"บีจี" วนลูป ปัญหาอยู่ที่ใคร / แมวดำ

โดย MGR Online   
14 กรกฎาคม 2560 12:11 น. (แก้ไขล่าสุด 14 กรกฎาคม 2560 12:16 น.)
บีจี วนลูป ปัญหาอยู่ที่ใคร / แมวดำ
        คอลัมน์ “สกอร์บอร์ด” โดย “แมวดำ”
       
        "ไทยลีก ลีกกินโค้ช" เป็นประโยคที่มักจะได้ยินอยู่เสมอยามมีกุนซือ หรือผู้ฝึกสอนทีมในลีกประเทศไทยโดนเด้ง ไม่ว่าจะลีกระดับบน หรือระดับล่างก็ตาม ล่าสุดที่ประโยคนี้ได้กลับมาโลดแล่นในหัวกันอีกครั้งคือการปลด ออเลริโอ วิดมาร์ ออกจากตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนแบบงงกันทั้งบาง เพราะผลงานของกุนซือชาวออสเตรเลียรายนี้ ว่าไปก็ไม่ได้ย่ำแย่ย่อยยับอะไรเพราะผลงาน 23 นัดในฤดูกาล 2017 ชนะ 13 นัด เสมอ 4 และแพ้ 6 นัด ยิงได้ 49 ประตู เสีย 30 ประตู มีทั้งหมด 43 คะแนน ตามหลัง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จ่าฝูง 10 คะแนน รั้งอันดับ 5 ของตารางคะแนน
       
        ถามว่าหมดลุ้นแชมป์ลีกหรือยัง เอาจริงๆ น่าจะยัง เพราะเหลือการแข่งขันอีก 11 นัด ถือว่ามากมายก่ายกองพอที่จะกวดทันอยู่แล้ว แถมในฟุตบอลถ้วยอย่าง ลีก คัพ และ เอฟเอ คัพ ก็ยังอยู่บนเส้นทาง ไม่ได้รีบชิงตกรอบไปไหน ดังนั้นการปลด วิดมาร์ วัย 50 ปี ออกจากตำแหน่ง ก็ควรมีเหตุผลมากกว่าที่สโมสร แจ้งให้แฟนบอลทราบผ่านทางเว็บไซต์ที่ระบุว่า ทั้งสโมสร และอดีตผู้ช่วยผู้จัดการทีมชาติออสเตรเลีย มีแนวทางการทำงานระยะยาวไม่ตรงกัน รวมทั้งไม่อยู่ในแผนการทำงานของสโมสร
       
        การที่ วิดมาร์ มาทำงานในถิ่น ลีโอ สเตเดี้ยม เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2559 จวบจนวันสุดท้ายที่คุมทีมคือวันที่ 8 กรกฎาคม 2560 ซึ่งสามารถเปิดรังเอาชนะ ราชนาวี เอฟซี 3-0 หมายความว่าอดีตนักเตะทีมชาติออสเตรเลีย รายนี้ ทำงานกับ "บีจี" มา 11 เดือนกว่าๆ ใกล้จะครบ 1 ปีแล้ว แต่กลับเพิ่งรู้ตัวว่าแนวทางของทั้งสองฝ่ายไม่ตรงกัน ไม่ใช่แค่สื่อมวลชนที่งง แฟนบอล "กระต่ายแก้ว" เขาก็งงไม่น้อย
       
        ที่สำคัญพอ วิดมาร์ ตกเก้าอี้ คนมาแทนก็ไม่ใช่ใครที่ไหน "เดอะ ง้วน" สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ ที่บริหารงานในตำแหน่งผู้อำนวยการสโมสร ถูกดึงลงมาทำหน้าที่เฮดโค้ชอีกครั้ง หากให้นับนิ้วดู ผมว่าถ้าผมไม่พลาดครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งที่ 4 ที่ "โค้ชง้วน" นั่งเป็นเฮดโค้ชของ "บีจี" แล้ว มันเหมือนเป็นเรื่องจำเจที่หากว่าวันหนึ่งทีมดังย่านคลอง 3 ปทุมธานี เปลี่ยนโค้ชกันเมื่อไหร่ ก็จะเดาได้ไม่ยากว่าจะเป็น "โค้ชง้วน" หรืออาจเป็น "โค้ชจุ่น" อนุรักษ์ ศรีเกิด ที่คุมทีมมาแล้ว 3 ครั้ง
       
        มันเลยขัดๆ กับคำขวัญสโมสรในฤดูกาล 2017 ที่ออกมาตอนเปิดตัวสโมสรอย่างเก๋ไก๋ว่า "EVOLUTION" เพื่อการพัฒนาและความก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง วันนั้นถึงไม่ได้ไปงานก็จำได้ว่ามีการประกาศเป้าหมายว่าจะต้องติด 1 ใน 3 พร้อมกับคว้าโควต้าไปแข่งขันฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก รวมถึงการคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยใดถ้วยหนึ่ง ด้วยการใช้ผู้เล่นดาวรุ่ง ผสานกับดาวเตะมากประสบการณ์ทั้งในและนอกประเทศ เพื่อสร้างรูปแบบการเล่นแบบ "บีจี ฟุตบอลสไตล์"
       
        ก็นั่นแหละ คือไม่เห็นมีอะไรใหม่ นอกจากโค้ชใหม่ที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ แล้วนักเตะในทีมก็ต้องมาเรียนรู้ ต้องมาปรับตัวกันโค้ชใหม่ ปรับตัวกับรูปแบบการฝึกซ้อมใหม่ ปรับตัวกับแผนการเล่นใหม่ แล้วแบบนี้เมื่อไหร่จะลงตัว เมื่อไหร่จะได้ไปลุ้นแชมป์กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หรือ เมืองทอง ยูไนเต็ด สักที บางทีปัญหามันก็ไม่น่าจะอยู่ที่โค้ช แต่น่าจะอยู่ที่ความใจร้อนของผู้บริหารทีมมากกว่า?
       
       * * *คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า “MGR SPORT” รับข่าวสารแวดวงกีฬาชนิดเกาะติดขอบสนามคลิกที่นี่เลย!!* * *
       
       


ยังไม่มีผู้โหวต
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017