หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกท่องเที่ยว | ถึงไหนถึงกัน
 

เสน่ห์ลับแล...หลง-หลิน กินอร่อย/ปิ่น บุตรี

ดูภาพชุดจาก Manager Multimedia
โดย ปิ่น บุตรี 4 สิงหาคม 2554 19:34 น.
        โดย : ปิ่น บุตรี

เสน่ห์ลับแล...หลง-หลิน กินอร่อย/ปิ่น บุตรี
ประตูเมืองลับแลกับรูปปั้นพ่อ-แม่-ลูก ที่มาของตำนานเมืองแม่ม่าย
              “ขอเพียงสัจจะวาจา
       แม่ม่ายเมืองลับแล
       หญิงที่ควรยกย่อง เชิดชูยึดมั่นในคุณความดี
       ยอมเสียสละความรักเพื่อธำรงจารีตประเพณี
       ของการรักษาวาจาสัตย์ไว้ ซึ่งเป็นคุณสมบัติ
       ของชาวเมืองลับแล ทุกคน”
       
       ลับแลเมืองแม่ม่าย
       
       ถ้าพูดถึงเพลง“รักแม่ม่าย” ต้องนึกถึง“ยอดรัก สลักใจ” ผู้ล่วงลับ
       
       แต่ถ้าพูดถึงเมืองแม่ม่าย ก็ต้องนี่ “เมืองลับแล”(อ.ลับแล) แห่งจังหวัดอุตรดิตถ์
       
       ทำไมลับแลถึงได้ชื่อว่าเมืองแม่ม่าย?
       
       เรื่องนี้มีตำนานเล่าขานสืบต่อกันมาว่า
       
       ...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว หนุ่มชาวทุ่งยั้งคนหนึ่งเกิดพลัดหลงเข้าไปยังเมืองลับแลอันลึกลับ ไม่สามารถหาทางเข้าออกอย่างทั่วไปได้
       
       ลับแลเป็นเมืองที่ยึดถือเรื่องสัจจะวาจาเป็นสำคัญ ใครที่มีพฤติกรรมโกหกไม่อาจที่จะอยู่เมืองนี้ได้ (หากเป็นจริงดังตำนาน เมืองนี้นักการเมืองไทยอยู่ไม่ได้แน่นอน)
       
       หนุ่มทุ่งยั้งคนนั้นเมื่อเข้ามาอยู่ในลับแล เขาได้ไปผูกสัมพันธ์รักกับสาวลับแลนางหนึ่ง จนแต่งงานอยู่กินกันฉันท์ภรรยา-สามี มีลูกน้อยเป็นพยานรัก 1 คน
       
       ทั้งคู่อยู่กันอย่างมีความสุข ผัวทำไร่ เมียเป็นแม่บ้าน
       
       แต่มาวันหนึ่งผัวไม่สบาย เมียจึงออกไปทำงานแทน ทิ้งลูกน้อยไว้ในผัวดูแล
       
       ความที่ผัวไม่สันทัดในการเลี้ยงลูก ทารกน้อยจึงร้องไห้กวนอยู่ตลอด ฝ่ายพ่อปลอบเท่าไหร่ก็ไม่หยุด สุดท้ายจึงโกหกหลอกลูกน้อยไปว่า “แม่ของลูกกลับมาแล้ว หยุดร้องเถิด”
       
       เหมือนฟ้าลิขิต ฝ่ายเมียกลับมาถึงบ้านได้ยินพอดี ทำให้ฝ่ายผัวไม่สามารถอยู่เมืองนี้ต่อไปได้ เพราะผิดต่อหลักการของชาวลับแล เขาจึงต้องจำใจจำจากเมืองลับแลไป
       
       ในวันจากลา เมื่อเมียมาส่งบอกเส้นทางออกจากหมู่บ้าน เธอได้มอบถุงย่ามให้สามีหนึ่งใบ พร้อมกำชับว่าห้ามเปิดย่ามจนกว่าจะพ้นหมู่บ้านไปจึงสามารถเปิดได้ แต่หนุ่มทุ่งยั้งเมื่อเดินทางมาถึงกลางทางทางรู้สึกว่าย่ามหนักขึ้นเรื่อยๆ จึงเปิดย่ามดู เห็นมีหัวขมิ้นอยู่เต็มจึงโยนทิ้งไป เหลือเพียงเศษติดไว้(โดยไม่รู้ตัว)
       
       ครั้นเมื่อออกพ้นหมู่บ้านออกมา ชายหนุ่มเปิดถุงย่ามดูอีกครั้งพบว่า เศษขมิ้นกลายเป็นทองคำเหลืองอร่าม แต่...อนิจจาช่างน่าเสียดายยิ่ง ไอ้ครั้นจะกลับเข้าไปหาขมิ้นที่โยนทิ้งไป ก็ไม่สามารถหาเส้นทางที่จากมาได้ถูกแล้ว
       
       ขณะที่สาวชาวลับแลคนนั้นก็ต้องประสบชะตากรรมกลายเป็นแม่ม่ายลูกติด เกิดเป็นตำนานลับแลเมืองแม่ม่ายเล่าขานสืบต่อกันเรื่อยมา

เสน่ห์ลับแล...หลง-หลิน กินอร่อย/ปิ่น บุตรี
น้ำตกแม่พูลแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติขึ้นชื่อของลับแล
        ลับแลเมืองผลไม้
       
       “ลับแล” ชื่อนี้จากเอกสารของทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ระบุว่าน่าจะมาจากคำว่า “ลับแลง” ซึ่งเป็นภาษาล้านนาเรียกขานบริเวณทางด้านเหนือของเมืองกัมโภช ที่มีภูมิประเทศสลับซับซ้อน
       
       ลับแลวันนี้ ถือเป็นในเมืองท่องเที่ยววิถีชีวิตชุมชนที่มีแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจ อาทิ “วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง” “วัดพระแท่นศิลาอาสน์” “วัดเจดีย์คีรีวิหาร”(วัดป่าแก้ว) และ “น้ำตกแม่พูล”

เสน่ห์ลับแล...หลง-หลิน กินอร่อย/ปิ่น บุตรี
สวนทุเรียนที่ปลูกแบบธรรมชาติ
        นอกจากนี้ลับแล ยังเป็นเมืองที่เด่นในด้านอาหารการกิน มีของกินพื้นบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ อย่าง ข้าวแคบ หมี่พัน ข้าวพันผัก ลอดช่องเค็ม อีกทั้งยังเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะเมืองผลไม้ ที่มีการทำสวนแบบธรรมชาติบนภูเขา ซึ่งมองผ่านๆแล้วมองแทบไม่ออกว่านั่นมันสวนผลไม้หรือป่ากันแน่
       
       ชาวสวนเมืองลับแลเขามีภูมิปัญญาการเสียบยอดอันน่าทึ่ง โดยสามารถนำยอดลองกองมาเสียบยอดบนต้นลางสาด เกิดเป็นผลไม้พันธุ์ใหม่ในชื่อ “ลางกอง” ขึ้นมา ซึ่งเป็นการนำคุณสมบัติเด่นของทั้งคู่มาผสมกัน ให้รสชาติอร่อย ยางน้อยมาก สามารถขายได้ราคาดีกว่า
       
       ขณะที่ทุเรียนนั้น ชาวลับแลเขานิยมปลูกกันมากถึงกว่า 90 % ถือเป็นผลไม้ยอดนิยมที่มีภูมิปัญญาในการทำสวนทุเรียนบนเขาที่น่าสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะวิธีการเก็บทุเรียนลับแลนั้นถือเป็นความอะเมซิ่งที่ชวนทึ่งทุกครั้งยามที่ผมได้เห็น

เสน่ห์ลับแล...หลง-หลิน กินอร่อย/ปิ่น บุตรี
ชวนกินทุเรียนลับแลขึ้นชื่อ
        เรื่องของเรื่องมันมาจากการปลูกทุเรียนบนเขา ชาวบ้านที่นี่จึงคิดค้นวิธีที่ย่นระยะทางและระยะเวลาในการขนส่งทุเรียนข้ามภูเขา ด้วยการโยงลวดสลิงข้ามเขา และใช้วิธีชักรอกตะกร้าบรรทุกทุเรียนจากเขาลูกหนึ่งข้ามมายังเขาอีกลูกหนึ่งได้อย่างสะดวกโยธิน แต่ประทานโทษเห็นชาวบ้านเขาทำกันง่ายๆ แต่ถ้าไม่ชำนาญรับรองทำไม่ได้แน่
       
       ครั้นเมื่อชักรอกเก็บผลทุเรียนได้มาแล้วยังไม่จบเพียงเท่านั้น มันยังมีขึ้นตอนการนำผลทุเรียนลงมาจากภูเขาด้วยการใช้มอเตอร์ไซค์ติดตะกร้าไว้ที่เบาะหลัง แล้วใส่ทุเรียนหรือผลไม้อื่นๆมาจนแน่นเอียด ก่อนขี่มอเตอร์ไซค์ลงมาจากภูเขาที่สูงชันเหมือนไม่มีอะไร เรื่องนี้ถือเป็นความสามารถเฉพาะตัวอันเกิดจากความชำนาญที่แม้แต่นักมอเตอร์ไซค์วิบากก็มิอาจลอกเลียนแบบได้
       
       นอกจากภูมิปัญญาในการปลูก การเก็บ และการขนส่งแล้ว ชาวลับแลเขายังมีทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองอย่าง “หลงลับแล” กับ“หลินลับแล” เป็น 2 ยอดทุเรียนขึ้นชื่อที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวลับแลไม่น้อยเลย

เสน่ห์ลับแล...หลง-หลิน กินอร่อย/ปิ่น บุตรี
หลงลับแล มีผลค่อนข้างกลม
        ทุเรียนพื้นเมืองทั้งสองพันธุ์ ที่หลายๆคนมักเรียกคู่กันไปว่าทุเรียน“หลง-หลิน ลับแล” ได้ชื่อพันธุ์มาจากผู้ปลูกชาวสวนลับแล คือ “หลงลับแล” มาจากชื่อของ “นางหลง อุประ” ผู้คว้ารางวัลยอดเยี่ยมจากการประกวดทุเรียนของจังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อปี 2520 และได้รับการรับรองพันธุ์ในปี 2521 ก่อนที่จะนำยอดทุเรียนหลงลับแลจากต้นเดิมมาเสียบยอด ทาบกิ่ง ขยายพันธุ์ต่อมาจนถึงปัจจุบัน
       
       ส่วนหลินลับแลมาจากชื่อของ “นายหลิน ปันลาด” ที่นำเมล็ดทุเรียนพื้นเมืองมาปลูกแล้วเกิดการกลายพันธุ์เป็นทุเรียนพันธุ์ใหม่ที่ให้รสชาติดีกว่าเดิม นายหลินจึงส่งทุเรียนพันธุ์นี้เข้าร่วมประกวดในปี 2520 ด้วยเช่นกัน ซึ่งแม้เขาจะพลาดรางวัล แต่ด้วยความอร่อยของมันจึงมีผู้นิยมปลูกกลายเป็นทุเรียนพันธุ์ “หลินลับแล”ขึ้นมา
       
       หลงลับแลกับหลินลับแลต่างกันตรงไหน แรกๆผมก็ไม่รู้หรอกจนเมื่อมีโอกาสไปลับแลได้กินทุเรียนทั้งสองพันธุ์พูดคุยกับชาวสวนทุเรียน จึงได้รู้ว่าในความเหมือนของทุเรียนทั้ง 2 พันธุ์มันมีรายละเอียดที่แตกต่างให้สังเกตง่ายๆดังนี้
       
       หลงลับแล มีลักษณะของผลค่อนข้างกลม พูจะเต็มใหญ่ไม่เว้า ร่องพูไม่ลึก หนามเล็กแหลม ส่วนหลินลับแล ผลมีลักษณะเป็นร่องพลูลึกชัดเจน ทรงคล้ายมะเฟือง ลูกขนาดไล่เลี่ยกับหลงลับแลแต่มีลักษณะเรียวยาวกว่า

เสน่ห์ลับแล...หลง-หลิน กินอร่อย/ปิ่น บุตรี
หลินลับแลมีร่องพูเห็นชัดเจน
        ทุเรียนทั้ง 2 พันธุ์มีจุดเด่นคล้ายกันคือ เนื้อหนา เม็ดเล็กมาก(เม็ดตาย) รสชาติหอมหวานมัน ส่วนข้อแตกต่างในเรื่องรสชาติคือ หลงรสจะหวานแหลมนำ ส่วนหลินรสหวานกลมกล่อม(หวานไม่มาก)
       
       วันนี้ความนิยมของตลาด เท่าที่ผมสอบถามจากแม่ค้าพ่อค้าทุเรียนที่วางแผงขายอยู่ในเมืองลับแล ได้ความว่าหลินขายได้ราคาดีกว่า ตกอยู่ที่กิโลกรัมละประมาณ 300 บาท ส่วนหลงอยู่ที่กิโลกรัมละ 150-200 บาท
       
       ได้ยินแล้วผมถึงกับอึ้ง เพราะเมื่อ 6-7 ปีที่แล้วไปลับแล ราคาของทุเรียนทั้งคู่ตกอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 50-80 บาท มาปีนี้ราคาพุ่งพรวด แต่ถึงพรวดยังไงเราก็ยอมเสียเงินซื้อกิน เพราะนานๆกินที
       
       อย่างไรก็ดีแม้หลง-หลินลับแลจะเป็นยอดทุเรียนขายได้ราคาดีมาก แต่วันนี้ชาวสวนทุเรียนลับแลกลับต้องประสบปัญหา หนอนเจาะเข้าไปกินเนื้อและเมล็ดของทุเรียนทั้งสองพันธุ์จนกระทบต่อการส่งออก จนนายฟื้น โชวันดี ประธานเครือข่ายเกษตรทางเลือกจังหวัดอุตรดิตถ์ต้องออกมาร้องเรียนว่า ปัญหาเรื่องหนอนเจาะเจาะเนื้อทุเรียนหลง-หลิน ที่ผ่านมาทางภาครัฐไม่ได้ให้ความสนใจอย่างจริงจัง แม้จะมีงบโครงการช่วยเหลือเกษตรกรของจังหวัดอุตรดิตถ์อยู่ 26.9 ล้านบาท แต่ก็ปรากฏว่างบนี้ถูกนำไปใช้แบบไม่เกิดประโยชน์ ซึ่งเขาได้ขอให้ทางจังหวัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเพราะไม่อยากให้งบประมาณถูกละลายไปโดยสูญเปล่า
       
       สำหรับเรื่องนี้คงต้องติดตามดูกันต่อไป
       
       เพราะหนอนกินเนื้อทุเรียนอย่างไรก็เทียบไม่ได้กับหนอนกินงบประมาณ

ข่าวล่าสุด ในหมวด
อันซีนพังงา...ตื่นตาช้างเผือกในพุงช้าง/ปิ่น บุตรี
งดงาม-ทรงพลัง รำลึก “ถวัลย์ ดัชนี” ผ่าน 2 งานพุทธศิลป์ที่ยอดศิลปินยกย่อง/ปิ่น บุตรี
“เรือกอและ” บางนรา งามวิจิตรนาวาศิลป์ มรดกแผ่นดินล้ำค่า/ปิ่น บุตรี
จาก“สามหมื่น” ถึง “หัวหมด”...สวยสดทุ่งดอกเทียนชมพูสะพรั่ง/ปิ่น บุตรี
แอ่ว“อุ้มผาง”ตามหาหัวใจกลางป่า...พิชิต“ปิตุโกร” น้ำตกสูงที่สุดในเมืองไทย/ปิ่น บุตรี
 
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 12 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
ความคิดเห็นที่ 13 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เคยไปลับแลเมื่อ 26 ปีแล้ว มีก๋วยเตี๋ยวเปิดขายตามใต้ถุนบ้านในตัวตำบล น้ำก๋วยเตี๋ยวอร่อยมากขอบอก ปัจจุบันไม่รู้ว่ามีขายอยู่หรือไม่ ผ้านวมก็มีขายทำจากฝ้ายยังมีขายอยู่หรือเปล่า
คนเคยไป
ความคิดเห็นที่ 12 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่เหนมีเม้นด่าคุณปิ่นเลย ทำไมของธรณ์เม้นจิกกัดเยอะจัง
สงสัย
ความคิดเห็นที่ 11 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ลับแลเป็นชื่อที่ มาจาก ต้นไม้ที่หาได้ทั่วไปในพื้นที่แถบนั้น
ดด
ความคิดเห็นที่ 10 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เมืองน่าอยู่ แต่ร้านอาหารไม่ค่อยมี
เคยไปกินที่ร้าน มาหนุน ร่มเย็นดีมาก แต่จะเป็นอาหารพื้นเมืองไม่คุ้นลิ้นเท่าไร
555
 
 
ความคิดเห็นที่ 9 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชอบมากๆๆๆๆกินฟรีทุกปีเลยเพราะคนข้างบ้านเป็นคนลับแลจ้า
52525
ความคิดเห็นที่ 8 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จาก คห.ที่3 ผมคนลับแลมาอยู่บ้านแฟน กลับบ้านไปบ้านว่าจะเอามาฝากผู้หลักผู้ใหญ่ ช่วยโปรโมท ผลไม้บ้านเกิด ซะหน่อยกินแล้วอร่อยสมชื่อ ก็ไปซื้อของญาติ ดันเอาหลง-หลิน ไม่แท้มาหลอกขายอีก นึกว่าผมไม่รู้ เกือบเสียหน้า ไม่อร่อยเลยแบบนี้แหละต่อไปจะขายยาก อบต.,นายกเทศมนตรี,สส.โลตัสอุตรดิตถ์ก็มีไม่เอาไปขอขึ้นห้างบ้าง อนาคตจะไปได้ไกลกว่านี้ อย่าคิดว่าตอนนี้แพงนะครับขายได้เลยไม่ทำตลาด เดี๋ยวจะเหมือนลางสาดขายไม่ออกตอนนี้ ขายแพงผมไมซื้อนะ เงินอยู่ในกระเป๋าไม่เน่า แต่ของคุณขายไม่ได้เน่านะครับ (เวป เอาขึ้นด้วย อึดอัดของดีที่บ้านเกิด)
Badman007
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมอยู่กรุงเทพมีญาติอยู่อุตรดิตถ์ไปลับแลทุกปี หาทุเรียนหลนหลินกินทุกครั้ง ซื้อที่ตลาดทุเรียนทางไปน้ำตกแม่พูลโดยตรง แต่ไม่ประทับใจเลยหมอนทองอร่อยกว่า ไม่รู้ว่าได้กินของปลอมหรือเปล่าไม่สมราคา ช่วยกันรักษาคุณภาพและชื่อเสียงหน่อย อย่าหลอกลูกค้า ผมอยากให้ที่นี่มีชื่อเสียงที่ดีจริงๆ ถ้าดีจริงแพงก็มีคนซื้อ แม่ค้าบอกว่าทักษิณเคยมากินบอกว่าอร่อยมาก ผมเลยสงสัยว่าทักษิณกินทุเรียนไม่เป็นมั้ง
แต่ข้าวพันผักที่ตลาดลับแลอร่อยครับ ไปเที่ยวเขื่อนดิน เขื่อนสิริกิต ผ่านวัดพระฝางเมืองประวัติศาสตร์ เที่ยวสักใหญ่ บ่อเหล็กน้ำพี้ สมุนไพรวัดทองแสนขัน ห้วยมุ่น ภูสอยดาว บ้างนะครับ ก่อนเลยไปนาแห้ว อุทยานภูสวนทราย ด่านซ้าย ภูหินร่องกล้าและภูทับเบิก
แฟนอุตรดิตถ์
 
ความคิดเห็นที่ 7 +1 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากกินทุเรียนปลาร้า ใครทันมั้ง ทุเรียนปลาร้า
pathomp_tai@hotmail.com
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รู้จักดีครับผม ทุเรียนปลาร้า
เดี๋ยวนี้ไม่รู้ว่ายังมีอยู่หรือป่าว
ต้องเด็กๆสมัยก่อนเลยน่ะเนี่ยถึงจะรู้จัก
เเสดงว่า น่าจะรุ่นใกล้เคียงกัน

รักอุตรดิตถ์ บ้านเกิดเมืองนอนมากครับ
อดีตเด็กอุดดิด
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากรับประทานทุเรียนปลาร้า ต้องออกไปรอบนอกๆลับแลยังพอมีอยู่บ้าง สมัย40-50ปีก่อน ลูกละ3-4บาท ชาวบ้านจะซื้อไปทำทุเรียนกวน เป็นเม็ดหุ้มเนื้อ คือเนื้อน้อยมาก แก่จัดจะหล่น ชาวบ้านเรียก"ทุเรียนหล่น"เนื้อออกเละ แต่ถ้าตัดก่อนแก่ จะเรียก"ทุเรียนตัด" ถ้าหล่นใหม่ๆจะไม่เละมาก รสหวานแหลมไม่แพ้"หลง-หลิน" แถบลับแลตอนนี้หายากเพราะคนหันมาทาบกิ่ง ตัดต่อ พันธุ์หมอนทองเข้าไปบ้าง เช่นเดียวกับลางสาด ที่ตัดต่อลองกองเข้าไป กลายเป็น"ลางกอง" รสชาติพอไปได้ ส่วนมะปรางในลับแล เดี๋ยวนี้หายาก เมื่อก่อนมีมะปรางหวานเรียก"มะปรางลำยง" ต่อมากลายเป็น"มะยงชิด"ที่อุตรดิตถ์มีมากพอสมควร

แล้วอย่าลืมมาเยือนกันนะครับ ค่าครองชีพที่นี่ตํ่ามาก แต่ทุเรียนทำไมแพงจนเกินเหตุก็ไม่ทราบ
คนแก่ท่าอิฐ
 
ความคิดเห็นที่ 6 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากกินหมี่พัน
pathomp_tai@hotmail.com
ความคิดเห็นที่ 5 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เมืองน่าอยู..ผู้คนมีน้ำใจ..คับ
เด็ก..อุตดิต
ความคิดเห็นที่ 4 +4 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อุตรดิตถ์น่าอยู่มาก..เมืองสงบ ไม่ถึงกับเงียบ ไม่ฟุ้งเฟ้อ มีห้างมีอะไรพอประมาณ ผู้คนส่วนใหญ่พูดจาทักทายดีมาก(ยกเว้นลูกจ้างร้านข้าวมันไก่เกาะกลาง เวลาขอน้ำจิ้มเพิ่ม ทำหน้างอเชียว) อยู่มา 3 ปี รู้สึกรักและผูกพันธ์
ชอบจริงๆ
ความคิดเห็นที่ 3 +3 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แต่ปัญหาคือ

มีคนปล่อยหลงลับแลไม่แท้มาขายในท้องตลาดนี่สิครับ

หลงลับแลพันธ์ไม่แท้คือ เอาทุเรียนพื้นบ้านไปทาบกิ่งหมอนทอง ผลที่ได้คือจะได้หลงเม็ดใหญ่

หลงลับแลพันธ์แท้ เม็ดจะเล็กประมาณปลายนิ้วก้อย หรือไม่มีเม็ดเลย เนื้อเต็ม

ทุกวันนี้ก็เสียชื่อมากพอแล้วนะครับ เรื่องการเอาหลงปลอมออกมาขาย

หลินปลอมก็เอาออกมาขาย

คนต่างจังหวัดไปชิมหลง หลิน คิดว่าของแท้ แต่ที่ไหนได้ของปลอมเกลื่อนพันธ์ไม่แท้

ส่วนพันธ์แท้ หลง หลิน มันหลุดลอดออกมาไม่กี่เจ้าเองนะครับ

หรือใครจะว่าไม่จริง

หลงแท้ รสชาติ ดีกว่า ทุเรียน ราคาลูกละหมื่นในภาคกลางเสียอีก

ส่วนหลง ปลอมเม็ตโต รสชาติไม่ต่างกับหมอนทอง
er
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นี่ๆ ลับแล๋ของแต๊ ฮึ
แค ทองท้วย
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทุเรียนแก่นละหมื่นมีตวยกาบ่าหล้าลูกเก๊า
ทุเรียนกวน
 
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พระแท่นวันสำคัญของชาวอุดดิด เลยล่ะ
แถวนั้นอยู่สบายนะ จิงๆถ้าไม่ใช่ ๓ จวใต้ก็อยู่ดีหมดแหละ
กก
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
งงที่พูดว่ะ
แค ทองท้วย
 
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
...แล้วใครฮู้จักทุเรียนศรีลับแลพ่อง
แค ทองท้วย
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014