หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกวิทยาศาสตร์ | นวตกรรม
นวตกรรม สิ่งประดิษฐ์-เทคโนโลยี

อีกก้าวคนไทยส่งหุ่นยนต์ดูแลคนแก่ญี่ปุ่น

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 29 เมษายน 2557 16:48 น.
อีกก้าวคนไทยส่งหุ่นยนต์ดูแลคนแก่ญี่ปุ่น
ทาเคชิ คิมูระ , นายศุภชัย หล่อโลหการ. ผอ.สนช., เฉลิมพล ปุณโณทก และ นพ.วาทานาเบ พร้อมหุ่นยนต์ดินสอมินิ
       จากสถานการณ์ผู้สูงอายุของญี่ปุ่นเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ทำให้แม้แต่การแพทย์ที่ก้าวหน้ายังตามดูแลผู้ป่วยเรื้อรังได้ไม่ครอบคลุม จึงเป็นโอกาสของหุ่นยนต์ไทยที่จะเข้าไปเติมช่องว่างการดูแลผู้สูงวัยในต่างแดน
       
       คนไทยอาจคุ้นเคยกับหุ่นยนต์เสิรฟสุกี้มาระยะหนึ่ง ถึงวันนี้ “ดินสอ” พัฒนาไปเป็น “ดินสอมินิ” หุ่นยนต์เด็กชายที่มีหน้าตาคล้ายคลึงรุ่นพี่แต่มีขนาดเล็กกว่า และถูกพัฒนาให้เป็นหุ่นยนต์สำหรับดูแลผู้สูงอายุที่เคลื่อนไหวได้น้อย และมีอายุ 80 ปีขึ้นไป
       
       ดินสอมินิเป็นผลงานการพัฒนาของ ซีที เอเชีย โรโบติกส์ บริษัทของคนไทย มีความสามารถในการดูแลผู้ป่วยเรื้อรังที่เคลื่อนไหวไม่สะดวกและต้องนอนเตียง โดยจอรับภาพจะเฝ้าดูผู้ป่วยตลอดเวลา หากหกล้มหรือคลาดสายตาของหุ่นยนต์ จะส่งสัญญาณเตือนไปไปยังแอปพลิเคชันในสมาร์ทโฟนของญาติหรือบุคลากรการแพทย์ โดยใช้ได้ทั้งแอนดรอยด์และไอโอเอส
       
       เฉลิมพล ปุณโณทก ผู้ก่อตั้งซีที เอเชีย โรโบติกส์ อธิบายว่านอกจากเฝ้าจับตาผู้ป่วยแทนบุตรหลานหรือแพทย์แล้ว ยังตั้งเวลาเตือนเพื่อกินยา เชื่อมต่อเครื่องวัดความดันโลหิตไร้สายได้ และเก็บบันทึกประวัติสุขภาพให้แพทย์หรือบุตรหลานตรวจดูย้อนหลังตามต้องการ รวมถึงการเปิดระบบวิดีโอคอลล์แบบอัตโนมัติ และสามารถโทร. ออกได้โดยแตะภาพบุคคลในจอ
       
       ทั้งนี้ ซีที เอเชีย โรโบติกส์ มีความร่วมมือกับสมาคมดูแลผู้สูงวัยเวลเอจจิงญี่ปุ่น (Well Aging Japan) นำหุ่นยนต์ดินสอมินิไปทดสอบใช้งานจริงในโรงพยาบาลโอวากิของญี่ปุ่น จำนวน 10 ตัว ในเดือน พ.ค. 57 นี้ ขณะเดียวกันก็มีการทดสอบในไทยที่โรงพยาบาลกล้วยน้ำไทควบคู่ไปด้วย
       
       ในการทดสอบดังกล่าว ทาเคชิ คิมูระ ตัวแทนจากเวลเอจจิงญี่ปุ่น กล่าวว่า หุ่นยนต์ดินสอมินิจะทำงานร่วมกับอุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณชีพของทางสมาคมที่สามารถเชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เพื่อเสริมการงานของหุ่นยนต์ที่ไม่สามารถเคลื่อนได้ แต่อุปกรณ์ดังกล่าวสามารถติดตัวกับผู้ป่วยได้
       
       ในขณะที่ญี่ปุ่นมีหุ่นยนต์มากมาย ทำไมทางสมาคมจึงเลือกหุ่นยนต์จากไทย? เป็นคำถามที่ชาวญี่ปุ่นสงสัย ซึ่งคิมูระอธิบายว่า เพราะสามารถปรับเปลี่ยนหุ่นยนต์ของไทยให้สอดคล้องกับการทำงานได้ และยังมีราคาถูก ขณะที่หุ่นยนต์จากญี่ปุ่นถูกตั้งค่ามาแล้วไม่สามารถดัดแปลงได้
       
       ด้าน นพ.มิกิฮิโกะ วาทานาเบ กรรมการผู้จัดการและผู้อำนวยการโรงพยาบาลโอากิ กล่าวถึงความจำเป็นที่ต้องใช้หุ่นยนต์และการแพทย์ทางไกลเพื่อดูแลผู้ป่วยว่า ขณะนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงการรักษาพยาบาลในญี่ปุ่นให้ดีขึ้น โดยภายในปี 2025 จะลดจำนวผู้ป่วยนอนเตียงจาก 1,000,000 เตียง ให้เหลือ 400,000 เตียง
       
       “เรื่องดังกล่าวทำได้โดยแยกผู้ป่วยเรื้อรังซึ่งมักเป็นผู้สูงวัย ออกจากผู้ป่วยฉับพลันคือผู้มะเร็ง แล้วให้ผู้ป่วยรักษาตัวที่บ้าน ซึ่งการมี “ดินสอ” และอุปกรณ์จากเวลเอจจิงจะช่วยได้มาก เพราะปกติคุณหมอต้องออกตรวจผู้ป่วย 2 สัปดาห์ต่อครั้ง แต่เทคโนโลยีนี้จะติดตามสุขภาพผู้ป่วยได้ตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องไปถึงโรงพยาบาล แต่ก็เหมือนได้ไปโรงพยาบาล” นพ.วาทานาเบ กล่าว
       
       ข้อมูลจาก นพ.วาทานาเบ ระบุว่า นับแต่ปี 2503 ญี่ปุ่นให้ประชาชนทุกคนเข้าสู่ระบบประกันสุขภาพ ทำให้คนญี่ปุ่นมีอายุยืนยาวขึ้น และนับเป็นชาติต้นๆ ที่มีประชากรมีอายุเฉลี่ยสูง แต่ก็เริ่มมีปัญหา โดยปัจจุบันผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไปมีมากถึง 25% ของประชากรทั้งหมด และในปี 2593 จะเพิ่มขึ้นเป็น 40% โดยโรคอันดับต้นๆ ที่ทำให้ผู้สูงอายุของญี่ปุ่นเสียชีวิตคือ โรคหัวใจ โรคสมอง และมะเร็ง
       
       ทั้งราคาของหุ่นยนต์ดินสอมินิอยู่ที่ 100,000-200,000 บาท แต่ยังระบุไม่ได้ว่าเมื่อจำหน่ายใยเชิงพาณิชย์แล้วจะจำหน่ายในราคาเท่าไร เนื่องจากยังมีค่าบริหารจัดการและค่าดำเนินการต่างๆ ซึ่งต้องรอผลจากการทดลองใช้งานอีก 3 เดือนข้างหน้า
       
       อย่างไรก็ดี นพ.วาทานาเบ ให้ความเห็นว่าเทคโนโลยีใหม่ก็มีปัญหาและไม่ได้มีแต่ส่วนดีทั้งหมด อย่างแรกคือเรื่องความน่าเชื่อถือของเทคโนโลยี ตามมาด้วยความปลอดภัย ความแข็งแกร่ง รวมถึงต้นทุนและราคา ซึ่งหวังว่าทั้งสององค์กรจากไทยและญี่ปุ่นจะช่วยกันพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้น

อีกก้าวคนไทยส่งหุ่นยนต์ดูแลคนแก่ญี่ปุ่น
นพ.มิกิฮิโกะ วาทานาเบ
       

อีกก้าวคนไทยส่งหุ่นยนต์ดูแลคนแก่ญี่ปุ่น
ทาเคชิ คิมูระ
       

อีกก้าวคนไทยส่งหุ่นยนต์ดูแลคนแก่ญี่ปุ่น
อุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณชีพของทางสมาคมเวลเอจจิงเจแปน
       สำหรับการพัฒนาหุ่นยนต์ต้นแบบบริการดูแลผู้สูงวัยนี้ทางซีที เอเชีย โรโบติกส์ ได้รับทุนอุดหนุนในโครงการ “แปลงเทคโนโลยีเป็นทุน” จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) 1.52 ล้านบาท
       
       

       

       
       

TAG : หุ่นยนต์, ดินสอ, ผู้สูงวัย, ญี่ปุ่น
ข่าวล่าสุด ในหมวด
อีกก้าวคนไทยส่งหุ่นยนต์ดูแลคนแก่ญี่ปุ่น
ผันน้ำเข้านาด้วย “อินเวอร์เตอร์” ดึงพลังแดดได้ทุกช่วงแสง
ไม่ต้องพึ่งเยอรมัน! เครื่องทดสอบ “พลาสติกวิศวกรรม” ผลงานไทย
เปิด SafeMate งานวิจัยเช็กขับขี่ปลอดภัยรับสงกรานต์ (คลิป)
ลดฝุ่นถนนลูกรังด้วยน้ำทิ้งโรงงานกระดาษสา
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด

จำนวนคนโหวต 4 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 4 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ประเทศญี่ปุ่นเขาพัฒนาหุ่นยนต์เยอะ เพราะคนไม่อยากทำงานด้านใช้แรงงานไงครับ ไม่เหมือนกันกับประเทศไทย ที่คนทำงานส่วนใหญ่ยังอยู่ในส่วนการใช้แรงงาน

จริงๆประเทศไทยก็เริ่มมีปัญหาแล้ว เมื่อก่อนแม่บ้านจ้างได้ที่ 3-4000 บาท เดี๋ยวนี้ 9000 แรงงานพม่าก็หายากแล้วครับ
NA
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้ามีเงินซื้อ ก็จ้างพยาบาลมาดูแลดีกว่านะ
แต่ก็ถือว่าเป็นการพัฒนาทางสายวิทย์
อีกหน่อยอาจจะมีความสามารถมากเท่าคนก้เป็นได้
.........
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 -1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แทนการใช้หุ่นยนต์มาใช้คนดูแลแทนไม่ดีกว่าหรือ
หุ่นยนต์จะไปทำอะไรได้ครับ .... อย่างมากแค่ส่งสัญญาณเตือน
หากผิดพลาดชีวิตของญาติผู้ใหญ่เชียวนะครับ
การนำเอาเครื่องมือวิทยาศาสตร์มาใช้แทนนั้นจะเหมาะสมกับคนสูงอายุบางลักษณะเท่านั้น
และการดูแลผู้สูงอายุควรเป็นหน้าที่ของรัฐฯด้วย ซึ่งทำให้มีคุณภาพระดับเดียวกันทั่วประเทศ
นี่คือโจทย์อีกข้อหนึ่งของรัฐบาลไทยที่ต้องจัดทำแล้ว

บ้านพักคนชราจึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุดแต่ต้องมีคุณภาพและให้ความสุขกับผู้สูงอายุได้
ควรจัดการเรื่องทัศนคติของผู้สูงอายุในการอยู่บ้านคนชรา ... รวมไปถึงความอิสระในการใช้ชีวิต สามารถเลือกกิจกรรมที่จะทำได้ตามความเหมาะสม

หุ่นยนต์เอาไว้ใช้งานด้านอื่นดีกว่า
บ้านพักคนชราคือคำตอบสุดท้าย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
บ้านพักคนชราไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดค่ะ คำตอบดีที่สุดคือบ้านของลูก ๆ และลูก ๆ ต้องดูแลท่านเอง แต่......มีกี่คนคะที่สามารถหยุดทำงานและเฝ้าพ่อแม่แก่เฒ่าที่ทำอะไรไม่ไหวแล้วได้ ลูก ๆ ก็ต้องทำงานหาเงินมาเลี้ยงพ่อแม่เหมือนกัน ฉัันเคยเป็นหนึ่งในคนกลุ่มที่ไม่สามารถเฝ้าดูแม่ที่เป็นอัมพาตได้ เพราะต้องทำงาน อีกทั้งการจ้างพยาบาล จ้างพม่าก็ไม่ไว้ใจเหมือนกัน ครั้นจะเอาท่านไปบ้านพักคนชรา ท่านร้องไห้ค่ะ ตอนนั้นถ้ามีหุ่นยนต์ คงจะซื้อไว้ทุกมุมเลย อย่างน้อย เราก็ยังเห็นว่าท่านทำอะไร เป็นยังไง อุ่นใจกว่าไม่ได้เห็นท่านเลยด้วยซ้ำ ลองมองอะไรกว้าง ๆ หน่อยก็ดีนะคะ คนเรามีข้อจำกัดหลายอย่าง คุณอาจโชคดีที่เฝ้าพ่อแม่เองได้ แต่คนอื่นล่ะ ฉันว่านี่เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดีมาก เอาไว้เลือกค่ะ คุณไม่เลือกก็เรื่องของคุณ
กตัญญู
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เอาไว้ให้คุณอยู่ตอนแก่นะ
เหงา
 
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คนอายุยืน ภาวนาเวลานั้นคงก้าวหน้า
อายตนะภายนอกกวนน้อยเพราะเสื่อม ใจก็ชินและเบื่อกับโลก
เหลือแต่เวลาว่าง ที่พ้อมจะยึดการฝึกจิตเป็นเครื่องอยู่ แต่ไม่ทุกคนที่อยู่นานขนาดนั้น
เดชา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014