายและระบบสาธารณสุข และการบริหารที่มีศักยภาพ และมีระบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรที่พร้อมใช้งาน ทั้งนี้ การจะทำให้ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าเกิดความยั่งยืนต่อไปในทศวรรษหน้า ยังมีความจำเป็นต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องต่อไป”
       
       Dr.Maureen E.Birmingham ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย ให้ความเห็นในเรื่องเดียวกันนี้ ว่า “ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าของไทยยังให้บทเรียนที่มีประโยชน์ต่อนานาประเทศที่กำลังมุ่งไปสู่การจัดหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าแก่ประชาชนของตน เช่น ความจำเป็นที่ต้องการการสนับสนุนจากการเมืองระดับสูงในการดำเนินนโยบาย ศักยภาพเชิงวิชาการในการออกแบบระบบและชุดสิทธิประโยชน์ที่รอบด้าน ศักยภาพของระบบสาธารณสุขที่จะดำเนินนโยบาย การปฏิรูปด้านการเงินการคลัง รวมถึงความโปร่งใสของโครงสร้างการอภิบาลระบบ เป็นต้น”
       
       ทั้งนี้ ดร.นพ.สัมฤทธิ์ ศรีธำรงสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยเพื่อการพัฒนาหลักประกันสุขภาพไทย (สวปก.) เครือสถาบันของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กล่าวว่า “ข้อเสนอเชิงนโยบายที่สำคัญ จากการสรุปบทเรียน 10 ปีการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของประเทศไทยในครั้งนี้ คือ 1) นโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าต้องเป็น“วาระแห่งชาติ” ที่ได้รับการสนับสนุนทั้งจากฝ่ายการเมือง ภาคประชาสังคม และนักวิชาการ ซึ่งหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าแสดงให้เห็นแล้วว่า นอกจากจะช่วยทำให้สุขภาพประชาชนดีขึ้นแล้วยังเป็น “มาตรการ” ลดปัญหาความยากจนได้อย่างเป็นรูปธรรม 2) การพัฒนาโครงสร้างระบบบริการสุขภาพโดยเฉพาะที่ระดับปฐมภูมิให้ครอบคลุมโดยมีกำลังคนด้านสุขภาพที่พอเพียง และ 3) การออกแบบระบบที่ดี เช่น ระบบงบประมาณและการจ่ายเงินสถานพยาบาลแบบปลายปิด ระบบคู่สัญญา (contact model) ที่แยกบทบาทความรับผิดชอบชัดเจนรวมทั้งการกำหนดสิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุมรอบด้านให้แก่ประชาชน”
       
       นพ.พงษ์พิสุทธิ์ จงอุดมสุข ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) กล่าวเพิ่มเติมว่า “ผลการประเมินนี้ยังได้ระบุความท้าทายใหม่ กับการพัฒนาหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าสู่ทศวรรษหน้า คือ การแก้ไขปัญหาการเผชิญหน้าระหว่างสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสถานพยาบาลต่างๆ ทั้งรัฐและเอกชน การสร้างความเป็นธรรมระหว่างกองทุนประกันสุขภาพหลัก 3 กองทุน การพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการกองทุนและระบบบริการสุขภาพ โดยมุ่งเน้นที่สิทธิด้านการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคเพิ่มขึ้นการสนับสนุนระบบบริการปฐมภูมิให้มีความเข้มแข็ง พัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยระยะยาวในชุมชนและครอบครัว การประเมินเทคโนโลยีและยาต่างๆ ก่อนรับเป็นส่วนหนึ่งของสิทธิประโยชน์ นอกจากนั้น กระทรวงสาธารณสุข ควรเป็นผู้นำผลักดันให้เกิดการกระจายบุคลากรด้านสุขภาพ โดยใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ประกอบการพัฒนานโยบาย และการสร้างความเข้มแข็งกลไกอภิบาลระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยการพัฒนากระบวนการสรรหาผู้แทน การพัฒนาระบบให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ที่สำคัญคือ การพัฒนาระบบที่ป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนในระดับนโยบายต่างๆ ทั้งนี้ เพื่อมุ่งให้เกิดความยั่งยืนต่อไปในทศวรรษหน้าของระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าไทย”

ข่าวล่าสุด ในหมวด
เจ๋ง! เครื่อง PET Scan ตรวจโรค "อัลไซเมอร์" เร็ว-แม่นยำ
สร้าง รง.ยารังสิตคืบ ได้ผู้รับจ้างรายใหม่ คาดผลิตยาออกตลาด ก.ย.58
เปิดหลักสูตรพัฒนาผู้บริหารเขตสุขภาพ ต่อยอดปฏิรูประบบสุขภาพ
อาหารควรเลี่ยงก่อนกินยาปฏิชีวนะ จริงแค่ครึ่งเดียว!
พม.เปิดเวทีฟังเสียงหญิงถกความเสมอภาค ก่อนเสนอร่าง รธน.
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 9 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 6 คน
67 %
ไม่เห็นด้วย 3 คน
33 %
ความคิดเห็นที่ 3 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เห็นด้วยกับการมีระบบหลักประกันสุขภาพของประชาชน
แต่ไม่ควรให้ สป.สช.ผูกขาดระบบ

งบประมาณมาจากภาษีประชาชน
ไม่ควรให้แก่ องค์กรใดไปดำเนินการเท่านั้น
ทำไมต้อง สป.สช.เท่านั้น
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ฉันได้ประโยชน์จากหลักประกันสุขภาพมาหลายปีเพราะฉันป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย หลังจากต่อสู้กับการรักษาที่ต้องรับทั้งคีโมและการฉายรังสีถึง40ครั้ง นับเป็นการต่อสู้ของชีวิตอีกช่วงหนึ่ง ตอนนี้ทุก6เดือน ก็ต้องตรวจร่างกายและรับยามารับประทานก็ได้ใช้ประกันสังคมนี่แหละผ่อนหนักเป็นเบาได้ ระบบนี้ช่วยคนที่ยากจนได้มากครับ ขอบคุณผู้ที่คิดสรรระบบเช่นนี้มาใช้ในสังคมโลกมนุษย์เพื่อช่วยเหลือคนที่มีเงินน้อย
ปชชไทย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014