หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกภาคใต้ | ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
 

DSI เผยศิษย์ใกล้ชิดแฉ “ไอ้คำ” เสพยาบ้า ดื่มเหล้า ดูหนังโป๊ มั่วสีกาในอู่ซ่อมรถ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 7 กรกฎาคม 2556 12:19 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
DSI เผยศิษย์ใกล้ชิดแฉ “ไอ้คำ” เสพยาบ้า ดื่มเหล้า ดูหนังโป๊ มั่วสีกาในอู่ซ่อมรถ
พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ อินทรขาว ผู้บัญชาการสำนักคดีความมั่นคง ดีเอสไอ

ศรีสะเกษ - ดีเอสไอเผยศิษย์ใกล้ชิด “ไอ้คำ” พระฉาวชื่อดังศรีสะเกษ แฉพระดังเสพยาบ้า ดื่มเหล้า ดูหนังโป๊ และมั่วผู้หญิงในอู่ซ่อมรถที่อุบลฯ
       
       เมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ (7 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงแรมเกษสิริ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ อินทรขาว ผู้บัญชาการสำนักคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ และคณะ ได้ทำการสอบสวนหาข้อมูลเพิ่มเติมกรณีพระฉาวชื่อดัง จ.ศรีสะเกษที่กำลังตกเป็นข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับความไม่เหมาะสม โดยได้สอบปากคำพยานซึ่งเป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดของพระชื่อดัง ใช้เวลาสอบสวนหาข้อมูลประมาณ 1 ชั่วโมง
       
       จากนั้นได้เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า การสอบสวนในครั้งนี้มีความคืบหน้ามาก โดยพยานซึ่งเป็นคนใกล้ชิดและมีความน่าเชื่อถือได้ให้ปากคำเกี่ยวกับเรื่องผู้หญิงเพิ่มเติม ทั้งเรื่องกรณีรถยนต์หรูที่มีการซื้อมาขายไป รวมทั้งมีการนำเอารถไปขายที่ สปป.ลาว
       
       พ.ต.ท.พงศ์อินทร์กล่าวต่อว่า พยานปากนี้ยังระบุชัดว่าก่อนหน้านี้เคยทำเป็นอู่ซ่อมรถยนต์ที่ จ.อุบลราชธานี และพระชื่อดังได้นำเอารถมาซ่อม รวมทั้งใช้อู่ซ่อมรถยนต์แห่งนี้เป็นที่ซ่องสุมในการดื่มสุรา ดูหนังโป๊ เสพยาบ้า และมั่วผู้หญิงด้วย ซึ่งเป็นประเด็นที่ดีเอสไอจะได้ทำการสอบสวนเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงให้ปรากฏต่อไป
       
       พ.ต.ท.พงศ์อินทร์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีการสอบสวนที่พระชื่อดังได้มีเพศสัมพันธ์กับหญิงตั้งแต่อายุ 14 ปี ซึ่งกรณีนี้เป็นการเข้าข่ายกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 ที่ระบุว่า ผู้ใดกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไม่ว่าเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม มีโทษจำคุก 4-20 ปี และปรับ 8,000-40,000 บาท นั้น จากการที่ได้สอบสวนพยานหลักฐานต่างๆ แล้วเป็นประจักษ์พยานค่อนข้างแน่ชัดว่า พระชื่อดังจะกระทำความผิดจริงซึ่งจะได้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวล่าสุด ในหมวด
บุรีรัมย์แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติแห่ขึ้นทะเบียนวันสุดท้ายคึกคัก
โคราชระดม ตร.-ทหารคุมเข้มลอยกระทง จับตาจัดงานใหญ่ป้องเหตุทะเลาะวิวาท
ตม.มุกดาหารซ้อมแผนสยบชาวโรฮิงญาก่อจลาจล
อีกแล้ว! ชาวมหาสารคามแห่กราบจอมปลวกคล้ายพญานาค ขอเลขเด็ด
เมืองน้ำดำเปิดตลาดนัดสินค้าปลอดสารพิษ เน้นถูก-เข้าถึงผู้บริโภค
 
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 24 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
ความคิดเห็นที่ 62 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
น่าเอาชีวิตไอ้คำทำหนังนะ คงสนุกดี
จะอุดหนุน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 60 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
"ชาติหน้าไม่ขอเกิดเป็นคนอีก"
เณรคำเองจ๊ะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 57 +21 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รูปหลักฐานในลาว20ปีที่แล้ว ที่นายสุขุม ลูกกะเป๋งไอ้เณรคำ ตอนนั้นใช้ชื่อว่า ศราวุธ วงเวียน หากินกับคนลาว
และแต่งงานกับสาวลาวด้วย (ในภาพเป็นเรือล่องแม่น้ำงึม ชาย 2 คนในภาพ เป็นนักธุรกิจไทย เป็นเจ้าของบ.ในกรุงเทพ)
http://upic.me/i/y7/tonww.jpg
หรือ
http://upic.me/show/45795595

ช่วยกด+ด้วยจ้า จะได้เห็นกันทั่วๆ(ครั้งแรก ส่งแล้วเงียบ ส่งอีกรอบ)
แซมแมน แสนสะท้าน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 53 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พฤติกรรมแบบ ไอ้นรกเณคำดวย ยิ่งกว่าพวกค้ายาบ้า เพราะหลอกให้ญาติโยมเสพธรรมะที่อวดอุตริธรรม ผู้มีปัญญาน้อยหลงเชื่อไไม่ต่างจาก ผู้ค้ายาบ้ารายใหญ่ จะต้องออกกฏหมาย ประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิตกับพระหรือโยมที่ทำความเดือดร้อนให้คนหมู่มากแบบไอ้เฮี้ยคำดวย
toommm2@gmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 52 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
 ใครอยากรู้เรื่องราวเกี่ยวกับเณรคำ ตามไปที่นี่เลย   http://www.alittlebuddha.com/
teeram2009@windowslive.com (pipobaza2533 สมาชิก)
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 49 +13 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ยังมีแบบไอ้คำอีกไม่รู้กี่หมื่นตัว
หุหุ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 48 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถุย...แค่นี้ก็กลบกระแสพวกสัตว์การเมืองไปได้ระยะหนึ่ง คนไทยอ่อนแอ หูเบา ปัญญาอ่อน ปล่อยให้เห็บ หมัดมันกัดกินจนซีดหมดแล้ว ไม่เห็นมีไรเกิดขึ้น ปลงอนิจจัง ประเทศไทย!!!
นักการเมือง เห็นแก่ตัว เห็นแก่เงิน บ้าเงิน บ้าอำนาจ หลงเงิน หลงอำนาจ ลืมตัว
ไทยในอังกฤษ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 46 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตอนนี้มันก็เหมือนไอ้แม้ว มีเงินทองเยอะแยะ เดี๋ยวก็บัญชาการอยู่เมืองนอกให้ลูกศิษย์ไปจ้างกุ๊ยมามาเป็นแก๊งค์ เพื่อก่อกวนฝ่ายตรงข้าม ปิดโรงพักเผาบ้านเผาเมือง แล้วมันก็ไปมีความสุขอยู่เมืองนอกแบบไอ้แม้วชั่วยังไงยังงั้นแหละ
ไทยทำ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 43 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นายสนอง วรอุไร ชอบพูดบ่อย ๆ ว่า ของแท้ ๆ
ตอนนี้เงียบกริบ แถม ไม่ออกมาขอโทษสังคม

ถ้ายังไม่แสดงความรับผิดชอบ อะไรอีก แปลว่า
นายสนอง เจตนามีส่วนรู้เห็นเป็นใจกับการลวงอรหอยปลอมขึ้นมาตั้งแต่แรก
กาลามาสูตร
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 42 +6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ต้องขออภัยท่านที่รำคาญความเห็นของผมเป็นอย่างมาก ความเห็นของผมมันยาวเกินไปจริงๆครับ ต่อไปผมจะไม่โพสแล้วละครับ (ถ้ามีคนโพสอีก ไม่ใช่ผมนะ)

กราบขออภัย(ท่านที่รำคาญ)อย่างสูงอีกครั้ง
ผมขอเก็บสิ่งที่รู้ เอาไว้คนเดียวต่อไป ก็แล้วกันครับ

ท้ายนี้ขอสรุปรายการปัญหาของศาสนาให้ฟังดังนี้

"ความเชื่อผิดๆทั้งพระทั้งโยม"
"การไม่เล่นตามกฏ(ศีล)ทั้งพระและโยม"
"การเรียนรู้และถ่ายทอดคำสอน(พระธรรม)ที่ไม่ถูกต้องทั้งพระและโยม"
"การที่พระเอา บุญ นิพพาน พิธีกรรม และวัตถุมงคล มาหาเงินจากโยม"
"การที่โยมพอใจและยินดีมากที่ได้ให้เงินพระ"

ผมอยากตีแผ่แต่ละหัวข้อด้านบน แต่ก็พบว่ามีกระแสรำคาญความคิดผมเกิดขึ้นแล้ว

ดังนั้นขอให้ท่านลองอ่านแต่ละข้อและใช้ปัญญาที่ท่านมีติดตัว ลองพิจารณาดูเองว่า "ถูกต้องหรือไม่?" และจะต้อง "แก้ไขยังไง?"

^_^
หลวงตา เณรขำ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 39 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตอนนี้ กุซำบาย...ปี้แหม่ม อยู่ ป่า ปารีส

ขอบใจพวกกระบือ ที่ให้เงินกุใช้....
เพิ่งรู้เร๊อะ...........(หลวงปู่คลำ?
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 38 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สารวัตรครับ กำจัดมันให้สิ้น ทั้งไอ้คำทั้งบริวารเลย พวกนี้มันทำงานเป็นทีม (ไอ้คำใช้คำว่า "ทีมงาน") มิฉะนั้นเชื่อขนมกินได้ อีกหน่อยมันก็จะอุปโลกสร้างหลวงปู่เฮี๊ยๆขึ้นมาอีก เสียทั้งข้าวสุกชาวบ้าน เสียทั้งทรัพยากรมสตรีที่จะตกมาเป็นเหยื่อกามของมัน เสียทั้งเงินชาวบ้านผู้หลงเชื่อที่มาอนุโมทนาสะสมเป็นร้อยล้านพันล้าน ให้มันซื้อรถหรู ซื้อทองคำ ค้ายาบ้า ค้าพระพุทธรูป ฯลฯ

กำจัดเสี้ยนแผ่นดินนี้ให้สิ้นเลยครับ ขอบคุณครับ
มหาอี้
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 36 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เก่งแต่คดีอย่างงี้แหละ
ทีรถหรูเปลี่ยนกระปุกเกียร์สรุปเป็นรถจดประกอบเลย งี่เหง้า
กน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 31 +51 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สละเวลาอ่านสัก 15 นาที เผื่อจะทำให้คุณเข้าใจศาสนาพุทธมากขึ้น เขียนยาวขึ้นทุกครั้ง

"มาทำบุญด้วยการถือศีลกันเถอะ"

สำหรับชาวพุทธที่ยังจับต้นชนปลายกับชีวิตตัวเองไม่ถูก เช่น

- เสียใจกับข่าวพระเครื่องบินเจ็ต จนมองว่าศาสนากำลังมัวหมอง
- สับสนกับพระชื่อดังที่สึกออกมาแต่งงาน
- ยังคาดหวังบุญโดยยึดวิธีการเอาเงินไปถวายพระเป็นหลัก (คิดว่าพระยิ่งดัง ยิ่งได้บุญมาก)
- เข้าวัดเพื่อสะเดาะเคราะห์ รดน้ำมนต์ ขอหวย ดูดวง ปล่อยนก ปล่อยปลา ปิดทอง เคาะระฆัง
- เดินสายไหว้พระ 9 วัด (แต่ไม่ได้อะไรติดใจกลับมาเลย)
- เสียเงิน 20 บาทบูชาดอกไม้ธูปเทียนเพื่อไหว้พระพุทธรูป (ทั้งๆที่ไหว้มือเปล่าก็ได้)
- ถวายวัด 20 บาท แต่ขอให้ถูกรางวัลที่ 1 (ลงทุนต่ำแต่คาดหวังผลตอบแทนที่สูงมาก)
- คุยกันตอนพระสวด พระเทศน์ แต่ก้มหัวแบบสุดๆตอนพระให้พร
- คอยลุ้นให้โดนน้ำมนต์ทุกครั้งที่พระพรมน้ำมนต์และต้องการให้ตัวเองโดนน้ำมนต์มากที่สุด (เพราะคิดว่านั่นคือบุญและเครื่องปัดเป่าความชั่วร้าย )
- มั่นใจว่าถวายอาหารพระแล้วต้องถวายน้ำด้วย เดี๋ยวอดน้ำตอนตายไปแล้ว (ยังกับว่าถ้าอาหารติดคอจะตายซ้ำได้อีก)
- ถวายอาหารที่ญาติที่เสียชีวิตไปชอบกินให้พระ (เพราะเข้าใจว่าพระคือทางผ่านของอาหารไปถึงผู้เสียชีวิต)
- นิยมนำเงินไปใส่ในบาตรพระ (ทั้งๆที่ความจริงแล้วบาตร เป็นภาชนะสำหรับรองรับอาหารเท่านั้น)
- มั่นใจในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ (โลหะ เศษไม้ ดินเหนียว) มากกว่าธรรมะและการทำดี
- กลัวพระอด แต่ไม่เคยสนใจพ่อแม่ตัวเองว่าอิ่มไหม ?
- ได้ดี มีอยู่มีกิน แต่ดันลืมบุญคุณ ครูบาอาจารย์
- ชอบทำบุญมาก แต่ก็ยังไม่เลิกทำบาปเช่นกัน
- คิดว่าศีลต้องไปขอจากพระ และต้องถือศีลในวัด จึงจะได้บุญมาก
- ต้องให้พระเจิมรถก่อน รถคันนั้นจึงจะเป็นมงคลและปลอดภัย (ทั้งๆที่ รถวิ่งได้เพราะคนขับล้วนๆ พระไม่ได้มาช่วยขับเลยสักนิด)
- ทุ่มเททุกอย่างในชีวิต เพื่อความสุขในโลกหน้า (พร้อมจ่ายเต็มที่ ถ้าจ่ายเพื่อบุญและพระนิพพาน)

ผมขอฝากสิ่งดีๆให้ไปศึกษาครับ ทำจิตให้ว่าง ตั้งใจฟังอย่างมีสติ แล้วคุณจะเข้าใจอะไรมากขึ้น

อาจจะฟังไม่เข้าใจบ้าง เพราะมีภาษาบาลีบางคำที่ท่านอาจจะไม่คุ้น แต่ก็ไม่ยากเกินที่จะใช้ internet ค้นหาความหมายของคำเหล่านั้น

คิริมานนทสูตร
http://www.youtube.com/watch?v=O0rF0RDxZfI

******************************************************

ขอเพิ่มต่ออีกนิด เราชาวพุทธประกาศตนเอา 3 สิ่งนี้เป็นสรณะ(ที่พึ่ง)

พระพุทธเจ้า (มีมาหลายพระองค์กล้ว และท่านปรินิพพานไปแล้ว ท่านไม่กลับมาช่วยใครแน่ๆ)
พระธรรม (มีอยู่ในทุกสิ่งและอยู่คู่โลกมานานแล้ว แต่พระพุทธองค์ค้นพบและนำมาบอกเราต่อ)
พระสงฆ์ (ผู้ทำหน้าที่ศึกษาพระธรรมและนำพระธรรมมาสอนโยมต่อ)

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับชาวพุทธ(ที่ไม่เข้าใจศาสนา) คือ เราต้องทำบุญให้มากที่สุด ? เพื่อปรารถนาไปนิพพาน ?

ทั้งๆที่พระนิพพานไม่ได้ไปด้วยการให้ทาน นิพพานไปได้ด้วยการตัดกิเลสตัณหา หมดสิ้นแล้วเท่านั้น

มีเพียงศีล สมาธิ ปัญญา ที่จะช่วยพาท่านเข้าถึงพระนิพพานได้

ลองตรึกตรองดู คุณรู้จักพระอรหันต์องค์ไหนที่บรรลุธรรมด้วยทาน ?

มีพระสงฆ์รูปไหนที่บรรลุอรหันต์ด้วยทาน ด้วยการสร้างโบสถ์ สร้างวัด สร้างวิหาร สร้างพระพุทธรูป ด้วยการถวายรถให้พระ ด้วยการถวายเงินให้พระด้วยกัน

จากความเข้าใจผิดเรื่องการสามารถไปพระนิพพานด้วยทาน ซึ่งปัจจุบันการทำบุญถูกตีความว่าคือการให้ทานเป็นหลัก

เลยเป็นช่องว่างให้พระ(ปลอมๆ)จำนวนมาก หาเงินเข้ากระเป๋าหลุยวิตตองของตนเองแทน

บุญที่เกิดจากการทำทานก็แค่เรื่องเบื้องต้นเท่านั้น (อาจพาท่านไปเกิดในภพภูมิที่ดีกว่า แต่หมดบุญก็ยังต้องมาเวียนว่ายตายเกิดกันต่อไปอีก)

สูงกว่าทาน ยังมี ศีล สมาธิ ปัญญา ที่ชาวพุทธหลายคนมองข้ามไป

หลังให้ศีลโยมพระบอกเสมอแต่โยมไม่เข้าใจ และสนใจกันเลย
สีเลนะ สุคติง ยันติ (ศีล นั้นจักเป็นเหตุให้ถึงความสุข)
สีเลนะ โภคะสัมปะทา (ศีล นั้นจักเป็นเหตุให้ได้มาซึ่งโภคทรัพย์)
สีเลนะ นิพพุติง ยันติ (และศีลนั้นยัง จะเป็นเหตุให้ได้ไปถึง นิพพาน คือความดับเย็นจากกิเลส เครื่องเศร้าหมองทั้งปวง)
ตัสสมา สีลัง วิโสธะเย (ศีล จึงเป็นสิ่งที่วิเศษนักที่เธอทั้งหลายพึงยึดถือเป็นหลัก ประจำชีวิต ประจำจิตใจ ปฏิบัติให้ได้ ดังนี้ แล)

ดังนั้นผลของศีลจึงยิ่งใหญ่กว่าทานมากนัก ! !!

ทานที่เข้าใจกันง่ายๆว่าเอาเงินให้พระ เอาของไปช่วยคนอื่น ก็ไม่ได้มีแค่การให้สิ่งของหรือเงินด้วย

ทานมี 3 ประเภท
1.วัตถุทาน = ให้สิ่งของ หรือ เงินที่ชอบให้พระนี่แหละ
2.วิทยาทาน = ให้ความรู้ บอกสอนสิ่งที่มีประโยชน์ << ธรรมทานก็เป็นการให้ความรู้เช่นกัน แต่เป็นการให้ธรรมะเป็นความรู้
3.อภัยทาน = ง่ายสุดแล้ว ให้อภัย ไม่เสียสักบาท (แต่ทำไมไม่ยอมให้กันเลย)

มีคำกล่าวที่ว่า "สัพพทานัง ธัมมทานัง ชินาติ = การให้ธรรม ชนะการให้ทั้งปวง" นั่นแปลว่าการให้ทาน โดย เผยแผ่พระธรรม(ที่ไม่บิดเบือน) ชนะการใช้ทุกแบบเลย (รวมถึงให้เงินพระด้วย)

จึงมีโยมหลายๆท่าน นิยมพิมพ์หนังสือธรรมะ ทำ CD ธรรมะ แจกต่อๆกัน !

แต่ประโยชน์ของหนังสือ กับ CD จะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้า
1. คำสอนถูกบิดเบือน(เช่น ขอเกิดเป็นชาติสุดท้าย / ชวนโยมมาสร้างพระองค์ละ 15,000 บาทเพื่อไปนิพพานเป็นต้น)
2. สร้างออกมา เอามาแจกกันแล้วไม่มีคนศึกษา (เอาเก็บไว้บนหิ้งพระ)

แต่เหนือสิ่งอื่นใด ถ้าได้ศึกษาและรู้พระธรรม(ที่ถูกต้อง)แล้ว แต่ไม่ยอมนำมาปฏิบัติ มันก็ไม่เกิดประโยชน์อันใดเลย

รู้แต่ไม่ทำ มีค่าเท่ากับไม่รู้ !

ผมอยากเชิญชวนชาวพุทธทุกคนทุกท่านมาถือศีลแทน ท่านจะได้อะไรมากกว่าการขับรถตะเวนเอาเงินไปถวายพระมากมายนัก

(พระไม่ได้มีหน้าที่หาเงินครับ ไม่ต้องเป็นห่วงพระ)

ศีล 5 มีอะไรบ้าง ผมคงไม่ต้องนำมาพิมพ์บอกหรอกนะครับ

มาชักชวนกันถือศีล 5 ดีกว่า และอย่าลืมที่จะลด โลภ โกรธ หลง ที่แอบโผล่เข้ามาในใจของท่านทุกช่วงเวลา

ขอให้พ่อแม่เราอยู่สุขสบายก่อน ค่อยเป็นห่วงพระ

พระต้องการแค่อาหารและยาในบางโอกาสเท่านั้น เงินไม่จำเป็นต้องให้พระก็ได้ครับ (ถ้าจะให้ ให้ถวายวัดแทน)
สาธุ

********************************

เจตนาในการพิมพ์ข้อความด้านบน ผมแค่อยากเตือนสติชาวพุทธ(แบบผิดๆ) ให้รู้ว่า สิ่งที่พระพุทธองค์สอนคืออะไร

ผมเองก็ไม่ได้รู้ธรรมะมากมายนะครับ (สวดมนต์ไม่ค่อยเป็นกับเขาหรอก) และค่อนข้างกลัวเหมือนกันว่าตัวเองจะสอนคนอื่นแบบผิดๆ(กลายเป็นบาปแทน)

แต่คิริมานนทสูตร ที่ผมพยายามให้ชาวพุทธได้มีโอกาสฟังสักครั้งหนึ่งในชีวิต และทำความเข้าใจให้ลึกซึ้งนั้นคือ ของแท้เลยครับ ไม่มีบิดเบือน

โยมทุกวันนี้ลุ่มหลงกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากเกินไป แปลอีกทางหนึ่งได้ว่า เชื่อมั่นในตัวเองน้อยมาก

ดันมาเชื่อมั่นใน เศษไม้ เศษดิน ชิ้นสวนโลหะแทน

เลยกลายเป็นช่องว่างให้พระปลอมๆ หาเงินจากสิ่งเหล่านั้นได้อีก

ธรรมะดีๆของพุทธองค์ เรียนรู้ฟรีๆ ประโยชน์เกิดกับตนเองไม่มีใครศึกษา

นึกถึงศาสนาก็ต้องเข้าวัด เพื่อเอาของไปถวายพระและรอรับน้ำมนต์ และรอรับศีล?

ทั้งๆที่ศีลนั้น ถือที่บ้านก็ได้ ไม่ต้องไปรับศีลบ่อยๆหรอก พระให้ศีลแล้วก็รักษามันไว้ให้ได้ก็พอ

ศีลไม่มีขาด ต่อได้เองอัตโนมัติเสมอถ้าคุณมีสติ ไม่ต้องวิ่งไปขอศีลใหม่จากพระที่วัดหรอกครับ

ศีลก็ไม่ใช่ข้อปฏิบัติที่ยากเย็นนัก ศีลแปลว่า"ปกติ"

ถ้าท่านทำตัวให้ปกติตามศีล 5 ท่านก็ไม่มีโอกาสตกสู่อบายภูมิแน่นอน (อบายแปลว่าความเสื่อม ภูมิหมายถึงดินแดนหรือสถานที่ / มุขหมายถึงประตูหรือทาง อบายมุขคือทางไปสู่ความเสื่อม)

เมื่อท่านเข้าวัดถ้าเจอวัดดีๆก็ดีไป ถ้าเจอวัดที่มีพระแนะนำให้ ดูดวง สะเดาะเคราะห์ อาบน้ำมนต์ สวนภาณยักษ์ บูชาวัตถุมงคล สร้างพระประจำตัว ก็ขอให้ระลึกไว้เลยว่า ท่านกำลังมาผิดวัดครับ

วัตถุมงคล ไม่ใช่ที่พึ่งของชาวพุทธครับ ไม่เช่นนั้น พระพุทธเจ้าท่านต้องสร้างเหรียญสมณะโคดมรุ่นต่างๆออกมาให้โยมบูชา ตั้งแต่สมัยพุทธกาลแล้วละครับและวัตถุมงคลของพระพุทธเจ้าจะต้องมีมูลค่่ามหาศาลอย่างมาก

แต่พระพุทธเจ้าท่าน ฝากๆไว้เพียงพระธรรมเท่านั้น และท่านเองก็ไม่ได้แต่งตั้งสงฆ์รูปใดให้มีหน้าที่นำพาโยมไปสู่พระนิพพานด้วย

ผมนับถือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ครับ
ผมไม่มีพระห้อยคอ มีแต่คล้องพระธรรมไว้ที่ใจ

********************************

ผมไม่ได้แนะนำให้ท่าน "ไม่ใส่บาตร" นะครับ ยังยืนยันว่าการใส่บาตรเป็นการทำบุญแบบพื้นฐานที่ช่วยทำนุบำรุงศาสนาได้ด้วย

เราถูกสอนมาให้ใส่บาตรทุกๆวันเกิด (แค่ปีละครั้ง) จริงๆควรใส่ทุกวัน ใส่อย่างต่อเนื่อง และเลือกพระที่จะใส่บาตรด้วย ถ้าพระไม่มีอาหารฉัน พระพุทธศาสนาอาจได้รับการสั่นคลอนได้

ผมไม่ได้แนะนำท่านให้"เลิกทำบุญด้วยเงิน"นะครับ แต่การถวายเงินพระโดยตรงนั้น โยมควรเลิกได้แล้ว มันเป็นต้นเหตุหลักของการทำบาปทางอ้อมเลย พระไม่ควรรับเงินจากโยมโดยตรง บาตรก็ไม่ได้มีหน้าที่ใส่เงินด้วย

คำว่า"บิณฑบาต"ที่เป็นหนึ่งในกิจของสงฆ์ที่ถือว่าเป็นการโปรดสัตว์นั้น แปลว่า การตกลงแห่งก้อนข้าว

ตัวบาตรเองนั้น พระพุทธองค์บัญญัติไว้ให้ใส่อาหารเท่านั้น และใส่แค่พอขบฉัน ไม่ใช่ใส่จนล้นปิดฝาบาตรไม่ได้

ปัจจุบันมีการนำบาตรมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยนำมาให้โยมใส่เงินแทน?

พระรับเงิน จับเงิน (ผมไม่แน่ใจเรื่องมูลค่า) เป็นความผิดครับ (อาบัติ)

“นิสสัคคิยปาจิตตีย์ โกสิยวรรค สิกขาบทที่ ๘ โย ปะนะ ภิกขุ ชาตะรูปะระชะตัง อุคคัณเหยยะ วา..... “อนึ่ง ภิกษุใด รับก็ดี ให้รับก็ดี ซึ่งทอง เงิน หรือยินดีทอง เงินอันเขาเก็บไว้ให้, เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์.”

แต่เป็นระดับความผิดที่สามารถลบล้างได้ (อาบัติมีหลายระดับ) ไม่อย่างนั้นคนที่ไม่เข้าใจก็จะถามต่อว่า "ทำไมหลวงพ่อคูณรับและจับเงินได้ ?"

การจับหรือรับเงินจากโยมโดยตรงนั้น จึงเป็นสิ่งที่พอจะทำได้ (แต่ไม่ควรรับเลย ถ้าเคร่งมาก)

แต่สิ่งที่สำคัญคือ เงินที่รับมาแล้วนั้น พระรู้สึกยังไงกับเงินนั้นต่างหากครับ ?

ถ้ายินดีกับเงินนั้นก็อาบัติเต็มๆครับ !!!

วิธีการถวายเงินที่ถูกต้องควรถวายให้วัด (ไม่ใช่ถวายพระ) ที่ถูกต้องคือ เอาเงินให้ไวยาวัจกร จากนั้นเขาจะออกใบอนุโมทนาบัตร ให้โยมนำใบนี้มาถวายพระให้พระรับรู้ อนุโมทนา

ไม่ใช่เอาเงินใส่ซองยกให้พระเลย (เหมือนที่ละเลยกันอยู่ในปัจจุบัน)

เงื่อนไข เกี่ยวกับเงินและพระมันซับซ้อนครับ พระไม่สามารถแม้แต่จะบอกโยมด้วยซ้ำไปว่า ให้เอาเงินไปให้ใคร (เพราะทำแบบนั้น ก็เท่ากับว่าพระยินดีในการรับเงินด้วย)

ถ้าจะให้ถูกต้องทุกวัดจะต้องขึ้นป้ายเลยว่า ถ้าต้องการถวายปัจจัยทำนุบำรุงวัด ต้องไปตรงจุดใด และมอบให้เจ้าหน้าที่คนใด

ฝากหน่วยงานที่กี่ยวข้องช่วยจัดการเรื่อง การถวายเงินวัด ห้ามถวายเงินพระโดยตรง สักทีเถอะครับ !

ต้นเหตุของปัญหาตอนนี้คือ “เงิน” และ “การมีทรัพย์สินส่วนตัวของพระที่มากเกินคำว่าสมถะพอเลี้ยงชีพ”

ภิกษุ เป็นคำภาษาสันสกฤต ส่วนภิกขุ เป็นคำภาษาบาลี หมายถึงนักบวชชายในพระพุทธศาสนา แปลว่า ผู้ขอ (ให้พอเลี้ยงชีพได้) คือ สละโลก สละเคหสถาน และสละทรัพย์สมบัติ เพื่ออุทิศตนศึกษาปฏิบัติและเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ดำรงชีวิตอยู่ด้วยปัจจัยที่ผู้อื่นให้

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับพระ(ผิดๆ)ตอนนี้ คือบวชหลายปีมี กุฏิใหญ่โต ติดแอร์ อาบน้ำอุ่น ทีวีจอยักษ์ โทรศัพท์มือถือ รถประจำตำแหน่ง บัญชีเงินฝากส่วนตัว ได้ฉันอาหารที่ชอบ(ยังติดในรสชาติ และโยมโง่ๆชอบทำมาถวาย เพราะได้ยินว่าพระชอบ)

จนโยมหลายๆคนเริ่มคิดแล้วว่า บวชพระดีกว่าไหม? แค่ไม่กี่ปี ก็มีฐานะ(ทรัพย์ทางโลก)มากแล้ว

ถ้าทำให้โยมเข้าใจว่าการถวายเงินพระนั้นได้บาป แทนจะได้บุญก็น่าจะลดปัญหาไปได้มาก

แต่ปัจจุบันทั้งโยมและพระเปลี่ยนมามอบและรับกันโดยตรงแทน เลยเป็นช่องว่างให้พวกอาศัยผ้าเหลืองหากินใช้ทำรายได้(ส่วนตัว)ไปแทน

คุณคิดว่าพระ(ปลอมๆ)รู้สึกยังไงเวลาได้รับเงิน เขาเหล่านั้นรู้สึกยินดีกับมันมากๆ (เงินที่ได้รับถวายก็ยึดเป็นรายได้ส่วนตัวของพระเลยทีเดียว) และหาทางที่จะมาหลอกเอาเงินจากโยม(โง่ๆ)ตลอดเวลา

ผมเคยดู VCD การเทศน์ 3 ธรรมาสน์ (พระ 3 รูป) ไม่รู้จังหวัดไหน เห็นแล้วอนาจใจ นึกว่ากำลังดูคณะตลก

เทศน์ไปก็ปล่อยมุขตลกไป ทำหน้าทำตาใส่อารมณ์ มีดนดรีคอยประกอบทุกช่วงจังหวะ บางช่วงก็คว้าไมค์ร้องแหล่ประกอบดนตรีเลย พระรูปไหนปล่อยมุขเด็ดถูกใจโยม โยมก็ทยอยๆๆ เอาเงินมาใส่ให้

ผมทนดูได้แค่ 10 นาที ก็เดินหนี มั่นใจว่า VCD น่านะยาวสัก 2 ชั่วโมง สร้างเสียงหัวเราะและความบันเทิงให้โยมที่ซื้อไปฟังมิใช่น้อย แต่ไม่มีธรรมะเด็ดๆที่จะพอสะกิดใจโยมเลยสักนิด

หนำซ้ำตลอดช่วงการเทศน์ก็มีตัวหนังสือแจ้งข้อมูลการติดต่อ เผื่อโยมอยากนิมนต์(จ้าง)ไปเทศน์(แสดง)ที่บ้านโยมด้วย

ถ้าอยากใช้เงินทำนุบำรุงศาสนาให้ถวายวัดแทน และให้เพื่อก่อให้เกิดการศึกษาพระธรรมหรือเผยแผ่พระธรรม

ควรฉลาดเลือกในการให้ด้วย และใช้วิธีถวายสิ่งที่มีประโยชน์และพระต้องการแทน

เช่น พิจารณาแล้วว่าวัดนี้ควรมีกุฏิเล็กๆขนาดพอเพียงแก่สมณะเพศเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม เราก็นำเงินมาสร้างกุฏิเสร็จแล้วก็ถวายวัด จะดีกว่าเอาเงินถวายพระ แล้วให้พระไปสร้างกันเอง (พระต้องไปซื้อวัสดุก่อสร้าง จ้างช่าง ควบคุมการก่อสร้าง ดีไม่ดีก็ลงมือสร้างเองเลย)

ส่วนการถวายสิ่งที่พระต้องการและมีประโยชน์กับศาสนานั้น ลองสอบถามความต้องการว่าวัดขาดเหลือสิ่งใดบ้าง เราจะได้จัดหาไปถวายให้เหมาะสม

ไม่ใช่เอาความชอบของเราเป็นหลัก ผมเคยเจอประเภทเราชอบช้าง ก็ซื้อช้างแกะสลักตัวใหญ่ๆราคาหลายหมื่นไปถวายวัด โดยไม่ถามพระสักคำว่า วัดอยากได้สิ่งใด เอาช้างแกะสลักไปให้พระ เป็นสิ่งที่พระรับได้ พระก็รับไว้ แต่หาประโยชน์ต่อพระศาสนาได้น้อยมากจากช้างแกะสลักนั้น

เลือกสิ่งที่จะให้ พิจารณาดูวัดหรือพระที่จะให้ด้วย ไม่ใช่เห็นว่าเป็นวัดเป็นพระก็ตั้งหน้าตั้งตาให้อย่างเดียว พระยิ่งดัง วัดยิ่งดัง ดันเข้าใจว่าเป็นพระดี วัดดีอีก (ดังกับดีไม่เหมือนกัน ถ้าคิดว่ามันเหมือนกันก็กำลังคิดผิดมหันต์)

ผู้รับที่เปรียบเสมือน"นาบุญ" สิ่งที่เราถวายเปรียบเสมือน"พันธุ์ข้าว"

ถ้าหว่านข้าวพันธุ์ดีลงไปในที่นาไม่มีคุณภาพ ข้าวของท่านก็จะไม่เจริญงอกงาม

ถ้าหว่านข้าวพันธุ์ดีลงไปในที่นาที่มีคุณภาพ ข้าวของท่านก็จะเจริญงอกงาม ให้ท่านชื่นชมต่อไป

ถ้าท่านคิดว่าสิ่งที่ผมกล่าวมามีประโยชน์ ท่านสามารถนำไปบอกต่อใน Facebook ก็ได้ แต่ช่วยทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า "กด Like ไม่ได้บุญ ให้ศึกษาและนำไปปฏิบัติจึงจะได้บุญเกิดกุศลกับท่านเอง"

เหตุผลจริงๆ ของผมในการพิมพ์สิ่งเหล่านี้คือ ต้องการชักจูงให้ชาวพุทธได้พบกับ "คิริมานนทสูตร"

อันเป็นอีกหนึ่งพระสูตรที่พระพุทธองค์ตรัสแก่พระอานนท์เพื่อนำไปบอกต่อพระ คิริมาที่กำลังอาพาธอยู่ (คนไม่ป่วยก็ควรฟัง ผมเปิดพระสูตรนี้ให้พ่อตาฟังก่อนสิ้นลม ท่านจากไปอย่างสงบพร้อมเสียงธรรมนี้เช่นกัน)

ส่วนถ้าจะมีจุดใด ผิดพลาดหรือกระทบใครบ้าง ผมก็ขออภัยทานจากท่านด้วยก็แล้วกัน
หลวงตา เณรขำ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 29 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไปทำคดีเอกยุทธ หน่อยได้ไหม อีกหน่อยแม่ค้าตบกันกลางตลาดก็ต้องไปทำคดีละมั้ง
ตั้งมาทำไร
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 28 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กับไอ้คำก็ขยันดี แล้วไอ้เหลี่ยม กับจานบินล่ะ
d
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 24 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แนะนำให้ เณรคำ ไปหลบหนีที่ ดูไบ ค่ะ ตามจับไม่ได้หรอก
สาวผักไห่
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 16 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากให้ลากคอ ไอ้ตำรวจสัญญาบัตร ทางหลวงที่เป็นคนคอยอำนวยความสะดวก ทั้งเส้นทาง และ การต่อรองเรื่องผู้หญิง ให้จับและนำมันมาแถลงให้สังคมได้รับรู้ว่าชื่อ ยศ ตำแหน่ง อะไร..
ดีเจ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 15 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ยิ่งอ่านยิ่งมันส์ ออกมาแฉกันถี่ยิบ อู๊ย แซ่บจริงๆ นี่แหละเวรรรมมีจริง สาธุ
ธรรมะย่อมชนะอธรรม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตอนนี้แล้วมาแฉเรื่องชั่วๆ กันจัางงงง ก่อนหน้านี้ไปมุดรูตรูด หรือเงินอุดปากพูดไม่ออกกันใช่มะ ปล่อยให้มันทำเลวๆ บัดสีผ้าเหลืองกันอยู่ได้ พวกเมิงก็เลวพอกัน
เอก วีโก้
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไอ้โล้นคำผิดกฎหมาย 3 ข้อ 1 ข้อหาพรากผู้เยาว์อายุตำกว่า 15 ปี 2 ฉ้อโกงประชาชน 3 ซ่องโจร ผิดกฎพระวินัย 1 เสพเมถุนกับมาตุคาม 2 ยักยอกทรัพย์ของประชาชนมาเป็นของตนเอง 3 เลียนแบบเครื่องแต่งกายของสงฆ์
seamilar@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สมน้ำหน้าไอ้พวกที่ทำบุญจัง
พวกนี้นึกไปว่าทำบุญด้วยเงิน แล้วจะผ่อนบาปให้เบาลง
ถ้ากลัวบาป ง่ายๆ ก็อย่าทำบาปซิ
มรรค 8 น่ะ เคยอ่านหรือเปล่า
เอ็งคนพุทธหรือ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ครบสูตรเลยนะไอ้คำ เมิงนี่ มันเลวได้ใจ วันนี้โยมควายคงตาสว่างหลายตัว แต่มันก็สายพลบค่ำแล้ว ที่ทำบุญกับเปตรตนนี้ ยังมีเปรตโกนหัวห่มเหลื่อง นั่งรถหรูอีกเพียบ ช่วยกันส่องมากๆหน่อยครับ ไม่ชอบมาพากล กระทืบก่อนแจ้งตำรวจ เพราะกฏหมายบ้านเรา เบาดั่งขนนก กับเปรตพวกนี้
ขุนสุราพินาศ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014