ลูกค้าโวยทรูเบี้ยวแคมเปญแจกมือถือ หลังอัปเกรดเป็นทรูมูฟเอช

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
29 มกราคม 2557 13:15 น.
ลูกค้าโวยทรูเบี้ยวแคมเปญแจกมือถือ หลังอัปเกรดเป็นทรูมูฟเอช
น.พ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กสทช. ด้านคุ้มครองผู้บริโภคและสิทธิเสรีภาพของประชาชนในกิจการโทรคมนาคม
        กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกสังคมออนไลน์เมื่อผู้ใช้บริการทรูพากันโวยผ่านเว็บบอร์ดพันทิป เหตุค่ายมือถือจัดแคมเปญแจกฟรีโทรศัพท์มือถือลวงลูกค้าอัปเกรดบริการจากทรูมูฟเป็นทรูมูฟเอช แต่ภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข ตัดสิทธิ์ลูกค้าหลายราย หลังปล่อยให้รอนานกว่า 2 เดือน ผู้ถูกเอาเปรียบขู่รวบรวมรายชื่อร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง “นพ.ประวิทย์” กสทช.ด้านคุ้มครองผู้บริโภค รับลูกจี้สำนักงาน กสทช.เร่งติดตามและคลี่คลายปัญหา ชี้อาจมีอีกหลายประเด็นเกี่ยวเนื่องที่เข้าข่ายทำผิดกฎหมายของ กสทช.
       
       สืบเนื่องจากกรณีสัญญาสัมปทานการใช้คลื่น 1800 MHz ของบริษัท ทรูมูฟ สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2556 และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) อนุญาตให้บริษัทให้บริการต่ออีก 1 ปี ในนามการเยียวยาผู้ใช้บริการ โดยมีเงื่อนไขว่าให้เร่งประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้บริการย้ายออกโดยเร็ว ทำให้ตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายน 2556 เป็นต้นมา ทรูมูฟได้ประชาสัมพันธ์แคมเปญผ่านทางเว็บไซต์และ SMS เชิญชวนลูกค้าให้อัปเกรดบริการโทรศัพท์มือถือจากทรูมูฟบนคลื่นความถี่ 1800 MHz มาเป็นทรูมูฟเอช ภายใต้แรงจูงใจที่ว่าผู้ใช้บริการจะได้รับมือถือซัมซุงฮีโร่ 3G หรือโนเกีย 208 3G หรือรุ่นที่เทียบเท่าหากมีการอัปเกรดภายใน 31 ตุลาคม และมีการใช้งานอย่างต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี 2556 โดยสามารถรับเครื่องได้หลัง 31 ธันวาคม 2556 ซึ่งทางบริษัทจะมี SMS แจ้งกำหนดให้ทราบอีกครั้ง
       
       อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่าในช่วงปลายเดือนธันวาคมผู้ใช้บริการหลายรายที่อัปเกรดเป็นทรูมูฟเอชโดยเฉพาะผู้ที่ใช้ระบบเติมเงินก็ทยอยได้รับข้อความ SMS แจ้งว่าไม่มีสิทธิ์ได้รับมือถือฟรีเนื่องจากไม่มีการเติมเงินและไม่มีการใช้งานตามเงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งภายหลังการสอบถามไปยังทรูมูฟก็ได้รับการชี้แจงว่า ในกรณีของผู้ที่ใช้ระบบเติมเงิน จะต้องใช้บริการทรูมูฟเอชด้วยการเติมเงินและโทร.ออก หรือเติมเงินและใช้งานอินเทอร์เน็ตในเดือนพฤศจิกายน และเดือนธันวาคม 2556
       
       ส่วนกรณีผู้ที่ใช้ระบบรายเดือน จะต้องไม่มีค่าบริการค้างชำระในวันที่มารับเครื่อง ขณะเดียวกันก็มีผู้ใช้บริการบางรายอ้างว่าที่ผ่านมาได้มีการเติมเงินและใช้งานมือถืออย่างต่อเนื่องเพราะว่าใช้เป็นเบอร์หลัก แต่ยังคงได้รับ SMS แจ้งว่าไม่มีสิทธิ์เช่นกัน และบางรายได้รับคำชี้แจงว่า เป็นเพราะไม่ได้ใช้โปรโมชันตามกำหนด ที่ต้องอยู่ในระดับอัตราค่าบริการเดือนละ 799 บาทขึ้นไป
       
       เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้บรรดาผู้ใช้บริการไม่พอใจ จึงได้ตั้งกระทู้เปิดโปงปัญหาและแสดงความเห็นผ่านเว็บไซต์พันทิป โดยส่วนใหญ่เห็นว่าทรูมูฟหลอกลวงผู้บริโภค เนื่องจากเงื่อนไขตอนแรกระบุเพียงว่าให้มีการใช้งานอย่างต่อเนื่อง ทำให้เข้าใจว่าเพียงรักษาเบอร์ให้อยู่ในระบบจนถึงสิ้นปีก็เพียงพอแล้ว แต่บริษัทกลับมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่แจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้า หรือไม่มีการแจ้งเงื่อนไขให้ชัดเจนตั้งแต่แรก จนเป็นเหตุให้หลายคนถูกตัดสิทธิ์แม้จะมียอดเงินและจำนวนวันคงเหลือในระบบก็ตาม ทั้งนี้ ล่าสุดมีผู้ตั้งกระทู้รับที่จะรวบรวมรายละเอียดหลักฐานและร่วมกันเข้าชื่อร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กสทช. และ สคบ.แล้ว
       
       ทางด้าน นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กสทช.ด้านคุ้มครองผู้บริโภคและสิทธิเสรีภาพของประชาชนในกิจการโทรคมนาคม กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ได้มอบหมายให้สำนักงาน กสทช.เร่งติดตามปัญหาที่เกิดขึ้นและจัดประชุมร่วมกับทรูมูฟเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและเร่งแก้ไขปัญหาแล้ว
       
       “เรื่องนี้ได้ฝากสำนักงานให้เชิญทรูมูฟและทรูมูฟเอชมาคุยว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ อะไรถูกกฎหมาย อะไรผิดกฎหมาย ซึ่งส่วนหนึ่งมีการตั้งประเด็นว่าเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของ กสทช.หรือไม่ ส่วนที่เห็นว่าไม่ก็คืออ้างว่าเพราะเป็นเรื่องเครื่อง ไม่ใช่บริการ แต่ผมคิดว่ากรณีนี้ไม่ใช่ว่าจู่ๆ บริษัทแจกเครื่องเอง แต่เป็นเงื่อนไขที่ผูกกับการเสนอย้ายค่าย จึงเป็นการสัญญาว่าจะให้เครื่องต่อเนื่องจากสัญญาคงสิทธิเลขหมาย เพราะฉะนั้นก็ถือเป็นสัญญาโทรคมนาคมด้วย ซึ่งอยู่ในอำนาจของ กสทช.ที่ต้องกำกับดูแล นอกจากนี้ยังมีประเด็นว่า ถ้าเครื่องที่แถมมีการล็อกความถี่ให้ใช้กับทรูมูฟเอชเท่านั้น ใช้กับเครือข่ายอื่นไม่ได้ ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ต้องพิจารณาด้วยว่าตอนที่โฆษณาได้บอกเรื่องนี้หรือเปล่า ถ้าไม่บอกไว้ก่อนต้องถือว่าโทรศัพท์ที่ให้ต้องเป็นโทรศัพท์ปกติที่ใช้ในประเทศไทยกับรายใดก็ได้ ไม่ใช่อยู่ดีๆ ไปล็อกได้ แล้วต้องดูด้วยว่าถ้ามีการบล็อกคลื่นจะถือเป็นเครื่องคนละรุ่นที่แตกต่างจากตอนได้รับการตรวจอนุญาตให้นำเข้าหรือเปล่า คือมันจะมีประเด็นเกี่ยวเนื่องขยายออกมาอีก แต่เบื้องต้นนี้ชัดเจนว่าผู้บริโภคกำลังรู้สึกว่าถูกหลอก ซึ่ง กสทช.ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะต้นทางของเรื่องก็เกี่ยวข้องกับนโยบาย กสทช.ที่ให้มีมาตรการเยียวยาบนคลื่น 1800 อีก 1 ปีนั่นเอง”
       
       นอกจากนี้ยังได้ทำบันทึกภายในให้นโยบายแก่สำนักงาน กสทช.ตั้งแต่เมื่อวันจันทร์ที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา และวันถัดมา (28 มกราคม) ในที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ยังได้หยิบยกประเด็นเสนอต่อที่ประชุมแล้ว เนื่องจากมีวาระที่มีการพิจารณาเกี่ยวกับแผนการคุ้มครองผู้ใช้บริการระบบ 1800 MHz
       
       Company Related Link :
       กสทช.