ร่วมค้นหาความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่ อช.ถ้ำสะเกิน จ.น่าน

โดย MGR Online   
18 ธันวาคม 2555 14:47 น.
ร่วมค้นหาความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่ อช.ถ้ำสะเกิน จ.น่าน
น้ำตกผาธารหรือน้ำตกหงส์เวียงจันทร์
        การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแพร่ ชวนนักท่องเที่ยวที่กำลังวางแผนจะเดินทางมาท่องเที่ยวภาคเหนือในฤดูหนาวนี้ มาสัมผัสอากาศหนาว และชมความงามของทะเลหมอก รวมทั้งร่วมค้นหาความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่อุทยานแห่งชาติถ้ำสะเกิน ตำบลยอด อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน
       
       นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแพร่ ซึ่งรับผิดชอบด้านการส่งเสริม และประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดแพร่ น่าน อุตรดิตถ์ กล่าวว่า อุทยานแห่งชาติถ้ำสะเกินมีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาหินปูนที่มีลักษณะสวยงาม ประกอบไปด้วยแท่งเขาหินปูน และหน้าผาจำนวนมาก จึงทำให้มีสถานที่ที่สามารถมองชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามในลักษณะมองมุมสูง และไกลหลายแห่ง ทั้งบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติ และลานกางเต็นท์บริเวณฐานปฏิบัติการต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ในอดีตบริเวณดอยจี๋ นอกจากนี้ ภายในอุทยานแห่งชาติถ้ำสะเกินยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าไปค้นหาความมหัศจรรย์ของธรรมชาติอีกมากมาย อาทิ
       
       น้ำตกผาธาร หรือน้ำตกหงส์เวียงจันทร์ เดิมที่มีชื่อตามลักษณะการไหลของน้ำที่ไหลตกจากหน้าผาเกิดเป็นน้ำตก เรียกผาธาร ต่อมาเมื่อการสำรวจจัดตั้งพื้นที่เตรียมการก็ให้เกียรติกับผู้บุกเบิกและสำรวจในคราวแรก คือ นายวิทยา หงส์เวียงจันทร์ มีลักษณะเป็นน้ำตกขนาดกลางมีน้ำใสไหลตลอดทั้งปีจากห้วยน้ำงิมมีต้นกำเนิดจากเทือกเขาดอยจี๋ มีความสูง 6 ชั้น สูงประมาณ 30 เมตร น้ำตกกว้างประมาณ 5 เมตร และยังมีปรากฏการณ์หินเปลี่ยนสี ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากแสงแดดส่องผ่านละอองน้ำในอากาศสามารถมองเห็นปรากฏการณ์หินเปลี่ยนสีได้ในช่วงเวลา 10.00-11.00 น.ของทุกวัน เมื่อเกิดละอองน้ำจากน้ำตกผาธาร ซึ่งตกกระทบลงบนหิน และมีแสงอาทิตย์ส่องมาจากด้านหลังของผู้สังเกตในมุมที่สูงจากพื้นไม่มากนัก มองดูจะคล้ายกับยืนอยู่ท่ามกลางสายรุ้งที่โอบล้อมเราอยู่ ภายหลังจึงนิยมเรียกกันว่าน้ำตกสายรุ้ง

ร่วมค้นหาความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่ อช.ถ้ำสะเกิน จ.น่าน
ถ้ำเงินทอง (ถ้ำปลากั้ง) ที่เส้นทางชมศึกษาธรรมชาติ
        ถ้ำทอง เป็นถ้ำขนาดเล็ก มีปากถ้ำกว้างประมาณ 2-3 เมตร ภายในถ้ำทองจะลึกประมาณ 20-30 เมตร ภายในถ้ำมืดและมีแอ่งน้ำอยู่ภายในถ้ำ ในช่วงฤดูฝนจะมีน้ำไหลออกมาจากปากถ้ำ โดยภายในถ้ำทองจะพบรอยพระบาทพระอรหันต์สีทอง โดยมีประวัติเล่าขานกันมาว่า “เดิมมีพระธุดงค์เข้าไปปฏิบัติธรรม เจริญสมาธิวิปัสสนาภายในถ้ำทอง และได้พบรอยพระบาทภาพริ้วผงทองที่ผนังถ้ำ โดยมีความเชื่อว่าผู้ที่จะประสงค์สิ่งใดให้อธิฐานจิตขอพรต่อรอยพระบาท ก็จะสมดังตามปรารถนา” รอยพระบาทที่พบจะเห็นเกล็ดทองระยิบระยับสวยงามเป็นจำนวนมาก อีกทั้งผนังโดยรอบของถ้ำเมื่อกระทบกับแสงจากไฟฉาย จะส่องแสงวิบวับเป็นสีทองราวกับแผ่นทองคำเปลว
       
       น้ำตกห้วยหาด มีชื่อตามลำห้วยที่เกิดเป็นน้ำตก ซึ่งชาวบ้านเรียกกันมานาน มีลักษณะเป็นน้ำตกขนาดกลางมีน้ำไหลตลอดทั้งปีจากลำห้วยที่มีต้นกำเนิดจากดอยจี๋ มีความสูง 3 ชั้น สูงประมาณ 35 เมตร ตัวน้ำตกกว้างประมาณ 15 เมตร มีแอ่งน้ำกว้างประมาณ 5 เมตร และลึกประมาณ 1.5 เมตร
       
       ถ้ำหลวงสะเกิน เป็นถ้ำขนาดกลางมีปากถ้ำกว้างประมาณ 20 เมตร ตัวถ้ำลึกเป็นอุโมงค์ยาวประมาณ 500-600 เมตร ภายในถ้ำมีหินงอก หินย้อยสวยงาม และเป็นที่อาศัยของค้างคาวจำนวนมาก
       
       เส้นทางศึกษาธรรมชาติต้นพระเจ้าห้าพระองค์ เป็นเส้นทางชมศึกษาธรรมชาติที่สามารถพบเห็นพันธุ์ไม้นานาพันธุ์ที่ค่อนข้างแปลกตา หายาก และมีสีสันสวยงาม ประกอบด้วย พันธุ์พืชจำพวกสมุนไพร ไม้พุ่มและไม้เลื้อย จำพวกตระบองเพชร ประทัดดอย ไม้ตระกูลเอื้องดิน เอื้องตระกูลหวายต่างๆ เอื้องตระกูลช้าง ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ โดยเฉพาะต้นพระเจ้าห้าพระองค์ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้หายาก มีขนาดสูงใหญ่ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นต้นพระเจ้าห้าพระองค์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

ร่วมค้นหาความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่ อช.ถ้ำสะเกิน จ.น่าน
สุสานฟอสซิลเพรียงหินทะเลล้านปี
        บ่อน้ำบนภูเขา เป็นบ่อน้ำบนภูเขาหินปูนที่มีน้ำตลอดทั้งปี มีน้ำที่ใสสะอาด ไม่ทราบว่าน้ำมาจากไหน และไหลไปไหนบนเทือกเขาหินปูนที่มีรอยแยกของหินมากมาย ที่สำคัญ มีปลาน้ำจืดประเภทปลากั้งอาศัยอยู่
       
       สุสานฟอสซิลเพรียงหินล้านปี เป็นซากดึกดำบรรพ์อยู่ในหินทรายสีเทาเนื้อละเอียด (fine-grian sandstone) ของหินลอย (Float rocks) ลักษณะเป็นทั้งกรวดท้องน้ำ และก้อนหินขนาดใหญ่ ไม่พบหินโผล่ (Outcrops) และไม่พบชั้นสะสมตัวของซากดึกดำบรรพ์ ซากดึกดำบรรพ์ที่พบน่าจะเป็นพวกแบคริโอพอด (Brachiopod) พวก Orthotetes sp. มีอายุอยู่ในยุคเพอร์เมียนตอนต้น ประมาณ 299-270 ล้านปี
       
       อุทยานแห่งชาติถ้ำสะเกิน มีบ้านพักรับรอง จำนวน 6 หลัง พร้อมอุปกรณ์เครื่องนอน สามารถรับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 20-30 คน ต่อคืน และยังมีเต็นท์พร้อมถุงนอน ที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้อีกประมาณ 100-120 คนต่อคืน
       
       อุทยานแห่งชาติถ้ำสะเกินอยู่ห่างจากอำเภอเมือง จังหวัดน่าน ประมาณ 120 กิโลเมตร โดยเดินทางไปตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1080 (น่าน-ทุ่งช้าง) ถึงอำเภอท่าวังผา แยกซ้ายไปตามทางหลวง จังหวัดหมายเลข 1148 (ท่าวังผา-เชียงคำ) ถึงบ้านสะเกิน ตำบลยอด อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน แล้วแยกขวาผ่านหมู่บ้านไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติถ้ำสะเกิน หรือเดินทางจากอำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร ถึงบ้านสะเกิน ตำบลยอด อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน แล้วแยกซ้ายผ่านหมู่บ้านไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติถ้ำสะเกิน
       
       สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่พักได้ที่ อุทยานแห่งชาติถ้ำสะเกิน โทร.08 9045 9831 และสอบถามข้อมูลการเดินทาง และการท่องเที่ยวจังหวัดแพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแพร่ (รับผิดชอบพื้นที่ แพร่ น่าน อุตรดิตถ์) โทร. 0-5452-1118, 0-5452-1127

จำนวนคนโหวต 4 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017