หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกภาคใต้ | ภาคกลาง-ตะวันออก
 

UNSEEN THAILAND มหัศจรรย์ทะเลแหวกแห่งเดียวใน ตอ.

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 31 ตุลาคม 2555 11:53 น.

UNSEEN THAILAND  มหัศจรรย์ทะเลแหวกแห่งเดียวใน ตอ.

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
UNSEEN THAILAND  มหัศจรรย์ทะเลแหวกแห่งเดียวใน ตอ.

UNSEEN THAILAND  มหัศจรรย์ทะเลแหวกแห่งเดียวใน ตอ.

UNSEEN THAILAND  มหัศจรรย์ทะเลแหวกแห่งเดียวใน ตอ.
นายสมพร เบญจพรหม ชาวประมงท้องถิ่นในหมู่บ้านที่อาศัยอยู่ในชุมชน

UNSEEN THAILAND  มหัศจรรย์ทะเลแหวกแห่งเดียวใน ตอ.
"พี่โต" หรือนายวารี จันทร เจ้าของกิจการบริการที่พักในนาม "บางชัน แฮปปี้ โฮมสเตย์"

UNSEEN THAILAND  มหัศจรรย์ทะเลแหวกแห่งเดียวใน ตอ.
"น้านพ" หรือนายมานพ นิลฉวี ชาวบางชันที่หารายได้เสริมจากการขับเรือนำเที่ยว

UNSEEN THAILAND  มหัศจรรย์ทะเลแหวกแห่งเดียวใน ตอ.

UNSEEN THAILAND  มหัศจรรย์ทะเลแหวกแห่งเดียวใน ตอ.

ศูนย์ข่าวศรีราชา - เปิดมุมมองภาพการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ มหัศจรรย์ทะเลชายฝั่งตะวันออก ล่องเรือลุย “หมู่บ้านไร้แผ่นดิน” ชุมชนตำบลบางชัน อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี สัมผัสทะเลแหวกสุดยอดธรรมชาติที่เดียวในภาคตะวันออก พร้อมชมฝูงเหยี่ยวแดงคอขาวกินอาหาร ชี้เป็นชุมชนชาวประมงโบราณที่มีความเป็นอยู่บนผืนทะเลที่ยังคงหยิบยื่นมิตรภาพจากท้องถิ่นสู่ผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้ม
       
       MGR Online ได้ร่วมเดินทางไปสัมผัสกับกิจกรรมการแนะนำเส้นทางการท่องเที่ยวแห่งใหม่ของประเทศไทย “หมู่บ้านไร้แผ่นดิน” หรือชุมชนตำบลบางชัน อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีความเป็นอยู่อาศัยบนผืนน้ำทะเลมาอย่างยาวนาน ถือเป็นชุมชนโบราณที่ยังคงสืบสานกิจกรรม และวัฒนธรรมท้องถิ่นในวิถีชีวิตชาวประมงของจังหวัดชายฝั่งภาคตะวันออกได้มาจนถึงปัจจุบัน
       
       เส้นทางการเดินทางไปยังชุมชนตำบลบางชัน อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี ใช้เส้นทางถนนสุขุมวิท-ตราด เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1358 ไปทางบ้านอ่างกระป่อง เข้าท่าเรืออ่างกระป่อง ก่อนเดินทางด้วยเรือยนต์ประมาณ 30 นาทีจึงถึงปากน้ำเวฬุ ต้อนรับเข้าสู่ “หมู่บ้านไร้แผ่นดิน” ซึ่งสองฟากฝั่งเป็นที่อยู่อาศัยของชาวประมงท้องถิ่นที่ปลูกเรือนอาศัยกันบนผืนน้ำทะเล ระหว่างน้ำถึงกัน แบ่งพื้นที่เป็นการวางโพงพางเลี้ยงปลาในกระชังซึ่งเป็นรายได้เสริมของชาวบ้านในชุมชนตำบลบางชัน
       
       ตำบลบางชัน มีทั้งสิ้น 6 หมู่บ้าน ประกอบด้วย ม.1 บ้านเกาะจิก ม.2 บ้านโรงไม้ ซึ่งแต่เดิมเรียก “บ้านปากน้ำเวฬุ” แต่ปัจจุบัน รู้จักกันเป็นอย่างดีในชื่อ “บ้านบางชัน” ม.3 บ้านอิเทพ ม.4 บ้านเทพขาหย่าง ม.5 บ้านนากุ้ง และ ม.6 บ้านสีลำดวน แต่ละหมู่บ้านอาศัยปลูกบ้านตามป่าชายเลน และป่าโกงกางมีคลองทะเลไหลผ่านระหว่างหมู่บ้าน เอกลักษณ์เฉพาะของหมู่บ้านที่น่าสนใจคือ ไปมาหาสู่กันด้วยเรือยนต์ ใช้การคมนาคมทางน้ำเป็นหลัก เพราะไม่มีเส้นทางสัญจรด้วยรถยนต์ มีเพียงฟุตปาธทางเดินทางเท้าหน้าหมู่บ้านที่สนับสนุนงบประมาณการดำเนินการก่อสร้างจากทางองค์การบริหารส่วนตำบลเท่านั้น
       
       ด้วยธรรมชาติ และวิถีชีวิตของชุมชนที่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันมาโดยตลอด จนปัจจุบัน ทั้งชุมชนตำบลบางชันมีผู้อยู่อาศัยรวมทั้งสิ้นประมาณ 400-500 หลังคาเรือน ทั้งหมดเป็นชาวไทย และชาวไทยเชื้อสายจีน ชาวพุทธที่ยังคงหยิบยื่นให้ความช่วยเหลือกันทั้งในเรื่องความเป็นอยู่อาศัย และการช่วยเหลือในการทำประมงเพื่อหารายได้จุนเจือครอบครัว ตามที่ “เจ็กไล้” หรือนายสมพร เบญจพรหม ชาวประมงท้องถิ่นในหมู่บ้านที่อาศัยอยู่ในชุมชนดังกล่าวมาอย่างยาวนานเล่าว่า
       
       “ชาวบ้านที่นี่อยู่กันแบบพี่แบบน้อง มีงาน หรือมีกิจกรรมในชุมชนก็จะช่วยเหลือกัน ตัวอย่างบ้านไหนจะทำเรือจะซ่อมเรือ จะวางโพงพาง ก็มาช่วยๆ กัน เป็นอยู่อย่างนี้กันมานาน มีชาวไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่ก็มีศาลเจ้าพ่อปากน้ำเวฬุให้กราบไหว้ หลายปีที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในชุมชนเพื่อดูธรรมชาติความสมบูรณ์ของชุมชนมากขึ้น มีการนั่งเรือไปดูเหยี่ยวแดงคอขาวกินอาหาร ไปดูทะเลแหวก มีอะไรชาวบ้านก็ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว เป็นวิถีชีวิตของชาวบ้านแบบเดิมที่มอบให้ผู้ที่มาเที่ยวในชุมชนบางชัน”
       
       ขณะที่ “พี่โต” หรือนายวารี จันทร เจ้าของกิจการบริการที่พักในนาม “บางชัน แฮปปี้ โฮมสเตย์” ซึ่งรองรับการเดินทางมาเปิดเส้นทางการท่องเที่ยวในครั้งนี้ ด้วยที่พักขนาดความจุ 30 คน พร้อมบริการด้วยอาหารทะเลสดนานาชนิด ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ชาวบ้านก็ยังคงอยู่วิถีเก่า ถึงแม้จะมีคนต่างถิ่นเข้ามาพักผ่อน ชาวบ้านจะยินดีต้อนรับให้ความสะดวกสบายเพื่อให้เกิดความประทับใจ คือเราไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเพื่อรับกลุ่มนักท่องเที่ยว ชาวตำบลบางชันยังอยู่ด้วยวิถีเดิม นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเห็นการใช้ชีวิตของชาวบ้านก็จะปรับเปลี่ยนตัวเองไปตามธรรมชาติ โดยช่วงที่นักท่องเที่ยวจะเดินทางเข้ามาจะเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวคือ ช่วงประมาณเดือนมกราคมของทุกปี
       
       ชาวบ้านชุมชนตำบลบางชันจะมีอาชีพทางการประมงเป็นหลัก และจะสร้างรายได้เสริมด้วยการเลี้ยงสัตว์น้ำในกระชัง ซึ่งแต่ละปีถือว่าสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและจังหวัดจันทบุรีเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งการท่องเที่ยวเชิงนิเวศได้รับความสนใจ “หมู่บ้านไร้แผ่นดิน” จึงได้มีชื่อเสียง ทำให้มีอาชีพเสริมอื่นๆ ตามมา เช่นการขับขี่เรือนำนักท่องเที่ยวตามเส้นทางน่าสนใจของชุมชนตำบลบางชัน โดย “น้านพ” ผู้มากยิ้ม หรือนายมานพ นิลฉวี ชาวบางชันอีกคนที่หารายได้เสริมด้วยการขับเรือนำนักท่องเที่ยวไปสัมผัสธรรมชาติ บอกพร้อมรอยยิ้มอีกทีว่า
       
       “หากมีนักท่องเที่ยวมาพักที่โฮมสเตย์ก็จะมีหน้าที่นำนักท่องเที่ยวนั่งเรือไปเยี่ยมชมธรรมชาติของป่าชายเลน และป่าโกงกางอันอุดมสมบูรณ์ โดยเรือยนต์จะลัดเลาะไปตามเวิ้งน้ำทะเลที่เชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้าน ชมวิถีชีวิตของชาวชุมชนบางชันแบบใกล้ชิด และนำไปชมฝูงเหี่ยวแดงคอขาวจำนวนมากลงมากินอาหารในพื้นที่น้ำย่าน ม.4 บ้านเทพขาหย่าง และที่จะขาดไม่ได้เลยคือ การล่องเรือไปกลางทะเลเพื่อชม และสัมผัสกับทะเลแหวกแห่งเดียวของภาคตะวันออก สัมผัสทรายดำ ธรรมชาติ และสัตว์น้ำที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าว ซึ่งถือเป็นสถานที่ที่แปลกใหม่ และกำลังได้รับความสนใจ”
       
       นอกเหนือจากเรื่องราวข้างต้นที่สาธยายถึงบริบททั่วไปของ “หมู่บ้านไร้แผ่นดิน” ชุมชนตำบลบางชัน อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรึ ซึ่งถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ หรือท่องเที่ยวเชิงนิเวศ รูปแบบการท่องเที่ยวใหม่ที่กำลังเป็นที่สนใจจากกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพอันจะนำไปสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของประเทศแล้ว สิ่งที่ต้องการนำเสนอคือ คุณภาพของคนในชุมชนตำบลบางชัน ที่ยังคงหยิบยื่นความจริงใจในทุกๆ โอกาสให้แก่คนต่างถิ่นซึ่งถือเป็น “แขกบ้าน” ด้วยความเป็นกันเอง เพียงแค่ได้เปิดใจไปสัมผัสด้วยตัวเอง

ข่าวล่าสุด ในหมวด
เร่งเก็บ "แมงกะพรุนไฟ" เกลื่อนหาดหัวหิน แนะวิธีแก้พิษด้ายน้ำส้มสายชู
จีนทุ่มงบกว่า 600 ล้าน ผุดโรงงานผลิตยางอัดแท่งเฟส 2
เกษตรเขต 3 ระยอง เปิดศูนย์เรียนรู้การปลูกพืชไร้ดิน เป็นศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยี
อบต.แกลง รื้อสิ่งปลูกสร้างบุกรุกชายหาดสวนสน
“แมงกะพรุนสี” นับล้านตัวโผล่ชายหาดราชการุณย์เขาล้าน ยาวกว่า 3 กม.
 
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 3 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014